{
    "content_title": "การพัฒนาหน้ากากอนามัยจากแผ่นกรองเส้นใยสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15853.jpg",
    "aiAnalyze": "<h2>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาหน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพสูงในการกรองเชื้อไวรัสและฝุ่น PM2.5 โดยเน้นการพัฒนาแผ่นกรองเส้นใยที่มีสมบัติพิเศษ  งานวิจัยครอบคลุมการพัฒนาต้นแบบหน้ากากอนามัยสองประเภทหลัก คือ ประเภททรงแบน (Flat shape) และประเภททรงเข้ารูปใบหน้า (Facial fit shape)  ทั้งสองประเภทมีการทดสอบประสิทธิภาพการกรองอย่างเข้มข้นตามมาตรฐานสากล  สำหรับหน้ากากประเภททรงแบน  มุ่งเน้นให้ได้ค่าประสิทธิภาพการกรองอนุภาค (Particle Filtration Efficiency: PFE) ที่สูงกว่า 98% สำหรับอนุภาคขนาด 0.1 ไมครอน ตามมาตรฐาน ASTM F2299  และประสิทธิภาพการกรองเชื้อไวรัส (Viral Filtration Efficiency: VFE) สูงกว่า 98% ตามมาตรฐาน Modified ASTM F2101  ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการป้องกันอนุภาคขนาดเล็กและเชื้อไวรัสได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง  ส่วนหน้ากากประเภททรงเข้ารูปใบหน้า  มีการพัฒนาสองแบบ  แบบแรกมุ่งสู่มาตรฐาน NIOSH N95  โดยมีเป้าหมาย PFE ที่สูงกว่า 95% สำหรับอนุภาคขนาด 0.26 ไมครอน และ VFE สูงกว่า 98%  ส่วนแบบที่สอง  ใช้เทคนิคขั้นสูงอย่าง Electrospinning เพื่อสร้างเส้นใยนาโน  มุ่งสู่มาตรฐาน EN149: FFP1-3  โดยมีเป้าหมาย PFE ที่สูงกว่า 80% สำหรับอนุภาคขนาด 0.5 ไมครอน และ VFE สูงกว่า 98%  นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบประสิทธิภาพในการต้านเชื้อแบคทีเรียแกรมบวกและแกรมลบด้วย  <\/p>\n<p>ความโดดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำเสนอหน้ากากอนามัยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการในการป้องกันทั้งเชื้อไวรัสและฝุ่น PM2.5 ได้อย่างครอบคลุม  การกำหนดเป้าหมายสู่มาตรฐานสากลหลายมาตรฐาน  เช่น NIOSH N95 และ EN149: FFP1-3  แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและได้รับการยอมรับในระดับสากล  การใช้เทคนิค Electrospinning ในการสร้างเส้นใยนาโน  ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกรองและคุณสมบัติอื่นๆ ของหน้ากาก  การออกแบบให้มีทั้งแบบทรงแบนและทรงเข้ารูป  ช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการและความสะดวกสบายของผู้ใช้งานได้หลากหลายกลุ่ม  การวางแผนการทดสอบทั้งในห้องปฏิบัติการ  การทดสอบภาคสนาม  และการทดสอบตลาด  แสดงให้เห็นถึงกระบวนการวิจัยและพัฒนาที่ครบวงจร  และการประเมินต้นทุนการผลิตและการพัฒนารูปแบบธุรกิจ  แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในด้านการผลิตและการตลาด  ทำให้ผลงานวิจัยนี้มีศักยภาพในการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้จริง<\/p>\n<p>นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการกรองแล้ว  งานวิจัยยังคำนึงถึงความสบายในการสวมใส่  เช่น  การระบุว่าหน้ากากควรมีความเบา  สบาย  สวมใส่ง่าย  และหายใจสะดวก  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการยอมรับและการใช้งานจริงของผลิตภัณฑ์  โดยรวมแล้ว  งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการพัฒนาหน้ากากอนามัย  ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันสุขภาพของประชาชน  โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจและปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก  การพัฒนาต้นแบบระดับอุตสาหกรรม  และการวางแผนการทดสอบที่ครอบคลุม  แสดงถึงความพร้อมในการนำผลงานวิจัยไปสู่การผลิตและจำหน่ายในเชิงพาณิชย์  ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค<\/p>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์  อุตสาหกรรมสิ่งทอ  และอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE)  <\/p>\n<p>เหตุผล:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์:<\/strong> หน้ากากอนามัยที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพสูงในการกรองเชื้อไวรัสและอนุภาคขนาดเล็ก  ตรงกับความต้องการของโรงพยาบาล  คลินิก  และห้องปฏิบัติการ  สามารถนำไปใช้ในห้องผ่าตัด  ห้องผู้ป่วย  และพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อได้<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมสิ่งทอ:<\/strong> งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแผ่นกรองเส้นใย  ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในอุตสาหกรรมสิ่งทอ  การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแผ่นกรองเส้นใยที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในอุตสาหกรรมสิ่งทอได้<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE):<\/strong> หน้ากากอนามัยเป็นอุปกรณ์ PPE  ที่สำคัญ  งานวิจัยนี้สามารถนำไปพัฒนาและผลิตหน้ากากอนามัยที่มีคุณภาพสูง  สามารถป้องกันผู้ใช้งานจากเชื้อไวรัส  ฝุ่น PM2.5 และมลพิษทางอากาศอื่นๆ  