{
    "content_title": "การพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลากัดเชิงพาณิชย์แบบยั่งยืนด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการป้องกันโรคและลดความสูญเสียของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16225.jpg",
    "aiAnalyze": "<h1>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h1><p>งานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลากัดเชิงพาณิชย์แบบยั่งยืนด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการป้องกันโรคและลดความสูญเสียของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม” เป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลากัดของไทย เนื่องจากปลากัดเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่สร้างรายได้และการจ้างงานจำนวนมาก แต่ก็ประสบปัญหาความสูญเสียจากโรคและการตายของลูกปลาเป็นจำนวนมาก งานวิจัยนี้ได้นำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่ทันสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<\/p><p>จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขาเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นชีววิทยาโมเลกุล เทคโนโลยีชีวภาพ และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การศึกษาแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ซึ่งแต่ละส่วนมีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ และมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม เริ่มจากการศึกษาและพัฒนาพรีไบโอติกเพื่อใช้ร่วมกับโปรไบโอติกในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับปลากัด ซึ่งเป็นแนวทางการป้องกันโรคที่ปลอดภัยและยั่งยืน การเลือกใช้ Lactobacillus plantarum SGLAB01 และ Lactococcus lactis SGLAB02 เป็นโปรไบโอติกแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในกลไกการทำงานของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหารของปลากัด การค้นพบว่า Maltodextrin และ Fructooligosaccharide เป็นพรีไบโอติกที่มีประสิทธิภาพ ก็เป็นผลลัพธ์ที่สำคัญ เนื่องจากเป็นการลดการพึ่งพาสารเคมีในการป้องกันโรค<\/p><p>ส่วนที่สองของการวิจัยเน้นการพัฒนาการเลี้ยงโคพีพอด Apocyclops royi เป็นอาหารมีชีวิต ซึ่งเป็นวิธีการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าอาหารทั่วไป การที่งานวิจัยสามารถเพาะเลี้ยงโคพีพอดได้เองในห้องปฏิบัติการ แสดงถึงความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี และเป็นการลดต้นทุนการผลิต การเปรียบเทียบคุณค่าทางโภชนาการของโคพีพอด Artemia sp. และไรแดง Moina sp. แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการสารอาหารของปลากัด และเป็นการเลือกใช้แหล่งอาหารที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะการเน้นสัดส่วนของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนชนิดสายยาว (LC-PUFA) และกรดไขมันจำเป็นในกลุ่มโอเมกา-3 (DHA และ EPA) และโอเมกา-6 (ARA) ซึ่งสำคัญต่อการเจริญเติบโตและระบบภูมิคุ้มกันของปลากัด<\/p><p>ส่วนที่สามของการวิจัยมุ่งเน้นการพัฒนาเพปไทด์ต้านจุลชีพ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีการทางชีวภาพในการป้องกันโรค การพัฒนาต้นแบบเชิงชีวภาพนี้ แสดงให้เห็นถึงความคิดริเริ่มและความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์ ส่วนสุดท้ายคือการพัฒนาเทคนิค Loop-mediated Isothermal Amplification (LAMP) เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังโรคติดเชื้อ Megalocytivirus ซึ่งเป็นโรคที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลากัด การพัฒนาเทคนิคการตรวจวินิจฉัยโรคนี้ จะช่วยให้เกษตรกรสามารถควบคุมโรคได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และช่วยลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ<\/p><p>โดยสรุป งานวิจัยนี้ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลากัดที่ครบวงจร โดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพที่ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีประสิทธิภาพ การบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขา การศึกษาวิจัยที่เป็นระบบ และการนำเสนอผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทำให้สามารถนำงานวิจัยนี้ไปใช้ประโยชน์ได้จริง และช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลากัดของไทยให้มีความยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรของไทย<\/p><h1>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h1><p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ<strong>อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม<\/strong> โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเพาะเลี้ยงปลากัด เหตุผลก็คือ งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาสำคัญๆ ที่อุตสาหกรรมนี้กำลังเผชิญอยู่ ได้แก่ การสูญเสียจากโรค การตายของลูกปลา และการขาดแคลนอาหารที่มีคุณภาพ เทคนิคและเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้ สามารถนำไปปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิต โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้สามารถผลิตปลากัดได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ<\/p><h1>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h1><p>งานวิจัยนี้เหมาะสมกับผู้ประกอบอาชีพหลายกลุ่ม อาทิเช่น<\/p><p><strong>เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลากัด:<\/strong> งานวิจัยนี้ให้ความรู้และเทคนิคที่สามารถนำไปปรับใช้ในการเพาะเลี้ยงปลากัดได้จริง ทำให้เกษตรกรสามารถเพิ่มผลผลิต ลดความเสี่ยงจากโรค และเพิ่มรายได้<\/p><p><strong>นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยด้านชีววิทยาและเทคโนโลยีชีวภาพ:<\/strong> งานวิจัยนี้เป็นแหล่งความรู้และข้อมูลทางวิชาการ ที่สามารถนำไปต่อยอดและพัฒนาการวิจัยในอนาคตได้<\/p><p><strong>เจ้าหน้าที่หรือบุคลากรที่ทำงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการเกษตรและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ:<\/strong> งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดนโยบาย การวางแผน และการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปลากัดอย่างยั่งยืน<\/p><h1>&nbsp;<\/h1>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "100789",
        "Headname": "ดร. ปิติ อ่ำพายัพ",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "แผนงาน หรือชุดโครงการ",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ปลากัดไทย",
            "พรีไบโอติก",
            "โปรไบโอติกแลกติกแอซิดแบคทีเรีย",
            "ระบบภูมิคุ้มกัน",
            "การต้านโรค",
            "โคพีพอด",
            "กรดไขมันโอเมกา",
            "แอสตาแซนทิน",
            "การเร่งสี",
            "สมรรถภาพการเติบโต",
            "ความสมบูรณ์พันธุ์",
            "เพปไทด์ต้านจุลชีพ",
            "การเสริมสุขภาพ",
            "การป้องกันโรค",
            "เทคนิคแลมป์",
            "เมกาโลไซติไวรัส"
        ],
        "ProjectObjective": "งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการศึกษาวิจัยและประยุกต์ใช้องค์ความรู้ทางด้านชีววิทยาโมเลกุลและเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเสริมประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยง การป้องกันโรค และการตรวจวินิจฉัยโรค ในปลากัดสวยงาม เพื่อลดความสูญเสียในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลากัดสวยงาม และช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลากัดเชิงพาณิชย์แบบยั่งยืน โดยแบ่งการศึกษาเป็น 4 ส่วน ได้แก่1. ศึกษาและพัฒนาพรีไบโอติกเพื่อใช้เป็นสารเสริมประสิทธิภาพของโปรไบโอติกแลกติกแอซิดแบคทีเรียในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และเพิ่มการต้านทานโรคในการเพาะเลี้ยงปลากัดสวยงามในระดับห้องปฏิบัติการ (ปีที่ 1)2. ศึกษาประสิทธิภาพและพัฒนาแนวทางการประยุกต์ใช้โคพีพอดเป็นอาหารมีชีวิตในการเพาะเลี้ยงปลากัดสวยงาม เพื่อเร่งสี การเติบโต และความสมบูรณ์พันธุ์ของปลากัดสวยงามในฟาร์มเพาะเลี้ยง (ปีที่ 1 และ ปีที่ 2)3. ศึกษาและพัฒนาต้นแบบเชิงชีวภาพของเพปไทด์ต้านจุลชีพที่มีประสิทธิภาพในการเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคในปลากัดสวยงาม(ปีที่ 2)4. พัฒนาเทคนิค Loop-mediated Isothermal Amplification (LAMP) เพื่อใช้ตรวจสอบและเฝ้าระวังโรคติดเชื้อ Megalocytivirus ในระบบการเลี้ยงปลากัดสวยงาม(ปีที่ 2)"
    },
    "apa": "ดร. ปิติ อ่ำพายัพ. (2564). การพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลากัดเชิงพาณิชย์แบบยั่งยืนด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการป้องกันโรคและลดความสูญเสียของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.). กรุงเทพมหานคร.",
    "chicago": "ดร. ปิติ อ่ำพายัพ. 2564. \"การพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลากัดเชิงพาณิชย์แบบยั่งยืนด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการป้องกันโรคและลดความสูญเสียของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม\". สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.). กรุงเทพมหานคร.",
    "mla": "ดร. ปิติ อ่ำพายัพ. \"การพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลากัดเชิงพาณิชย์แบบยั่งยืนด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการป้องกันโรคและลดความสูญเสียของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม\". สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), 2564. กรุงเทพมหานคร.",
    "vancouver": "ดร. ปิติ อ่ำพายัพ. การพัฒนาการเพาะเลี้ยงปลากัดเชิงพาณิชย์แบบยั่งยืนด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการป้องกันโรคและลดความสูญเสียของอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงปลาสวยงาม. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.); 2564. กรุงเทพมหานคร.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}