{
    "content_title": "การบูรณาการเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กรณีศึกษา กลุ่มหมู่บ้านท่องเที่ยวเขตจังหวัดนครชัยบุรินทร์",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15896.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง “การบูรณาการเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กรณีศึกษา กลุ่มหมู่บ้านท่องเที่ยวเขตจังหวัดนครชัยบุรินทร์”  มุ่งเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดนครชัยบุรินทร์ (นครราชสีมา, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์ และสุรินทร์) โดยนำเทคโนโลยีด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้  งานวิจัยนี้มีความสำคัญและน่าสนใจในหลายแง่มุม  <\/p>\n<p>ประการแรก  งานวิจัยนี้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับนโยบายระดับชาติและแนวโน้มการท่องเที่ยวโลก  การท่องเที่ยวเชิงนิเวศไม่เพียงแต่สร้างรายได้ให้ชุมชน แต่ยังช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้ได้อีกด้วย  การบูรณาการเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสิ่งแวดล้อม  ลดผลกระทบด้านลบจากการท่องเที่ยว  และสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ  <\/p>\n<p>ประการที่สอง  งานวิจัยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน  ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน  การมีส่วนร่วมของชุมชนทำให้โครงการมีความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่  ตอบโจทย์ความต้องการของชาวบ้าน  และสร้างความยั่งยืนให้กับโครงการได้มากขึ้น  การที่นักวิจัยทำงานร่วมกับชุมชน  รับฟังความคิดเห็น  และร่วมกันวางแผนดำเนินงาน  จะช่วยลดความขัดแย้งและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน  <\/p>\n<p>ประการที่สาม  วัตถุประสงค์ของงานวิจัยครอบคลุมมิติต่างๆ อย่างรอบด้าน  ตั้งแต่การบูรณาการเทคโนโลยี  การสร้างความร่วมมือ  การจัดทำคู่มือการจัดการสิ่งแวดล้อม  จนถึงการประเมินผลลัพธ์ทางสังคม (SIA) และผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI)  การประเมินผลอย่างครบวงจรนี้ช่วยให้สามารถวัดผลกระทบของโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรม  นำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาโครงการให้ดียิ่งขึ้น  และสามารถนำไปใช้เป็นกรณีศึกษาสำหรับพื้นที่อื่นๆ ได้  <\/p>\n<p>อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยอาจมีข้อจำกัดบางประการ  เช่น  ขอบเขตการศึกษาอาจจำกัดเฉพาะกลุ่มหมู่บ้านท่องเที่ยวในจังหวัดนครชัยบุรินทร์  อาจไม่สามารถนำไปใช้กับพื้นที่อื่นๆ ที่มีความแตกต่างทางด้านภูมิประเทศ  ทรัพยากร  หรือวัฒนธรรมได้โดยตรง  นอกจากนี้  การประเมินผลลัพธ์ทางสังคมและการลงทุนอาจต้องการระยะเวลาในการติดตามผลเป็นเวลานาน  เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนและครบถ้วน  การเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลอาจมีความซับซ้อน  จำเป็นต้องมีเครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสม  และทีมวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายสาขา  <\/p>\n<p>โดยสรุป  งานวิจัยนี้มีความสำคัญและมีคุณค่าอย่างยิ่ง  เป็นต้นแบบของการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืน  โดยการบูรณาการเทคโนโลยี  การมีส่วนร่วมของชุมชน  และการประเมินผลอย่างครบถ้วน  ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในระดับชุมชน  ระดับจังหวัด  และระดับประเทศ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างคู่มือการจัดการสิ่งแวดล้อม  จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป  <\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ  เหตุผลประกอบด้วย:<\/p>\n<ul>\n<li><strong>การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว:<\/strong> งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลและแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  โดยคำนึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  และการมีส่วนร่วมของชุมชน  ซึ่งเป็นสิ่งที่ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศต้องการอย่างมาก<\/li>\n<li><strong>การจัดการสิ่งแวดล้อม:<\/strong>  งานวิจัยนี้เสนอวิธีการบูรณาการเทคโนโลยีการจัดการสิ่งแวดล้อม  ซึ่งช่วยให้ธุรกิจสามารถลดผลกระทบด้านลบจากการท่องเที่ยว  และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจได้<\/li>\n<li><strong>การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน:<\/strong>  การนำเทคโนโลยีมาใช้  และการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจท่องเที่ยว  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่มีความต้องการการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบสูงขึ้น<\/li>\n<li><strong>การสร้างความยั่งยืน:<\/strong>  งานวิจัยนี้เน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว  นักลงทุน  และผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น  โดยคำนึงถึงทั้งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ  สังคม  และสิ่งแวดล้อม<\/li>\n<\/ul>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบอาชีพหลายประเภท  รวมถึง:<\/p>\n<ul>\n<li><strong>นักวางแผนการท่องเที่ยว:<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวางแผนเส้นทางท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  ออกแบบกิจกรรม  และพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวที่เหมาะสม<\/li>\n<li><strong>ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว:<\/strong>  สามารถนำเทคโนโลยีและแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ได้จากงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจ  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน  และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ<\/li>\n<li><strong>นักวิชาการด้านการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม:<\/strong>  สามารถนำงานวิจัยไปใช้ในการศึกษาค้นคว้า  วิเคราะห์  และพัฒนาองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  และการจัดการสิ่งแวดล้อมต่อไป<\/li>\n<li><strong>เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม:<\/strong>  สามารถนำงานวิจัยไปใช้ในการกำหนดนโยบาย  วางแผน  และจัดการด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระดับพื้นที่และระดับชาติ<\/li>\n<\/ul>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "38177",
        "Headname": "นางสาวจรียา ยิ้มรัตนบวร",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "นครชัยบุรินทร์",
            "หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศ",
            "เทคโนโลยีการจัดการสิ่งแวดล้อม",
            "ผลลัพธ์ทางสังคม",
            "ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน"
        ],
        "ProjectObjective": "1) เพื่อบูรณาการองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการจัดการสิ่งแวดล้อมมาประยุกต์ใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศภายในพื้นที่จังหวัดนครชัยบุรินทร์ 2) เพื่อส่งเสริมกระบวนการการมีส่วนร่วมระหว่างนักวิจัยและกลุ่มเป้าหมายในการบูรณาการเทคโนโลยีการจัดการสิ่งแวดล้อม สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่และตรงตามความต้องการของชุมชน นำไปสู่การแก้ไขปัญหาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 3) เพื่อนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการบูรณาการเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม แนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดการสิ่งแวดล้อม จัดทำเป็นคู่มือให้กับกลุ่มหมู่บ้านท่องเที่ยว ร่วมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเผยแพร่การนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปใช้ประโยชน์ และเพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการ 4) เพื่อสำรวจและประเมินผลลัพธ์ทางสังคม (Social Impact Assessment: SIA) และผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ"
    },
    "apa": "นางสาวจรียา ยิ้มรัตนบวร. (2563). การบูรณาการเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กรณีศึกษา กลุ่มหมู่บ้านท่องเที่ยวเขตจังหวัดนครชัยบุรินทร์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.  .",
    "chicago": "นางสาวจรียา ยิ้มรัตนบวร. 2563. \"การบูรณาการเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กรณีศึกษา กลุ่มหมู่บ้านท่องเที่ยวเขตจังหวัดนครชัยบุรินทร์\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี.  .",
    "mla": "นางสาวจรียา ยิ้มรัตนบวร. \"การบูรณาการเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กรณีศึกษา กลุ่มหมู่บ้านท่องเที่ยวเขตจังหวัดนครชัยบุรินทร์\". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, 2563.  .",
    "vancouver": "นางสาวจรียา ยิ้มรัตนบวร. การบูรณาการเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ กรณีศึกษา กลุ่มหมู่บ้านท่องเที่ยวเขตจังหวัดนครชัยบุรินทร์. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี; 2563.  .",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}