{
    "content_title": "การจัดการห่วงโซ่อุปทานมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองครบวงจรสู้วิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16204.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง “การจัดการห่วงโซ่อุปทานมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองครบวงจรสู้วิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19” นี้ มุ่งเน้นแก้ปัญหาการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะปัญหาการขนส่งทางอากาศที่มีราคาสูงและไม่สะดวก งานวิจัยได้ดำเนินการอย่างครอบคลุมตั้งแต่การเก็บเกี่ยว การคัดเลือกคุณภาพ ไปจนถึงการขนส่งและการแปรรูป ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในห่วงโซ่อุปทานของมะม่วงอย่างลึกซึ้ง<\/p><p>จุดเด่นของงานวิจัยนี้อยู่ที่การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ เช่น การใช้เทคนิคเนียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโกปี (Near-Infrared Spectroscopy) ในการคัดเลือกมะม่วงที่สุกแก่เหมาะสม เทคนิคนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการคัดเลือก ลดความสูญเสียจากการคัดเลือกแบบเดิมๆ นอกจากนี้ การใช้ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมบรรยากาศ (Controlled Atmosphere Container) ในการขนส่งทางเรือ ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาของมะม่วง ลดอัตราการเน่าเสีย และรักษาคุณภาพให้คงอยู่ได้นานขึ้นระหว่างการขนส่งทางเรือระยะไกล การค้นพบสัดส่วนออกซิเจน 3% ร่วมกับคาร์บอนไดออกไซด์ 5% ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเก็บรักษานั้น เป็นข้อมูลที่มีค่าและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์<\/p><p>อีกหนึ่งความสำเร็จของงานวิจัยคือการพัฒนาเว็บไซต์และระบบฐานข้อมูลสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ระบบนี้ช่วยในการวางแผนการผลิต ป้องกันการล้นตลาด และช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึง การแปรรูปมะม่วงตกเกรดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น น้ำมะม่วงผสมเสาวรส ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต ลดความสูญเสีย และสร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร การใช้เทคนิคพาสเจอร์ไรส์ด้วยความดันสูง (High-Pressure Processing) แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างนวัตกรรมในการแปรรูปอาหาร เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนาน<\/p><p>การวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ที่เปรียบเทียบต้นทุนการขนส่งทางเรือและทางอากาศ เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมบรรยากาศ เนื่องจากพบว่าการขนส่งทางเรือมีต้นทุนที่ต่ำกว่า แต่สามารถส่งออกได้ในปริมาณที่มากกว่า การวิเคราะห์นี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนการขนส่งกับปริมาณการส่งออก ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการวางแผนและการตัดสินใจทางธุรกิจ<\/p><p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้อาจมีข้อจำกัด เช่น การศึกษาครอบคลุมเฉพาะมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง อาจจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อศึกษาผลกระทบต่อมะม่วงพันธุ์อื่นๆ นอกจากนี้ การขยายผลสู่ภาคปฏิบัติอาจต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร เพื่อให้สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่<\/p><p>โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณภาพ มีความครบถ้วน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง ในการแก้ปัญหาการส่งออกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง และเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับการจัดการห่วงโซ่อุปทานของสินค้าเกษตรอื่นๆ ในสถานการณ์ที่เผชิญกับความท้าทายต่างๆ<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมเกษตรกรรม <\/strong>โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกผลไม้สด โดยเฉพาะมะม่วง เหตุผลคือ งานวิจัยได้นำเสนอวิธีการจัดการห่วงโซ่อุปทานมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองอย่างครบวงจร ตั้งแต่การคัดเลือกผลผลิต การเก็บรักษา การขนส่ง จนถึงการแปรรูป ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับการผลิตและส่งออกผลไม้สดอื่นๆ ได้ นอกจากนี้ การวิเคราะห์ต้นทุนการขนส่งและการเสนอแนะวิธีการลดต้นทุน เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้ การพัฒนาเว็บไซต์และฐานข้อมูล ช่วยให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลและเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมเกษตรกรรม<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบอาชีพหลายประเภท เช่น <strong>เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง ผู้ประกอบการส่งออกผลไม้ นักวิทยาศาสตร์ด้านการเกษตร และผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ <\/strong>เกษตรกรสามารถนำเทคนิคการคัดเลือกและการเก็บรักษา รวมถึงข้อมูลจากเว็บไซต์และฐานข้อมูล มาปรับใช้ในการผลิต เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ ผู้ประกอบการส่งออกสามารถนำวิธีการขนส่งทางเรือด้วยตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมบรรยากาศ มาลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการส่งออก นักวิทยาศาสตร์ด้านการเกษตรสามารถนำเทคนิคการใช้เนียร์อินฟราเรดสเปกโตรสโกปี และการแปรรูปมะม่วงด้วยความดันสูง ไปพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ และผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์สามารถนำข้อมูลการขนส่งและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน ไปปรับปรุงระบบการขนส่งและการจัดการสินค้าเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "176890",
        "Headname": "รองศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยนเรศวร",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "มะม่วง",
            "การอบไอน้ำ",
            "การส่งออก",
            "ญี่ปุ่น",
            "สาธารณรัฐเกาหลี",
            "การแปรรูปด้วยความดันสูง",
            "น้ำมะม่วง",
            "น้ำดอกไม้สีทองผสมน้ำเสาวรส"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อพัฒนาการส่งออกมะม่วงผลสดทางเรือ ระบายสินค้าล้นตลาดของเกษตรกรจำนวน 400 ตัน เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพแปรรูปมะม่วงเพื่อส่งออกจำนวน 600 ตัน"
    },
    "apa": "รองศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท. (2563). การจัดการห่วงโซ่อุปทานมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองครบวงจรสู้วิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19. มหาวิทยาลัยนเรศวร. พิษณุโลก.",
    "chicago": "รองศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท. 2563. \"การจัดการห่วงโซ่อุปทานมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองครบวงจรสู้วิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19\". มหาวิทยาลัยนเรศวร. พิษณุโลก.",
    "mla": "รองศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท. \"การจัดการห่วงโซ่อุปทานมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองครบวงจรสู้วิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19\". มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2563. พิษณุโลก.",
    "vancouver": "รองศาสตราจารย์ ดร. พีระศักดิ์ ฉายประสาท. การจัดการห่วงโซ่อุปทานมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองครบวงจรสู้วิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19. มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2563. พิษณุโลก.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}