เหมาะสำหรับจำหน่ายทั้งในตลาดทั่วไปและตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น  ตลาดสำหรับบุคลากรทางการแพทย์  คนงานในโรงงานอุตสาหกรรม  และประชาชนทั่วไป<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคลากรทางการแพทย์  พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม  เจ้าหน้าที่ในสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ  และประชาชนทั่วไป  <\/p>\n<p>เหตุผล:<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>บุคลากรทางการแพทย์:<\/strong>  จำเป็นต้องใช้หน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันตนเองจากเชื้อโรคและมลพิษในอากาศ  หน้ากากอนามัยที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม:<\/strong>  บางโรงงานมีฝุ่นละอองและสารเคมีในอากาศ  หน้ากากอนามัยที่มีประสิทธิภาพสูงในการกรองฝุ่น PM2.5 สามารถปกป้องสุขภาพของพนักงานได้<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>เจ้าหน้าที่ในสถานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ:<\/strong> เช่น  เจ้าหน้าที่ในสนามบิน  สถานีรถไฟ  หรือสถานที่สาธารณะอื่นๆ  มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากผู้คนจำนวนมาก  หน้ากากอนามัยที่มีคุณสมบัติต้านเชื้อไวรัสจะช่วยป้องกันการติดเชื้อได้<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>ประชาชนทั่วไป:<\/strong>  ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ  หรือในพื้นที่ที่มีมลภาวะทางอากาศสูง  ประชาชนทั่วไปสามารถใช้หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเองจากเชื้อโรคและมลพิษได้<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h2><\/h2>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "37891",
        "Headname": "นายวรล อินทะสันตา",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "หน้ากากอนามัย",
            "แผ่นกรองเส้นใยสมบัติพิเศษ",
            "ไวรัส",
            "ไวรัสโคโรนา",
            "ฝุ่นพีเอ็ม",
            "2.5"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อพัฒนาต้นแบบระดับอุตสาหกรรมหน้ากากจากแผ่นกรองเส้นใยสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5 สำหรับใช้ในการกรองละเอียดและกำจัดเชื้อไวรัสในอากาศ เพื่อใช้ประโยชน์ในการกรองทางการแพทย์ เช่น ในห้องผ่าตัด ห้องพักผู้ป่วยเสี่ยงติดเชื้อ และยังสามารถขยายผลไปสู่ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า สถานที่ราชการ หรือสถานที่ที่อาจมีความเสี่ยงในการระบาดของโรคจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอากาศ ต้นแบบระดับอุตสาหกรรม (Manufacturing Prototype) หน้ากากจากแผ่นกรองเส้นใยสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5 ทรงกึ่งเข้ารูปกับใบหน้า (Omega shape) สำหรับใช้ในการกรองละเอียดโดยมีประสิทธิภาพการกรองตามมาตรฐาน EN149:FFP1 ต้นแบบระดับอุตสากรรม (Manufacturing Prototype) หน้ากากจากแผ่นกรองเส้นใยนาโนสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5 ทรงเข้ารูปกับใบหน้า (Facial fit) โดยใช้นาโนเทคโนโลยีขั้นสูงและเทคนิคอิเล็กโตรสปินนิ่ง (Electrospinning) ดังนี้ หน้ากากจากแผ่นกรองเส้นใยนาโนสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5 สำหรับใช้ในการกรองละเอียดตามมาตรฐาน NIOSH N95 หน้ากากจากแผ่นกรองเส้นใยนาโนสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5 สำหรับใช้ในการกรองละเอียดตามมาตรฐาน EN149:FFP1-3 เพื่อการทดสอบหน้ากากจากแผ่นกรองเส้นใยสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5 สำหรับการกรองละเอียดและต้านเชื้อไวรัสให้ได้ใบรับรอง (Certificate) ตามมาตรฐานสากล (Viral filtration efficiency (VFE), NIOSH N95, EN 149 FFP1-3) เพื่อการทดสอบระดับภาคสนามของต้นแบบหน้ากากจากแผ่นกรองเส้นใยสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5 เพื่อการทดสอบตลาดของต้นแบบหน้ากากจากแผ่นกรองเส้นใยต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5 เพื่อประเมินต้นทุนการผลิต และพัฒนารูปแบบธุรกิจให้เหมาะสม"
    },
    "apa": "นายวรล อินทะสันตา. (2563). การพัฒนาหน้ากากอนามัยจากแผ่นกรองเส้นใยสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.). ปทุมธานี.",
    "chicago": "นายวรล อินทะสันตา. 2563. \"การพัฒนาหน้ากากอนามัยจากแผ่นกรองเส้นใยสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5\". สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.). ปทุมธานี.",
    "mla": "นายวรล อินทะสันตา. \"การพัฒนาหน้ากากอนามัยจากแผ่นกรองเส้นใยสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5\". สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), 2563. ปทุมธานี.",
    "vancouver": "นายวรล อินทะสันตา. การพัฒนาหน้ากากอนามัยจากแผ่นกรองเส้นใยสมบัติพิเศษต้านเชื้อไวรัสและฝุ่น PM 2.5. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.); 2563. ปทุมธานี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}