{
    "content_title": "การพัฒนาการใช้ประโยชน์ศัตรูธรรมชาติเพื่อการควบคุมศัตรูผักโดยชีววิธี และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16178.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาการใช้ประโยชน์ศัตรูธรรมชาติเพื่อการควบคุมศัตรูผักโดยชีววิธี และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน” นี้เป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญและทันสมัย เน้นการแก้ปัญหาการกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน โดยอาศัยหลักการควบคุมทางชีวภาพ งานวิจัยแบ่งเป็นสามกิจกรรมหลัก ซึ่งเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ และครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยีไปจนถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน<\/p><p><strong>กิจกรรมที่หนึ่ง<\/strong> มุ่งเน้นการพัฒนาชีวภัณฑ์จากเชื้อ <i>Bacillus subtilis<\/i> SK1-3 ในรูปผงแห้ง ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยเพิ่มอายุการเก็บรักษาและความสะดวกในการใช้งาน การเลือกใช้ <i>Bacillus subtilis<\/i> เป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมโรครากเน่าโคนเน่าในกะหล่ำปลี แสดงถึงความเข้าใจในกลไกของโรคและการเลือกใช้จุลินทรีย์ที่เหมาะสม การทดสอบประสิทธิภาพทั้งในสภาพโรงเรือนและแปลงทดสอบ ทำให้ผลลัพธ์มีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง การผสมสาร CMC และแป้งมันสำปะหลังเพื่อปกป้องเซลล์แบคทีเรียจากความร้อนระหว่างกระบวนการอบแห้งแบบพ่นฝอย แสดงถึงความละเอียดรอบคอบในการออกแบบกระบวนการผลิต อัตราการรอดชีวิตของเชื้อที่ยังคงสูงแม้หลังจากเก็บรักษาเป็นเวลา 6 เดือน ยิ่งยืนยันถึงประสิทธิภาพของวิธีการพัฒนาชีวภัณฑ์นี้<\/p><p><strong>กิจกรรมที่สอง<\/strong> เน้นการเพาะเลี้ยงศัตรูธรรมชาติหลากหลายชนิด ทั้งเชื้อจุลินทรีย์ (เช่น <i>Trichoderma<\/i>, <i>Beauveria<\/i>, <i>Metarhizium<\/i>) และแมลง (เช่น แมลงช้างปีกใส, มวนพิฆาต, มวนเพชฌฆาต, แมลงหางหนีบสีดำ, ด้วงเต่าลายหยัก) และไส้เดือนฝอย การผลิตชีวภัณฑ์ในปริมาณมากแสดงถึงศักยภาพในการนำไปใช้ในพื้นที่ขนาดใหญ่ การเลือกใช้ศัตรูธรรมชาติที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมศัตรูพืช และลดความเสี่ยงจากการดื้อยาหรือการเกิดความต้านทาน การผลิตในปริมาณมากและหลากหลายชนิด ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของเกษตรกรได้อย่างเพียงพอ<\/p><p><strong>กิจกรรมที่สาม<\/strong> เป็นขั้นตอนสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน การทำแปลงสาธิตในแปลงเกษตรกร ช่วยให้เกษตรกรได้เห็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และสามารถเรียนรู้วิธีการปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม การคำนวณอัตราส่วนของรายได้ต่อต้นทุน (BCR) แสดงถึงประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจของวิธีการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี การอบรมเชิงปฏิบัติการจำนวน 7 ครั้ง ช่วยเพิ่มความรู้ความเข้าใจและทักษะให้กับเกษตรกรจำนวนมาก และการติดตามผลการใช้ชีวภัณฑ์หลังการอบรม แสดงให้เห็นถึงการยอมรับและการนำเทคโนโลยีไปใช้จริง อัตราการเพิ่มขึ้นของความรู้ด้านการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี 30.43% สะท้อนถึงประสิทธิภาพของการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการมีเกษตรกรจำนวนหนึ่งที่สามารถผลิตศัตรูธรรมชาติใช้เอง แสดงให้เห็นถึงความยั่งยืนของโครงการ<\/p><p>โดยสรุป งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มีความสมบูรณ์ ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยี การทดสอบประสิทธิภาพ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี วิธีการวิจัยเป็นระบบและมีการควบคุมที่ดี ผลลัพธ์ที่ได้มีความน่าเชื่อถือ และสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาสารเคมี และส่งเสริมเกษตรกรรมอินทรีย์<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมเกษตรกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมผัก<\/strong> เพราะมุ่งเน้นการพัฒนาและนำเสนอวิธีการควบคุมศัตรูพืชในพืชผักอย่างยั่งยืนโดยใช้ชีววิธี ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของตลาดที่หันมาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์เกษตรปลอดภัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายชีวภัณฑ์ เช่น อุตสาหกรรมผลิตสารชีวภัณฑ์ อุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านการเกษตร เพราะงานวิจัยนี้ได้พัฒนาชีวภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและมีวิธีการผลิตที่สามารถขยายผลได้ รวมทั้งได้มีการทดสอบประสิทธิภาพอย่างครอบคลุม<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพ<strong>เกษตรกรผู้ปลูกผัก<\/strong> เนื่องจากงานวิจัยได้ให้แนวทางการควบคุมศัตรูพืชอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต นอกจากนี้ ยังเหมาะกับนักวิชาการด้านการเกษตร นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมศัตรูพืช เพราะงานวิจัยนี้ได้นำเสนอองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาได้ รวมถึงเหมาะกับ<strong>ผู้ประกอบการด้านการเกษตร <\/strong>ผู้ที่ทำงานด้านการผลิตและจำหน่ายชีวภัณฑ์ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการด้านการเกษตร เนื่องจากงานวิจัยนี้มีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "144267",
        "Headname": "นางยุวดี ชูประภาวรรณ",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "การควบคุมโดยชีววิธี",
            "การถ่ายทอดเทคโนโลยี",
            "ชีวภัณฑ์แบบพ่นฝอย"
        ],
        "ProjectObjective": "1 เพื่อพัฒนาชีวภัณฑ์ และศึกษาประสิทธิภาพชีวภัณฑ์เชื้อ B. subtillis SK1-3 แบบผงแห้งด้วยวิธีอบแห้งแบบพ่นฝอย (spray dry) ในการควบคุมโรครากเน่าโคนเน่า ในกะหล่ำปลี2 เพื่อเพาะเลี้ยงศัตรูธรรมชาติ สำหรับใช้ในแปลงทดสอบและการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสู่เกษตรกร3 เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้ศัตรูธรรมชาติ และชีวภัณฑ์ในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชผักกินใบที่สำคัญทางเศรษฐกิจ"
    },
    "apa": "นางยุวดี ชูประภาวรรณ. (2563). การพัฒนาการใช้ประโยชน์ศัตรูธรรมชาติเพื่อการควบคุมศัตรูผักโดยชีววิธี และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. อุบลราชธานี.",
    "chicago": "นางยุวดี ชูประภาวรรณ. 2563. \"การพัฒนาการใช้ประโยชน์ศัตรูธรรมชาติเพื่อการควบคุมศัตรูผักโดยชีววิธี และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน\". มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. อุบลราชธานี.",
    "mla": "นางยุวดี ชูประภาวรรณ. \"การพัฒนาการใช้ประโยชน์ศัตรูธรรมชาติเพื่อการควบคุมศัตรูผักโดยชีววิธี และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน\". มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, 2563. อุบลราชธานี.",
    "vancouver": "นางยุวดี ชูประภาวรรณ. การพัฒนาการใช้ประโยชน์ศัตรูธรรมชาติเพื่อการควบคุมศัตรูผักโดยชีววิธี และการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี; 2563. อุบลราชธานี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}