{
    "content_title": "สร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี : มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16216.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัย “สร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี : มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี” มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนผ่านการเสริมสร้างศักยภาพของกำลังแรงงานในชุมชน โดยใช้กระบวนการพัฒนาที่ครอบคลุมทั้งด้านทักษะ องค์ความรู้ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี งานวิจัยนี้มีจุดเด่นที่การนำแนวคิดการพัฒนาแบบองค์รวมมาใช้ ซึ่งแตกต่างจากการพัฒนาแบบเฉพาะด้าน เน้นการพัฒนาอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำของห่วงโซ่อุปทาน โดยมุ่งหวังที่จะสร้างโมเดลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชุมชนอื่นๆ<\/p><p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการบูรณาการองค์ความรู้และเทคโนโลยีเข้ากับการพัฒนาชุมชน การฝึกอบรมที่หลากหลายรูปแบบ เช่น การฝึกอบรมในห้องเรียน การฝึกปฏิบัติงานจริง และการมอบหมายโครงการ ทำให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและประสบการณ์จริง การเน้นการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การผลิต การกระจายสินค้า ไปจนถึงการตลาด การสร้างโมเดลที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ทำให้สามารถขยายผลไปสู่ชุมชนอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การมุ่งเน้นการวิเคราะห์และแก้ปัญหาชุมชน การพัฒนานวัตกรรมทางสังคม และทักษะทางวิทยาศาสตร์และสังคมเฉพาะด้าน แสดงให้เห็นถึงความรอบด้านของการพัฒนา<\/p><p>อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัดบางประการที่ควรพิจารณา เช่น ขนาดตัวอย่างของผู้เข้าร่วมโครงการ (30 คน และ 3 กลุ่มวิสาหกิจ) อาจไม่เพียงพอที่จะสรุปผลได้อย่างทั่วไป จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้นและหลากหลายกว่า ผลลัพธ์ของการพัฒนาอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ที่นอกเหนือจากโครงการ เช่น นโยบายภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐาน และความร่วมมือจากชุมชน การประเมินผลควรครอบคลุมมิติต่างๆ เช่น ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อสังคม และความยั่งยืนของโครงการ การติดตามผลระยะยาวหลังจากโครงการสิ้นสุดลง จะช่วยประเมินความสำเร็จและความยั่งยืนของโมเดลได้อย่างแท้จริง การเผยแพร่ผลการวิจัยอย่างกว้างขวาง จะช่วยให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ สามารถนำโมเดลไปปรับใช้และพัฒนาต่อยอดได้<\/p><p>โดยสรุป งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า เนื่องจากเสนอวิธีการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่เป็นรูปธรรม มีกระบวนการที่ชัดเจน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง อย่างไรก็ตาม ควรมีการพัฒนาและปรับปรุงในส่วนของการขยายผล การประเมินผล และการติดตามผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และสามารถสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมเกษตรกรรม อุตสาหกรรม SMEs อุตสาหกรรมท่องเที่ยวชุมชน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าและบริการในชุมชน<\/strong> เนื่องจากงานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งอุตสาหกรรมเหล่านี้มีลักษณะที่เกี่ยวข้องกับชุมชนโดยตรง การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน การปรับปรุงกระบวนการผลิต และการพัฒนาตลาด ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมเหล่านี้ การสร้างโมเดลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยว เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับชุมชน<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชน<\/strong> เช่น นักพัฒนาชุมชน นักวิเคราะห์นโยบาย เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ผู้ประกอบการ SMEs ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการห่วงโซ่อุปทาน และผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด เนื่องจากงานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก บุคคลในอาชีพเหล่านี้จะได้รับประโยชน์จากองค์ความรู้ ทักษะ และโมเดลที่พัฒนาขึ้นจากงานวิจัยนี้ ทำให้สามารถนำไปใช้ในการทำงาน การวางแผน และการแก้ปัญหาในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "180732",
        "Headname": "ผศ.ดร. พรพจน์ จุลสวัสดิ์",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ผู้ปฏิบัติงาน",
            "ห่วงโซ่อุปทาน",
            "การพัฒนาแบบองค์รวม",
            "การพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี"
        ],
        "ProjectObjective": "1 เพื่อสร้างงานรองรับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตและเสริมศักยภาพ ให้กับกำลังแรงงานสมัยใหม่2 เพื่อสร้าง Model การขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในระดับชุมชนอย่างมี Impact และยั่งยืน3 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการทำงานในด้านต่าง ๆ ให้แก่แรงงาน อาทิ การวิเคราะห์และแก้ปัญหาชุมชน การพัฒนานวัตกรรมทางสังคม และทักษะทางวิทยาศาสตร์และสังคมเฉพาะด้าน เป็นต้น4 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เศรษฐกิจฐานราก รวมถึงเกิดการจ้างงานในพื้นที่เป้าหมาย"
    },
    "apa": "ผศ.ดร. พรพจน์ จุลสวัสดิ์. (2563). สร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี : มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี. มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. ลพบุรี, สระบุรี.",
    "chicago": "ผศ.ดร. พรพจน์ จุลสวัสดิ์. 2563. \"สร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี : มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี\". มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. ลพบุรี, สระบุรี.",
    "mla": "ผศ.ดร. พรพจน์ จุลสวัสดิ์. \"สร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี : มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี\". มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี, 2563. ลพบุรี, สระบุรี.",
    "vancouver": "ผศ.ดร. พรพจน์ จุลสวัสดิ์. สร้างนักพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมเพื่อการพัฒนาชุมชนด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยี : มหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี. มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี; 2563. ลพบุรี, สระบุรี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}