{
    "content_title": "การบูรณาการแบบมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการขับเคลื่อนการผลิตแพะในภาคเหนือ",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16266.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง &quot;การบูรณาการแบบมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการขับเคลื่อนการผลิตแพะในภาคเหนือ&quot; มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงแพะในภาคเหนือของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของเกษตรกร  งานวิจัยนี้มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่น่าสนใจดังนี้<\/p>\n<p><strong>จุดเด่น:<\/strong><\/p>\n<ul>\n<li><strong>การมีส่วนร่วมของเกษตรกร:<\/strong>  การใช้เกษตรกรต้นแบบเป็นแกนหลักในการพัฒนาฟาร์มแพะ เป็นวิธีการที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ  เนื่องจากเกษตรกรเหล่านี้มีความรู้และประสบการณ์ตรง สามารถปรับใช้แนวทางที่ได้จากการวิจัยให้เข้ากับสภาพพื้นที่และความสามารถของตนเองได้  การเลือกเกษตรกรต้นแบบจาก 5 จังหวัดในภาคเหนือ ช่วยให้ผลการวิจัยมีความหลากหลายและสามารถนำไปใช้ได้ในพื้นที่ที่กว้างขึ้น<\/li>\n<li><strong>การพัฒนาฟาร์มแพะต้นแบบ:<\/strong>  การสร้างฟาร์มแพะต้นแบบที่ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) เป็นการสร้างแบบอย่างที่ดีให้กับเกษตรกรรายอื่น  การประเมินเบื้องต้น (Pre-audit)  จากกรมปศุสัตว์ ช่วยให้เกษตรกรสามารถแก้ไขปรับปรุงฟาร์มให้ได้มาตรฐานก่อนการประเมินอย่างเป็นทางการ  ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงตลาดและเพิ่มมูลค่าผลผลิต<\/li>\n<li><strong>การจัดเสวนาและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้:<\/strong>  การจัดเสวนาเพื่อส่งเสริมความรู้ใหม่ๆ แก่เกษตรกร เป็นกลไกสำคัญในการเผยแพร่เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ  การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรต้นแบบและเกษตรกรรายอื่น ช่วยให้การถ่ายทอดความรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน  ข้อมูลจากการจัดเสวนาบ่งชี้ว่าเกษตรกรให้ความสำคัญกับการพัฒนาสายพันธุ์แพะ การป้องกันและควบคุมโรค  การตลาด และมาตรฐานฟาร์ม  ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนพัฒนาอุตสาหกรรมต่อไป<\/li>\n<li><strong>การระบุความต้องการของเกษตรกร:<\/strong>  งานวิจัยนี้ระบุความต้องการของเกษตรกรอย่างชัดเจน  เช่น การขาดข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับแพะ โรคและการใช้ยา  การจัดการฟาร์ม และการจัดการระบบสืบพันธุ์  ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาโครงการส่งเสริมการเลี้ยงแพะให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น<\/li>\n<\/ul>\n<p><strong>ข้อจำกัด:<\/strong><\/p>\n<ul>\n<li><strong>โครงการระยะเวลาสั้น:<\/strong>  จากบทคัดย่อระบุว่าการรณรงค์การบริโภคผลิตภัณฑ์จากแพะยังไม่ดำเนินการ เนื่องจากเป็นโครงการในปีที่ 2  จึงอาจทำให้ผลลัพธ์ของโครงการยังไม่ครอบคลุมทุกด้าน  การวิจัยในระยะยาวจะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น<\/li>\n<li><strong>การขยายผล:<\/strong>  งานวิจัยเน้นการพัฒนาฟาร์มต้นแบบ  แต่ยังไม่ปรากฏถึงกลไกในการขยายผลสู่เกษตรกรรายอื่นๆ อย่างเป็นระบบ  การสร้างเครือข่ายและกลยุทธ์การตลาดที่เข้มแข็งจะช่วยให้การขยายผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ<\/li>\n<li><strong>ข้อมูลเชิงลึก:<\/strong>  บทคัดย่อให้ข้อมูลภาพรวม  แต่ขาดรายละเอียดเชิงลึกในบางด้าน  เช่น  รายละเอียดเกี่ยวกับสายพันธุ์แพะที่นำมาพัฒนา  วิธีการควบคุมโรค  หรือกลยุทธ์การตลาด  ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะช่วยให้การวิเคราะห์ผลการวิจัยมีความสมบูรณ์มากขึ้น<\/li>\n<\/ul>\n<p>โดยสรุป งานวิจัยนี้มีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงแพะในภาคเหนือ  แต่ยังต้องมีการวิจัยต่อเนื่องเพื่อขยายผล  