{
    "content_title": "การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานทรัพยากรชุมชนเพื่อความยั่งยืน กรณีศึกษาตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/18385.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานทรัพยากรชุมชนเพื่อความยั่งยืน กรณีศึกษาตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก”  เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในตำบลบ้านแยงให้สามารถเป็นผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยชุมชนได้อย่างยั่งยืน  งานวิจัยนี้ใช้กระบวนการวิจัยแบบผสมผสาน  ผสานทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ  โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) สถิติ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน T-test และ F-Test  เพื่อศึกษาและวิเคราะห์สถานการณ์  พฤติกรรมนักท่องเที่ยว และศักยภาพเกษตรกรก่อนและหลังการพัฒนา<\/p>\n<p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการนำเสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม  โดยเริ่มจากการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของชุมชนบ้านแยง พบว่าระบบการบริหารจัดการของชมรมท่องเที่ยวโดยชุมชนยังมีข้อจำกัด  การกระจายภาระงานไม่ทั่วถึง  และการพึ่งพาการติดต่อกับนักท่องเที่ยวโดยตรงของเกษตรกรสูงมาก  งานวิจัยจึงเสนอแนะให้มีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร  ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิก  และสร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ  และขยายตลาดนักท่องเที่ยว<\/p>\n<p>นอกจากนี้  งานวิจัยยังเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับทรัพยากรและความต้องการของนักท่องเที่ยว  เช่น บริการอาหารเครื่องดื่มในสวน  บุฟเฟ่ต์ทุเรียน  ทุเรียนเฟรนซ์ฟรายส์ และบริการเต็นท์พักแรม  การพัฒนาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรเท่านั้น  ยังช่วยสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าสนใจและหลากหลายให้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย  อีกทั้งยังมีการคำนึงถึงความยั่งยืน  โดยการวางแผนการให้บริการ  การจัดทำเอกสารและแนวทางการลดความเสี่ยง  รวมถึงการสร้างจุดเช็คอินท์ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของชุมชนด้วยวัสดุภายในท้องถิ่น  การเน้นความสำคัญของความปลอดภัย  ความสะอาด  และสุขอนามัย  แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม<\/p>\n<p>การสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ  เอกชน  ประชาชน และนักวิชาการ  เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสนับสนุนความยั่งยืนของโครงการ  การขยายผลสู่ชุมชนใกล้เคียงโดยการให้ความรู้และการเป็นพี่เลี้ยง  แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์  ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว<\/p>\n<p>อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง  เช่น  กลุ่มตัวอย่างอาจมีขนาดไม่ใหญ่พอที่จะสรุปผลได้อย่างทั่วถึง  และระยะเวลาการติดตามผลอาจยังไม่เพียงพอที่จะประเมินผลกระทบในระยะยาวได้อย่างสมบูรณ์  แต่โดยรวมแล้ว  งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า  นำเสนอแนวทางการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม  และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชุมชนอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันได้  การวิเคราะห์ข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ  รวมทั้งการใช้เครื่องมือทางสถิติที่หลากหลาย  ช่วยให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ในการวางแผนและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การเน้นความยั่งยืนทั้งทางด้านเศรษฐกิจ  สังคม และสิ่งแวดล้อม  ทำให้เป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว  โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงเกษตร  การท่องเที่ยวชุมชน  และอุตสาหกรรมเกษตรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าทางการเกษตรที่สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การท่องเที่ยว  เช่น  สวนผลไม้  ไร่ชา  หรือฟาร์มต่างๆ  เหตุผลก็คือ  งานวิจัยนี้ได้นำเสนอแบบจำลองการพัฒนาชุมชนที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับพื้นที่ต่างๆ ที่มีศักยภาพทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตร  รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์  การสร้างเครือข่าย  และการสร้างความยั่งยืน  ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของความสำเร็จในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ  ได้แก่  นักวิชาการด้านการท่องเที่ยว  เกษตรกร  ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชุมชน  เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนและการท่องเที่ยว  และผู้ที่สนใจด้านการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน  เหตุผลก็คือ  งานวิจัยนี้มีข้อมูลและแนวทางการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของบุคคลากรในอาชีพเหล่านี้  ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการตลาด  การพัฒนาผลิตภัณฑ์  การสร้างความร่วมมือ  หรือการสร้างความยั่งยืน  โดยเฉพาะเกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้กับการประกอบอาชีพของตนเองโดยตรง  และเจ้าหน้าที่ภาครัฐสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการวางแผนและสนับสนุนการพัฒนาชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "186904",
        "Headname": "นางวาลิกา โพธิ์หิรัญ",
        "ProjectYearSubmit": "2566",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "1.การพัฒนาศักยภาพ",
            "2.",
            "ผู้ประกอบการ",
            "3.",
            "การท่องเที่ยวโดยชุมชน",
            "4.",
            "ท่องเที่ยวเชิงเกษตร",
            "5.",
            "ความยั่งยืน"
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อศึกษาและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานทรัพยากรชุมชนเพื่อความยั่งยืน2. เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตร"
    },
    "apa": "นางวาลิกา โพธิ์หิรัญ. (2566). การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานทรัพยากรชุมชนเพื่อความยั่งยืน กรณีศึกษาตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก. มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. พิษณุโลก.",
    "chicago": "นางวาลิกา โพธิ์หิรัญ. 2566. \"การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานทรัพยากรชุมชนเพื่อความยั่งยืน กรณีศึกษาตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก\". มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. พิษณุโลก.",
    "mla": "นางวาลิกา โพธิ์หิรัญ. \"การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานทรัพยากรชุมชนเพื่อความยั่งยืน กรณีศึกษาตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก\". มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 2566. พิษณุโลก.",
    "vancouver": "นางวาลิกา โพธิ์หิรัญ. การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานทรัพยากรชุมชนเพื่อความยั่งยืน กรณีศึกษาตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก. มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม; 2566. พิษณุโลก.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}