{
    "content_title": "สร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี : สำนักกิจกรรมเพื่อสังคม ในเครือเบทาโกร",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16214.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>โครงการ \"สร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี\" ของสำนักกิจกรรมเพื่อสังคมในเครือเบทาโกร มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในพื้นที่ชนบท โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย ให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการพัฒนาอาชีพและธุรกิจของตนเองอย่างยั่งยืน โครงการนี้ใช้กลไกการทำงานร่วมกับ 15 มหาวิทยาลัย เพื่อนำองค์ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนา ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่สำคัญ เนื่องจากการมีส่วนร่วมของสถาบันการศึกษาช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของเนื้อหาการอบรม นอกจากนี้ การมีเครือข่ายมหาวิทยาลัยที่หลากหลายยังช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้นและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแต่ละพื้นที่ได้ดียิ่งขึ้น<\/p><p>จุดเด่นอีกประการหนึ่งของโครงการคือการมุ่งเน้นการพัฒนาอย่าง \"องค์รวม\" หมายความว่าไม่เพียงแต่เน้นการถ่ายทอดความรู้และเทคนิคทางการเกษตรหรือการทำธุรกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การบริหารจัดการ การตลาด การเงิน และการวางแผนธุรกิจ การพัฒนาแบบองค์รวมนี้ช่วยสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนให้กับวิสาหกิจในระยะยาว ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการไม่เพียงแต่มีทักษะเฉพาะด้าน แต่ยังมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการธุรกิจอย่างครบวงจร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างมั่นคง<\/p><p>อย่างไรก็ตาม จากผลการดำเนินงานที่ระบุว่ามีผู้เข้าร่วมโครงการเพียงร้อยละ 20 ที่ดำเนินงานต่อในพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายบางประการที่โครงการต้องเผชิญ อาจเกิดจากปัจจัยหลายด้าน เช่น ความยากลำบากในการปรับตัวของเกษตรกร การขาดแคลนเงินทุน หรือปัญหาเรื่องตลาด การวิเคราะห์อย่างละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการบางส่วนไม่สามารถดำเนินงานต่อได้นั้นจำเป็น เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาโครงการในอนาคต เช่น การให้คำปรึกษาและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง การจัดหาแหล่งเงินทุน หรือการเชื่อมโยงกับตลาด การพัฒนาเครือข่ายและการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้เข้าร่วมโครงการก็มีความสำคัญ เพื่อให้สามารถแบ่งปันประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความรู้ และให้การสนับสนุนซึ่งกันและกัน สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสความสำเร็จของโครงการในระยะยาว<\/p><p>นอกจากนี้ การประเมินผลที่ชัดเจนและครอบคลุม ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เห็นภาพที่สมบูรณ์ของผลกระทบจากโครงการ การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ และการรายงานผลควรมีความโปร่งใส และสามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงโครงการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การติดตามผลการดำเนินงานของผู้เข้าร่วมโครงการหลังจากจบโครงการแล้ว จะช่วยให้เข้าใจถึงความท้าทายและอุปสรรคที่พวกเขาประสบ และนำไปสู่การพัฒนาแนวทางการสนับสนุนที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการสร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมอย่างแท้จริง โครงการนี้จึงควรมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องและปรับปรุงกลไกการสนับสนุนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมเกษตรกรรม อุตสาหกรรมอาหาร และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน<\/strong> เหตุผลคือโครงการนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในอุตสาหกรรมเหล่านี้ การพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายจะส่งผลให้เกิดการเพิ่มผลผลิต การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจในระดับชุมชน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมอาหารที่ต้องการวัตถุดิบที่มีคุณภาพและปริมาณเพียงพอ เครือเบทาโกรในฐานะบริษัทเอกชนที่เป็นผู้สนับสนุนโครงการนี้ ก็จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการพัฒนาเกษตรกรที่เป็นซัพพลายเออร์ และเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับห่วงโซ่อุปทานของตนเอง<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน การส่งเสริมอาชีพ การให้คำปรึกษาทางธุรกิจ การวิจัยและพัฒนาทางการเกษตร และอาจารย์มหาวิทยาลัย<\/strong> เหตุผลคือ บุคคลเหล่านี้มีทักษะและความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในโครงการ เช่น ความรู้ด้านการเกษตร การบริหารจัดการธุรกิจ การตลาด และการพัฒนาชุมชน การนำงานวิจัยนี้ไปใช้ประโยชน์ จะช่วยให้บุคคลเหล่านี้สามารถพัฒนาและปรับปรุงทักษะของตนเอง และนำไปใช้ในการทำงานเพื่อพัฒนาชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังสามารถนำไปใช้เป็นกรณีศึกษาหรือเป็นแนวทางในการออกแบบโครงการพัฒนาชุมชนอื่นๆ ได้อีกด้วย<\/p>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "180447",
        "Headname": "นายบัญญัติ คำบุญเหลือ",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "บริษัท สฤก จำกัด",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "การพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่แบบองค์รวม"
        ],
        "ProjectObjective": "1.ประชาชนที่ได้รับการจ้างงานสามารถนำทักษะการทำงานจากการดำเนินโครงการไปปรับปรุงและพัฒนา เพื่อใช้ในการทำงานในอนาคต2.เกษตรกร(รายใหม่-รายเก่า)และกลุ่มวิสาหกิจที่เข้าร่วมโครงการ สามารถนำทักษะและองค์ความรู้ตามหลักวิชาการไปพัฒนาอาชีพ และเป็นต้นแบบหรือเป็นเครือข่ายการพัฒนาของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม3.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำปัญหาและอุปสรรคที่พบในการดำเนินโครงการ ไปปรับปรุง แก้ไขในการดำเนินโครงการครั้งถัดไป"
    },
    "apa": "นายบัญญัติ คำบุญเหลือ. (2563). สร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี : สำนักกิจกรรมเพื่อสังคม ในเครือเบทาโกร. บริษัท สฤก จำกัด. กรุงเทพมหานคร, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชุมพร, เชียงใหม่, ตรัง, ตราด, นครราชสีมา, นครศรีธรรมราช, น่าน, ร้อยเอ็ด, ราชบุรี, ลพบุรี, ลำปาง, เลย, สระบุรี.",
    "chicago": "นายบัญญัติ คำบุญเหลือ. 2563. \"สร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี : สำนักกิจกรรมเพื่อสังคม ในเครือเบทาโกร\". บริษัท สฤก จำกัด. กรุงเทพมหานคร, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชุมพร, เชียงใหม่, ตรัง, ตราด, นครราชสีมา, นครศรีธรรมราช, น่าน, ร้อยเอ็ด, ราชบุรี, ลพบุรี, ลำปาง, เลย, สระบุรี.",
    "mla": "นายบัญญัติ คำบุญเหลือ. \"สร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี : สำนักกิจกรรมเพื่อสังคม ในเครือเบทาโกร\". บริษัท สฤก จำกัด, 2563. กรุงเทพมหานคร, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชุมพร, เชียงใหม่, ตรัง, ตราด, นครราชสีมา, นครศรีธรรมราช, น่าน, ร้อยเอ็ด, ราชบุรี, ลพบุรี, ลำปาง, เลย, สระบุรี.",
    "vancouver": "นายบัญญัติ คำบุญเหลือ. สร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี : สำนักกิจกรรมเพื่อสังคม ในเครือเบทาโกร. บริษัท สฤก จำกัด; 2563. กรุงเทพมหานคร, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, ชุมพร, เชียงใหม่, ตรัง, ตราด, นครราชสีมา, นครศรีธรรมราช, น่าน, ร้อยเอ็ด, ราชบุรี, ลพบุรี, ลำปาง, เลย, สระบุรี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}