สร้างกลไกการขยายผลอย่างเป็นระบบ และเก็บข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติม  การบูรณาการความรู้จากหลายภาคส่วนและการมีส่วนร่วมของเกษตรกรอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้โครงการประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ <strong>อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์<\/strong> โดยเฉพาะอย่างยิ่ง <strong>อุตสาหกรรมการเลี้ยงแพะ<\/strong>  เนื่องจากงานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเทคนิคการเลี้ยงแพะ การปรับปรุงพันธุ์  การจัดการโรค  และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต  ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการเลี้ยงแพะให้เติบโตอย่างยั่งยืน  นอกจากนี้  งานวิจัยยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ <strong>อุตสาหกรรมอาหาร<\/strong> ที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากแพะ  เช่น  การผลิตเนื้อแพะแปรรูป  นมแพะ  และผลิตภัณฑ์อื่นๆ  เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายตลาด<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงแพะ  เช่น <strong>เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ<\/strong>  <strong>สัตวแพทย์<\/strong>  <strong>นักวิชาการด้านปศุสัตว์<\/strong> และ <strong>ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร<\/strong>  เกษตรกรจะได้รับประโยชน์จากเทคนิคการเลี้ยงแพะที่ทันสมัย  สัตวแพทย์จะได้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและรักษาโรคในแพะ  นักวิชาการจะได้ข้อมูลเชิงประจักษ์เพื่อพัฒนาการวิจัยต่อไป  และผู้ประกอบการจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับการตลาดและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากแพะ  นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับ <strong>เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์<\/strong> ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลและส่งเสริมการเลี้ยงแพะ<\/p>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "101824",
        "Headname": "นายณรกมล เลาห์รอดพันธ์",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "การบูรณาการแบบมีส่วนร่วมของเกษตร",
            "การผลิตแพะ",
            "ภาคเหนือ"
        ],
        "ProjectObjective": "1. เพื่อพัฒนาฟาร์มแพะต้นแบบสำหรับสร้างการรับรู้แก่เกษตรกรเลี้ยงแพะรายใหม่2. เพื่อการรณรงค์การบริโภคผลิตภัณฑ์จากแพะในพื้นที่ภาคเหนือ3. เพื่อจัดเสวนาสำหรับส่งเสริมความรู้ใหม่สู่เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะ"
    },
    "apa": "นายณรกมล เลาห์รอดพันธ์. (2564). การบูรณาการแบบมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการขับเคลื่อนการผลิตแพะในภาคเหนือ. มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. เชียงใหม่, พะเยา, พิษณุโลก, ลำปาง, ลำพูน.",
    "chicago": "นายณรกมล เลาห์รอดพันธ์. 2564. \"การบูรณาการแบบมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการขับเคลื่อนการผลิตแพะในภาคเหนือ\". มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. เชียงใหม่, พะเยา, พิษณุโลก, ลำปาง, ลำพูน.",
    "mla": "นายณรกมล เลาห์รอดพันธ์. \"การบูรณาการแบบมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการขับเคลื่อนการผลิตแพะในภาคเหนือ\". มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 2564. เชียงใหม่, พะเยา, พิษณุโลก, ลำปาง, ลำพูน.",
    "vancouver": "นายณรกมล เลาห์รอดพันธ์. การบูรณาการแบบมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการขับเคลื่อนการผลิตแพะในภาคเหนือ. มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม; 2564. เชียงใหม่, พะเยา, พิษณุโลก, ลำปาง, ลำพูน.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}