{
    "content_title": "การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากภัยแล้งและการแพร่ระบาดของ Covid-19 ต่อเกษตรกรชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16155.jpg",
    "aiAnalyze": "<h1>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h1>\n<p>งานวิจัยเรื่อง “การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากภัยแล้งและการแพร่ระบาดของ Covid-19 ต่อเกษตรกรชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” นี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ครอบคลุมและมีประโยชน์อย่างยิ่ง  งานวิจัยได้วิเคราะห์ผลกระทบสองด้านหลักคือ ภัยแล้งและการระบาดของ COVID-19 ต่อเกษตรกรชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางต่อความยากจนอยู่แล้ว  การใช้ข้อมูลทั้งทุติยภูมิและปฐมภูมิจากการสัมภาษณ์เกษตรกรโดยตรงทำให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสะท้อนความเป็นจริงในพื้นที่ได้อย่างดี<\/p>\n<p>งานวิจัยได้แสดงให้เห็นถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจจากภัยแล้งอย่างชัดเจน  โดยเฉพาะเกษตรกรรายเล็กที่ได้รับผลกระทบมากกว่า 80%  การลดลงของผลผลิตข้าวและมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นสัมพันธ์โดยตรงกับขนาดพื้นที่เพาะปลูก  การที่เกษตรกรจำนวนมากมีผลผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภคและมีแหล่งอาหารลดลงสะท้อนถึงความเปราะบางด้านอาหาร  การลดลงของรายได้จากภาคเกษตรและการปรับตัวของเกษตรกร เช่น การหยุดปลูกข้าว การหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม การปรับเปลี่ยนพืชที่ปลูก เป็นต้น  แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการเอาตัวรอดของเกษตรกรในสถานการณ์ที่ยากลำบาก  อย่างไรก็ตาม การที่เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ทำประกันภัยพืชผลเนื่องจากต้นทุนสูง เป็นข้อบ่งชี้ถึงความจำกัดด้านการเข้าถึงแหล่งทุนและความเสี่ยงที่เกษตรกรต้องเผชิญ<\/p>\n<p>ผลการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจปรับตัวของเกษตรกรแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของปัจจัยที่เกี่ยวข้อง  ทั้งปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ (อายุ) ปัจจัยด้านการผลิต (สภาพแวดล้อม การปลูกข้าวเพื่อการค้า) ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ (รายได้นอกภาคเกษตร) และปัจจัยด้านเทคโนโลยี (จำนวนสมาร์ทโฟน)  สิ่งนี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของปัญหาและความจำเป็นในการใช้วิธีการแก้ไขปัญหาที่ครอบคลุมหลายมิติ  การวิเคราะห์บทบาทของรัฐบาลแสดงให้เห็นถึงความไม่ยั่งยืนของนโยบายและมาตรการต่างๆ ที่ผ่านมา  ความไม่สอดคล้องระหว่างนโยบายกับความต้องการของเกษตรกรและการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุดเป็นอุปสรรคสำคัญ  การเสนอแนะให้มีการวางแผนระยะยาว การลงทุนในการจัดการภัยแล้ง และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการออกแบบโครงการจึงเป็นข้อเสนอแนะที่สำคัญและจำเป็น<\/p>\n<p>ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ได้สร้างความท้าทายเพิ่มเติม  โดยเฉพาะครัวเรือนพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยวและครัวเรือนที่มีหัวหน้าครัวเรือนเป็นผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก  การลดลงของรายได้ทั้งจากภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร  และการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนคนจนและกลุ่มเปราะบางต่อความยากจนสะท้อนถึงความรุนแรงของสถานการณ์  อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังพบว่าการแพร่ระบาดทำให้ความต้องการพืชอินทรีย์และอาหารปลอดภัยเพิ่มขึ้น  และเกษตรกรบางกลุ่มมองว่าการเกษตรเป็นอาชีพที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าอาชีพอื่น  สิ่งนี้แสดงถึงโอกาสในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนและการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน<\/p>\n<p>การวิเคราะห์ความเปราะบางต่อความยากจนโดยใช้แบบจำลอง three-step feasible generalized least square (FGLS) เป็นวิธีการวิเคราะห์ที่เหมาะสมและให้ผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือ  การที่เกษตรกรส่วนใหญ่มีทรัพย์สินหมุนเวียนที่สามารถนำมาใช้เป็นเงินสดได้ในกรณีฉุกเฉินแสดงถึงกลไกการรับมือของเกษตรกร  อย่างไรก็ตาม  การวางแผนและการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ยังมีจำกัด  และจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง<\/p>\n<h1>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h1>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมประกันภัยพืชผล, อุตสาหกรรมการเกษตร, อุตสาหกรรมอาหาร, และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ<\/p>\n<p><strong>เหตุผล:<\/strong><\/p>\n<ul>\n<li><strong>อุตสาหกรรมประกันภัยพืชผล:<\/strong> งานวิจัยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถในการจ่ายของเกษตรกร  เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร<\/li>\n<li><strong>อุตสาหกรรมการเกษตร:<\/strong> งานวิจัยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปัญหาและความท้าทายที่เกษตรกรเผชิญ  ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร  การบริหารจัดการน้ำ  