{
    "content_title": "การพัฒนารูปแบบระบบสุขภาพชุมชนสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ชนิด STEMI และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) แบบบูรณาการ ในเขตสุขภาพที่ 10",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15790.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนารูปแบบระบบสุขภาพชุมชนและระบบบริการสุขภาพแบบบูรณาการไร้รอยต่อสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke), โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันชนิด STEMI และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) ในเขตสุขภาพที่ 10  โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed methods) ทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ  การเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเรื้อรังร้ายแรงสามโรคนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการวางแผนและจัดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและแก้ไขอย่างทันท่วงที เนื่องจากโรคเหล่านี้มักมีผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต  การนำร่องใน 5 อำเภอของเขตสุขภาพที่ 10 ช่วยให้สามารถศึกษาบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่และปรับแต่งระบบให้เหมาะสม  การใช้แนวคิดการดูแลสุขภาวะผู้สูงอายุแบบองค์รวม (holistic approach)  สะท้อนถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความต้องการเฉพาะตัวของผู้สูงอายุ  ไม่ใช่เพียงการรักษาโรค แต่ครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสุขภาพ  <\/p>\n<p>การเน้นการเชื่อมต่อบริการแบบไร้รอยต่อ (seamless service)  จากระดับปฐมภูมิถึงระดับตติยภูมิ รวมถึงการดูแลก่อนและหลังออกจากโรงพยาบาล  เป็นจุดแข็งสำคัญของงานวิจัยนี้  ระบบการส่งต่อผู้ป่วยที่ราบรื่นช่วยลดความล่าช้าในการรักษาและเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตและฟื้นตัว  การบูรณาการกับภาคส่วนอื่นๆ  เช่น อปท., พม., และชุมชน  แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างระบบสุขภาพที่เข้มแข็งและยั่งยืน  โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน  การใช้กลไกการขับเคลื่อนเดิมที่มีอยู่  เช่น คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.)  ช่วยลดความซับซ้อนในการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพ  <\/p>\n<p>การใช้ข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ  ช่วยให้ได้ภาพที่ครบถ้วนทั้งในแง่ของตัวเลขสถิติและมุมมองเชิงลึกของผู้เกี่ยวข้อง  การวิเคราะห์ต้นทุนศักยภาพเดิมของระบบสุขภาพชุมชน  เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยประเมินความคุ้มค่าและความเป็นไปได้ในการนำระบบใหม่ไปใช้  การติดตามประเมินผลและการสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย  จะช่วยให้สามารถขยายผลและปรับปรุงระบบได้อย่างต่อเนื่อง  ระยะเวลาการดำเนินงาน 2 ปี (ตุลาคม 2563 - มีนาคม 2565)  ถือว่าเหมาะสมสำหรับการวิจัยและพัฒนาในระดับนี้  งานวิจัยนี้จึงเป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มีประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาระบบสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในประเทศไทย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดการกับโรคเรื้อรังร้ายแรงที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบสุขภาพ  และช่วยให้การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพมากขึ้น  การบูรณาการและการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ  เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ  และนับเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับการพัฒนาระบบสุขภาพในพื้นที่อื่นๆต่อไป<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านสุขภาพ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ  เช่น  อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์  อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์  อุตสาหกรรมบริการดูแลผู้สูงอายุ  และอุตสาหกรรมประกันสุขภาพ  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ  เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง  เช่น  ระบบเตือนภัยฉุกเฉิน  อุปกรณ์สวมใส่ตรวจวัดสัญญาณชีพ  หรือระบบ telemedicine เพื่อเชื่อมโยงการดูแลระหว่างโรงพยาบาลและชุมชน<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมเวชภัณฑ์:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงยาและเวชภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาและเวชภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันและรักษาโรคหลอดเลือดสมอง  โรคหัวใจ  และกระดูกหัก<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมบริการดูแลผู้สูงอายุ:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปปรับปรุงและพัฒนารูปแบบการให้บริการดูแลผู้สูงอายุ  