{
    "content_title": "การพัฒนาความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของครูวิทยาศาสตร์โดยใช้การศึกษาบทเรียนร่วมกัน เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมในศตวรรษ",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16115.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้ศึกษาผลของการศึกษาบทเรียนร่วมกันต่อการพัฒนาความรู้ในเนื้อหาและวิธีการสอนสะเต็มศึกษาของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูวิทยาศาสตร์  โดยใช้การวิจัยเชิงพหุกรณีศึกษา (multiple case study) กับนิสิต 4 คน อาจารย์พี่เลี้ยง 4 คน และอาจารย์นิเทศ 3 คน  งานวิจัยตั้งคำถามหลักเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการศึกษาบทเรียนร่วมกันในการพัฒนาความรู้ด้านสะเต็มศึกษาของนิสิต และคำถามย่อยที่สำรวจความรู้ก่อนและหลังการเข้าร่วมกิจกรรม  <\/p>\n<p>จุดแข็งของงานวิจัยอยู่ที่การใช้แหล่งข้อมูลหลายแหล่ง  เช่น Content representations tools (CoRes), แผนการจัดการเรียนรู้, แบบสังเกตการเรียนรู้ของนักเรียน, แบบสังเกตการประชุมกลุ่มวิจัย, แบบสังเกตการอภิปราย และแบบสัมภาษณ์เชิงลึก  การใช้หลายวิธีการเก็บข้อมูลนี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความรอบด้านของข้อมูล  อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงพรรณนาอาจทำให้ขาดความลึกซึ้ง  ควรพิจารณาใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงคุณภาพที่เข้มข้นกว่า เช่น การวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ (Qualitative Content Analysis) หรือ Grounded Theory  เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ละเอียดและอธิบายปรากฏการณ์ได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น<\/p>\n<p>ผลการวิจัยพบว่า ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม นิสิตมีความรู้ด้านความเข้าใจของผู้เรียนและหลักสูตรน้อยที่สุด  การเปลี่ยนแปลงความรู้หลังการเข้าร่วมกิจกรรมนั้นไม่สม่ำเสมอ  ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ประสบการณ์การสอนสะเต็มศึกษาและความมั่นใจของนิสิต  งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า การสะท้อนการเรียนรู้ของนักเรียนหลังการใช้แผนการจัดการเรียนรู้เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความรู้ของนิสิต  โดยเฉพาะด้านความเข้าใจของนักเรียนและการจัดการเรียนรู้  อย่างไรก็ตาม  นิสิตจะพัฒนาความเข้าใจได้ก็ต่อเมื่อนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชั้นเรียนจริง  <\/p>\n<p>ข้อจำกัดของงานวิจัยคือ การจัดกลุ่มสมาชิกสำหรับการศึกษาบทเรียนร่วมกันเกิดขึ้นหลังจากวางแผนการนิเทศแล้ว  ทำให้สมาชิกไม่สามารถเข้าร่วมทุกขั้นตอนได้  งานวิจัยเสนอแนะว่าควรจัดกลุ่มก่อนวางแผน เพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้ร่วมกันอย่างเต็มที่  นอกจากนี้  ข้อมูลการเรียนรู้ของนักเรียนมาจากผู้สังเกตชั้นเรียน  งานวิจัยเสนอแนะให้เก็บข้อมูลจากนักเรียนโดยตรงในอนาคตเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมมากขึ้น  <\/p>\n<p>โดยสรุป งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลของการศึกษาบทเรียนร่วมกันต่อการพัฒนาความรู้สะเต็มศึกษาของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพ  แม้จะมีข้อจำกัดบางประการ แต่ก็เป็นงานวิจัยที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมครู  การปรับปรุงวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลและการเก็บข้อมูลจากนักเรียนโดยตรงจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือของงานวิจัยได้มากขึ้น  การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาความรู้ เช่น บุคลิกภาพของนิสิต  สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ และทรัพยากรที่มีอยู่ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาสะเต็มศึกษาในอนาคต<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ <strong>อุตสาหกรรมการศึกษา<\/strong>  โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรหรือสถาบันที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรมครู และการพัฒนาคุณภาพการศึกษา  เหตุผลคือ งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาความรู้และทักษะของครูวิทยาศาสตร์ในการสอนสะเต็มศึกษา  ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระดับชาติ  ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมครู  การพัฒนาสื่อการเรียนการสอน และการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับแนวทางสะเต็มศึกษา  นอกจากนี้  ยังสามารถนำไปใช้ในการประเมินประสิทธิภาพของการฝึกอบรมครูและการพัฒนาหลักสูตรได้อีกด้วย<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพ <strong>ครูวิทยาศาสตร์<\/strong>, <strong>นักวิจัยทางการศึกษา<\/strong>, <strong>ผู้พัฒนาหลักสูตร<\/strong> และ <strong>นักนิเทศการศึกษา<\/strong>  เหตุผลคือ  งานวิจัยนี้ศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้และทักษะของครูวิทยาศาสตร์ในการสอนสะเต็มศึกษา  ข้อมูลและผลการวิจัยจึงเป็นประโยชน์ต่อครูวิทยาศาสตร์ในการปรับปรุงวิธีการสอน  นักวิจัยทางการศึกษาสามารถนำผลการวิจัยไปต่อยอดในการทำวิจัยเชิงลึก  ผู้พัฒนาหลักสูตรสามารถนำไปปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาครูให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  และนักนิเทศการศึกษาสามารถนำไปใช้ในการนิเทศและพัฒนาการสอนของครูได้  <\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "47427",
        "Headname": "นางสาวกรกนก เลิศเดชาภัทร",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [],
        "ProjectObjective": "1.สำรวจความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพก่อนเข้าร่วมการศึกษาบทเรียนร่วมกัน2.วิเคราะห์ความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของครูหลังจากเข้าร่วมการศึกษาบทเรียนร่วมกัน3.ศึกษาการใช้การศึกษาบทเรียนที่มีต่อการพัฒนาความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของนิสิตฝึกประสบการณ์วิชาชีพ4.พัฒนาและเสนอกรอบแนวคิดการศึกษาบทเรียนร่วมกันที่จำเพาะกับการพัฒนาความรู้ในเน้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษา"
    },
    "apa": "นางสาวกรกนก เลิศเดชาภัทร. (2563). การพัฒนาความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของครูวิทยาศาสตร์โดยใช้การศึกษาบทเรียนร่วมกัน เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมในศตวรรษ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.  .",
    "chicago": "นางสาวกรกนก เลิศเดชาภัทร. 2563. \"การพัฒนาความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของครูวิทยาศาสตร์โดยใช้การศึกษาบทเรียนร่วมกัน เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมในศตวรรษ\". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.  .",
    "mla": "นางสาวกรกนก เลิศเดชาภัทร. \"การพัฒนาความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของครูวิทยาศาสตร์โดยใช้การศึกษาบทเรียนร่วมกัน เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมในศตวรรษ\". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2563.  .",
    "vancouver": "นางสาวกรกนก เลิศเดชาภัทร. การพัฒนาความรู้ในเนื้อหาผนวกวิธีสอนสะเต็มศึกษาของครูวิทยาศาสตร์โดยใช้การศึกษาบทเรียนร่วมกัน เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรมในศตวรรษ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2563.  .",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}