และการวางแผนการผลิตที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศและความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม<\/li>\n<li><strong>อุตสาหกรรมอาหาร:<\/strong> งานวิจัยเน้นถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร  การเพิ่มความต้องการพืชอินทรีย์และอาหารปลอดภัยเป็นโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และตลาดอาหารที่มีคุณภาพสูง<\/li>\n<li><strong>อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ:<\/strong>  การใช้เทคโนโลยี เช่น สมาร์ทโฟน มีผลต่อการปรับตัวของเกษตรกร  การพัฒนาแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อให้ข้อมูล  การตลาด  และการเข้าถึงแหล่งทุนแก่เกษตรกรจึงเป็นสิ่งสำคัญ<\/li>\n<\/ul>\n<h1>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h1>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิจัย, นักวางแผนการเกษตร, เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร, และผู้ประกอบการด้านการเกษตร<\/p>\n<p><strong>เหตุผล:<\/strong><\/p>\n<ul>\n<li><strong>นักวิจัย:<\/strong> งานวิจัยนี้สามารถเป็นพื้นฐานสำหรับการวิจัยเพิ่มเติม  การวิเคราะห์ข้อมูล  และการพัฒนาแบบจำลองทางเศรษฐมิติ  เพื่อทำความเข้าใจและแก้ไขปัญหาของเกษตรกรได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น<\/li>\n<li><strong>นักวางแผนการเกษตร:<\/strong> ข้อมูลและข้อเสนอแนะจากงานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการวางแผนการผลิต  การจัดการทรัพยากร  และการพัฒนานโยบายการเกษตรที่เหมาะสม  เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของภาคการเกษตร<\/li>\n<li><strong>เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร:<\/strong>  งานวิจัยช่วยให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐเข้าใจถึงปัญหาและความต้องการของเกษตรกร  เพื่อออกแบบและดำเนินนโยบายและมาตรการที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ  ในการบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งและการระบาดของโรค<\/li>\n<li><strong>ผู้ประกอบการด้านการเกษตร:<\/strong>  งานวิจัยสามารถเป็นแนวทางในการวางแผนธุรกิจ  การพัฒนาผลิตภัณฑ์  และการตลาด  โดยเฉพาะการผลิตพืชอินทรีย์และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร<\/li>\n<\/ul>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "122854",
        "Headname": "นางอรวรรณ ศรีโสมพันธ์",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยมหาสารคาม",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ภัยแล้ง",
            "COVID-19",
            "ผลกระทบทางเศรษฐกิจ",
            "ผลกระทบทางสังคม",
            "เกษตรกรผู้ปลูกข้าว"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อศึกษาระดับผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์ภัยแล้งและการระบาดของ COVID-19 ต่อครัวเรือนชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อประเมินความเปราะบางต่อความยากจนของครัวเรือนชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือภายใต้สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการปรับตัวของครัวเรือนชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือภายใต้สถานการณ์ภัยแล้งและการระบาดของ COVID-19 เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจในการปรับตัวของชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือภายใต้สถานการณ์ภัยแล้งการระบาดของ COVID-19 เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยบวกของครัวเรือนและชุมชนในการบรรเทาผลกระทบการระบาดของ COVID-19 เพื่อวิเคราะห์บทบาทของรัฐบาลต่อการบรรเทาผลกระทบและการปรับตัวของชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเสนอแนะมาตรการและแนวทางในการสนับสนุนและส่งเสริมการปรับตัวของชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือภายใต้สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ของกลุ่มเกษตรกรที่มีศักยภาพในการรับมือ (coping capacity) ต่อการเปลี่ยนแปลงน้อย และมีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสูง"
    },
    "apa": "นางอรวรรณ ศรีโสมพันธ์. (2563). การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากภัยแล้งและการแพร่ระบาดของ Covid-19 ต่อเกษตรกรชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. มหาสารคาม.",
    "chicago": "นางอรวรรณ ศรีโสมพันธ์. 2563. \"การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากภัยแล้งและการแพร่ระบาดของ Covid-19 ต่อเกษตรกรชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ\". มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. มหาสารคาม.",
    "mla": "นางอรวรรณ ศรีโสมพันธ์. \"การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากภัยแล้งและการแพร่ระบาดของ Covid-19 ต่อเกษตรกรชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ\". มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2563. มหาสารคาม.",
    "vancouver": "นางอรวรรณ ศรีโสมพันธ์. การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากภัยแล้งและการแพร่ระบาดของ Covid-19 ต่อเกษตรกรชาวนาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2563. มหาสารคาม.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}