ทั้งในเชิงป้องกัน  การรักษา  และการฟื้นฟู  เพื่อให้บริการที่มีคุณภาพ  ครอบคลุม  และต่อเนื่อง<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมประกันสุขภาพ:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง  โดยคำนึงถึงต้นทุนและประสิทธิภาพของการรักษา<\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขหลายอาชีพ  เช่น  แพทย์  พยาบาล  นักกายภาพบำบัด  นักโภชนาการ  เภสัชกร  เจ้าหน้าที่สาธารณสุข  และผู้บริหารระบบสุขภาพ  นอกจากนี้ยังเหมาะกับนักวิจัย  นักวางแผน  และผู้ทำงานด้านนโยบายสาธารณสุข  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ol>\n<li>\n<p><strong>บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข:<\/strong>  งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลและแนวทางการปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อการดูแลผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง  ช่วยปรับปรุงคุณภาพการให้บริการและประสิทธิภาพการทำงาน<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวิจัย:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปต่อยอดเพื่อทำการวิจัยเชิงลึกในด้านต่างๆ  เช่น  การประเมินผลการใช้ระบบใหม่  หรือการวิจัยเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงของโรคในกลุ่มผู้สูงอายุ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักวางแผนและผู้ทำงานด้านนโยบายสาธารณสุข:<\/strong>  งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปใช้ในการวางแผนและพัฒนาระบบสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น<\/p>\n<\/li>\n<\/ol>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "30117",
        "Headname": "นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "กรมสุขภาพจิต",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ระบบสุขภาพ",
            "ชุมชน",
            "สุขภาพ",
            "โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน",
            "โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน",
            "กระดูกสะโพกหัก"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อศึกษาสถานการณ์ผู้สูงอายุที่ป่วยและเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและกระดูกสะโพกหัก และศึกษาต้นทุนศักยภาพเดิมของระบบสุขภาพชุมชนและระบบบริการสุขภาพ\/มาตรการ\/เครื่องมือ แนวทาง วิธีปฏิบัติสำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงฯ รวมทั้งศึกษาความต้องการพัฒนา ค้นหาปัญหา ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จ และอุปสรรคของระบบจัดการสุขภาพ เพื่อพัฒนาต้นแบบนำร่องระบบสุขภาพชุมชนและระบบบริการสุขภาพเขตสุขภาพที่ 10 สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและกระดูกสะโพกหัก อย่างครบวงจร ไร้รอยต่อการบริการ และบูรณาการด้วยภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามประเมินผล “ระบบสุขภาพชุมชนและระบบบริการสุขภาพเขตสุขภาพที่ 10 ฯ” และสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อขยายผลและผลักดันเชิงนโยบาย"
    },
    "apa": "นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน. (2563). การพัฒนารูปแบบระบบสุขภาพชุมชนสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ชนิด STEMI และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) แบบบูรณาการ ในเขตสุขภาพที่ 10. กรมสุขภาพจิต. มุกดาหาร, ยโสธร, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี.",
    "chicago": "นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน. 2563. \"การพัฒนารูปแบบระบบสุขภาพชุมชนสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ชนิด STEMI และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) แบบบูรณาการ ในเขตสุขภาพที่ 10\". กรมสุขภาพจิต. มุกดาหาร, ยโสธร, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี.",
    "mla": "นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน. \"การพัฒนารูปแบบระบบสุขภาพชุมชนสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ชนิด STEMI และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) แบบบูรณาการ ในเขตสุขภาพที่ 10\". กรมสุขภาพจิต, 2563. มุกดาหาร, ยโสธร, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี.",
    "vancouver": "นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน. การพัฒนารูปแบบระบบสุขภาพชุมชนสู่ระบบบริการสุขภาพอย่างไร้รอยต่อ สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ชนิด STEMI และกระดูกสะโพกหัก (Hip fracture) แบบบูรณาการ ในเขตสุขภาพที่ 10. กรมสุขภาพจิต; 2563. มุกดาหาร, ยโสธร, ศรีสะเกษ, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}