{
    "content_title": "การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์และสารปรับปรุงดิน เพื่อยกระดับผลผลิตข้าวปลอดภัย ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15874.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยชีวภาพจากแบคทีเรีย PGPR และสารปรับปรุงดินจากเปลือกหอยเชอรี่ เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยยึดหลักการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) จุดเด่นสำคัญของงานวิจัยนี้คือการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ากับภูมิปัญญาและทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้แบคทีเรีย PGPR เป็นการส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชอย่างเป็นธรรมชาติ ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเกษตรที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<\/p><p>การเลือกใช้เปลือกหอยเชอรี่ซึ่งเป็นของเสียทางการเกษตรมาผลิตเป็นสารปรับปรุงดิน (ฟอสโฟยิปซัม) แสดงให้เห็นถึงความคิดริเริ่มในการนำทรัพยากรที่มีอยู่แล้วมาใช้ประโยชน์สูงสุด นอกจากจะลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกรแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการกำจัดเปลือกหอยเชอรี่จำนวนมากอีกด้วย การผลิตฟอสโฟยิปซัมจากเปลือกหอยเชอรี่เป็นกระบวนการที่น่าสนใจ เนื่องจากฟอสฟอรัสเป็นธาตุอาหารสำคัญสำหรับพืช และการใช้เปลือกหอยเชอรี่ช่วยเพิ่มแคลเซียมและธาตุอาหารอื่นๆ ให้กับดิน ซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณภาพดินและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยได้อีกด้วย<\/p><p>กระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีครอบคลุมตั้งแต่การจัดตั้งถังหมัก การเลี้ยงเชื้อ การขยายหัวเชื้อแบคทีเรีย PGPR จนถึงการผลิตปุ๋ยชีวภาพและสารปรับปรุงดิน ความครบถ้วนของขั้นตอนนี้ทำให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง และไม่ต้องพึ่งพาองค์กรหรือบุคคลภายนอกมากนัก การเน้นการปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP เป็นการรับประกันคุณภาพของผลิตผลข้าว และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเข้าถึงตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า<\/p><p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประสิทธิภาพของปุ๋ยชีวภาพและสารปรับปรุงดินที่ผลิตได้ ทั้งในแง่ของผลผลิตข้าว คุณภาพข้าว และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว การเปรียบเทียบผลผลิตข้าวที่ใช้ปุ๋ยชีวภาพกับการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างชัดเจน จะช่วยยืนยันประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของเทคโนโลยีนี้ นอกจากนี้ การศึกษาความยั่งยืนของการผลิตปุ๋ยชีวภาพและสารปรับปรุงดินในเชิงเศรษฐศาสตร์และสังคม เช่น การวิเคราะห์ต้นทุน ผลกำไร และการยอมรับของเกษตรกร ก็เป็นสิ่งที่ควรพิจารณา เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ครบถ้วนและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริงในวงกว้าง การขยายผลงานวิจัยไปยังพื้นที่อื่นๆ ที่มีสภาพแวดล้อมและชนิดของข้าวแตกต่างกัน ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพื่อประเมินความเป็นไปได้และความเหมาะสมในการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในบริบทที่หลากหลายยิ่งขึ้น<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมเกษตรกรรม <\/strong>โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการผลิตข้าว และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตปุ๋ยชีวภาพและสารปรับปรุงดิน เหตุผลคือ งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการเพิ่มผลผลิตข้าวอย่างยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และลดต้นทุนการผลิต ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของอุตสาหกรรมเกษตรกรรมในปัจจุบัน นอกจากนี้ การผลิตปุ๋ยชีวภาพและสารปรับปรุงดินยังสามารถสร้างเป็นธุรกิจเสริมให้กับเกษตรกร หรือเป็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดที่กำลังเติบโตด้านเกษตรอินทรีย์และเกษตรยั่งยืน อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียทางการเกษตร ก็สามารถนำผลงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เจ้าหน้าที่เกษตร นักวิชาการ และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตปุ๋ยชีวภาพและสารปรับปรุงดิน เกษตรกร<\/strong>สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากงานวิจัยนี้ไปปรับใช้ในการเพาะปลูกข้าว เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต เจ้าหน้าที่เกษตรสามารถนำความรู้นี้ไปขยายผลและให้คำแนะนำกับเกษตรกรในพื้นที่ นักวิชาการสามารถนำงานวิจัยนี้ไปต่อยอดเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยชีวภาพและสารปรับปรุงดินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่วนผู้ประกอบการสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายปุ๋ยชีวภาพและสารปรับปรุงดิน<\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "38157",
        "Headname": "ผศ. ดร. ณัฐบดี วิริยาวัฒน์",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยสวนดุสิต",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "การถ่ายทอดเทคโนโลยี",
            "ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์",
            "สารปรับปรุงดิน",
            "ข้าวปลอดภัย"
        ],
        "ProjectObjective": "7.1 เพื่อถ่ายทอดเทคนิคการผลิตปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์และสารปรับปรุงดินยิปซัมจากเปลือกหอยเชอรี่ รวมถึงการจัดตั้งถังหมัก การเลี้ยงเชื้อ และการขยายหัวเชื้อแบคทีเรียพีจีพีอาร์ 7.2 เพื่อเพิ่มผลผลิตข้าว โดยใช้ปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์ และสารปรับปรุงดินฟอสโฟยิปซัมจากเปลือกหอยเชอรี่ ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) 7.3 เพื่อลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีและสารปรับปรุงดินในการเพาะปลูกของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว"
    },
    "apa": "ผศ. ดร. ณัฐบดี วิริยาวัฒน์. (2563). การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์และสารปรับปรุงดิน เพื่อยกระดับผลผลิตข้าวปลอดภัย ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.  .",
    "chicago": "ผศ. ดร. ณัฐบดี วิริยาวัฒน์. 2563. \"การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์และสารปรับปรุงดิน เพื่อยกระดับผลผลิตข้าวปลอดภัย ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี\". มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.  .",
    "mla": "ผศ. ดร. ณัฐบดี วิริยาวัฒน์. \"การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์และสารปรับปรุงดิน เพื่อยกระดับผลผลิตข้าวปลอดภัย ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี\". มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, 2563.  .",
    "vancouver": "ผศ. ดร. ณัฐบดี วิริยาวัฒน์. การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยชีวภาพพีจีพีอาร์และสารปรับปรุงดิน เพื่อยกระดับผลผลิตข้าวปลอดภัย ในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี. มหาวิทยาลัยสวนดุสิต; 2563.  .",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}