{
    "content_title": "การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและรยางค์ส่วนบนในผู้ใช้สมาร์ทโฟน",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15858.jpg",
    "aiAnalyze": "<h2>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปในสังคมปัจจุบัน  การใช้สมาร์ทโฟนในท่าทางที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานานส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและไหล่  งานวิจัยนี้ได้ดำเนินการศึกษาเชิงลึกถึงสาเหตุเชิงชีวกลศาสตร์  โดยศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมุมก้มคอ มุมงอไหล่  โมเมนต์โน้มถ่วง  และการทำงานของกล้ามเนื้อต่างๆ  เช่น  cervical erector spinae (CES) , upper trapezius (UT) , anterior deltoid (AD) และ lower trapezius (LT)   การวิเคราะห์เชิงลึกนี้ทำให้เข้าใจกลไกการเกิดอาการปวดเมื่อยคอและไหล่ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น<\/p>\n<p>จุดเด่นสำคัญของงานวิจัยนี้อยู่ที่การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมสำหรับพยุงแขน  ซึ่งออกแบบตามหลักการทางชีวกลศาสตร์เพื่อลดโมเมนต์โน้มถ่วงของรยางค์ส่วนบน  ส่งผลให้ลดภาระการทำงานของกล้ามเนื้อคอและไหล่  การออกแบบอุปกรณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความคิดริเริ่มและความเข้าใจเชิงลึกในด้านชีวกลศาสตร์  นอกจากนี้  การศึกษาเปรียบเทียบผลของการใช้อุปกรณ์ร่วมกับการปรับท่าทางที่เหมาะสม  ทำให้สามารถประเมินประสิทธิภาพของอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การวิเคราะห์ความล้าของกล้ามเนื้อในกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง  ช่วยยืนยันประสิทธิภาพของอุปกรณ์ในการลดการล้าของกล้ามเนื้อได้อย่างชัดเจน<\/p>\n<p>การแบ่งการศึกษาออกเป็น 3 ส่วนย่อย  ช่วยให้การวิจัยมีความครอบคลุมและละเอียดมากขึ้น  การศึกษาผลของมุมก้มคอต่อโมเมนต์โน้มถ่วงและการทำงานของกล้ามเนื้อ  ทำให้สามารถกำหนดท่าทางการใช้สมาร์ทโฟนที่เหมาะสม  เช่น  การตั้งคอตรง 0 องศาเพื่อลดโมเมนต์โน้มถ่วง  ส่วนการศึกษาผลของท่าทางไหล่  ช่วยให้ทราบมุมงอไหล่ที่เหมาะสม  คือประมาณ 30 องศา  ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดเมื่อย  การนำผลการศึกษาเหล่านี้มารวมกัน  ทำให้ได้คำแนะนำที่ครบถ้วน  ทั้งในเรื่องท่าทางการใช้สมาร์ทโฟนและการใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพ<\/p>\n<p>ข้อสรุปของงานวิจัย  คือการแนะนำให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนใช้ในท่าทางที่เหมาะสม  คือคอตั้งตรง 0 องศาและงอไหล่ประมาณ 30 องศา  พร้อมทั้งแนะนำการใช้อุปกรณ์นวัตกรรมเพื่อช่วยลดภาระการทำงานของกล้ามเนื้อ  การนำเสนอข้อเสนอแนะที่ชัดเจน  เป็นประโยชน์ต่อการป้องกันปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยนี้ยังสามารถพัฒนาต่อยอดได้อีก  เช่น  การทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลายมากขึ้น  การศึกษาผลระยะยาวของการใช้อุปกรณ์  และการพัฒนาอุปกรณ์ให้มีดีไซน์ที่ใช้งานง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น<\/p>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมหลายประเภท  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:<\/p>\n<ul>\n<li><strong>อุตสาหกรรมการออกแบบและผลิตอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ:<\/strong>  ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือที่คำนึงถึงหลักการยศาสตร์  เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ  ช่วยเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจของสินค้า  และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ<\/li>\n<li><strong>อุตสาหกรรมสุขภาพและการแพทย์:<\/strong>  งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาโปรแกรมการรักษาและการป้องกันอาการปวดเมื่อยคอและไหล่  ที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรัง  หรือกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจากการใช้สมาร์ทโฟน  เช่น  นักเรียน  นักศึกษา  หรือพนักงานออฟฟิศ<\/li>\n<li><strong>อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ:<\/strong>  งานวิจัยนี้เป็นประโยชน์ต่อการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันที่ส่งเสริมการใช้สมาร์ทโฟนอย่างถูกวิธี  เช่น  การออกแบบอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย  หรือการพัฒนาแอปพลิเคชันที่แจ้งเตือนให้ผู้ใช้เปลี่ยนท่าทางการใช้สมาร์ทโฟน  เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพ<\/li>\n<\/ul>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพที่ต้องใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน  เช่น:<\/p>\n<ul>\n<li><strong>พนักงานออฟฟิศ:<\/strong>  มักใช้สมาร์ทโฟนเพื่อติดต่อสื่อสาร  ทำงาน  และเข้าถึงข้อมูล  การใช้สมาร์ทโฟนในท่าทางที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน  อาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยคอและไหล่ได้<\/li>\n<li><strong>นักศึกษาและนักเรียน:<\/strong>  ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อการเรียนการสอน  การค้นคว้าข้อมูล  และการติดต่อสื่อสาร  การใช้สมาร์ทโฟนในระยะเวลานาน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่น  อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้<\/li>\n<li><strong>คนขับรถ:<\/strong>  การใช้สมาร์ทโฟนขณะขับรถ  นอกจากจะอันตรายแล้ว  ยังทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยคอและไหล่ได้  เนื่องจากท่าทางที่ไม่เหมาะสม<\/li>\n<li><strong>พนักงานขาย:<\/strong>  ที่ต้องใช้สมาร์ทโฟนในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า  และการบันทึกข้อมูล  ก็อาจมีปัญหาสุขภาพจากการใช้สมาร์ทโฟนได้เช่นกัน<\/li>\n<li><strong>แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์:<\/strong> การใช้สมาร์ทโฟนในโรงพยาบาล หรือระหว่างตรวจผู้ป่วยก็มีความเสี่ยงเช่นกัน<\/li>\n<\/ul>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "37952",
        "Headname": "ผศ.ดร. วีระศักดิ์ ต๊ะปัญญา",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยขอนแก่น",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "สมาร์ทโฟน",
            "ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ",
            "การยศาสตร์",
            "นวัตกรรม"
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อคอและรยางค์ส่วนบนจากการใช้สมาร์ทโฟน2.เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลของการใช้อุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์ร่วมกับปรับท่าทางของคอและไหล่ให้อยู่ในท่าที่เหมาะสมต่อการทำงานของกล้ามเนื้อคอและไหล่ในขณะใช้งานสมาร์ทโฟนกับเมื่อไม่ใช้อุปกรณ์"
    },
    "apa": "ผศ.ดร. วีระศักดิ์ ต๊ะปัญญา. (2563). การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและรยางค์ส่วนบนในผู้ใช้สมาร์ทโฟน. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.  .",
    "chicago": "ผศ.ดร. วีระศักดิ์ ต๊ะปัญญา. 2563. \"การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและรยางค์ส่วนบนในผู้ใช้สมาร์ทโฟน\". มหาวิทยาลัยขอนแก่น.  .",
    "mla": "ผศ.ดร. วีระศักดิ์ ต๊ะปัญญา. \"การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและรยางค์ส่วนบนในผู้ใช้สมาร์ทโฟน\". มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2563.  .",
    "vancouver": "ผศ.ดร. วีระศักดิ์ ต๊ะปัญญา. การพัฒนาอุปกรณ์นวัตกรรมทางการยศาสตร์เพื่อป้องกันการเกิดอาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของคอและรยางค์ส่วนบนในผู้ใช้สมาร์ทโฟน. มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2563.  .",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}