{
    "content_title": "สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญกับแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/15705.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3><p>งานวิจัยเรื่อง \"สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญกับแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย\" มุ่งศึกษาและวิเคราะห์แนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ (self-governing democracy) โดยเปรียบเทียบกับการบัญญัติในรัฐธรรมนูญไทย 3 ฉบับ (พ.ศ. 2540, 2550, 2560) โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิและเสรีภาพเพื่อไม่ให้ล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข งานวิจัยนี้มีความสำคัญเนื่องจากต้องการทำความเข้าใจถึงหลักการและขอบเขตของ “สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ” ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนและก่อให้เกิดข้อถกเถียงทางการเมืองและกฎหมายอย่างมาก<\/p><p>งานวิจัยนี้มีการวางแผนงานอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก: 1) ศึกษาความเป็นมา แนวคิด ทฤษฎี และวิวัฒนาการของแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ทั้งในและต่างประเทศ นี่เป็นการวางรากฐานความรู้ที่สำคัญที่จะช่วยให้เข้าใจบริบทของแนวคิดนี้ได้อย่างลึกซึ้ง 2) วิเคราะห์และเปรียบเทียบบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญไทย 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ การเปรียบเทียบนี้จะช่วยให้เห็นถึงวิวัฒนาการและการปรับเปลี่ยนของแนวคิดนี้ในบริบทของประเทศไทย 3) ศึกษาคดีตัวอย่าง (Case Studies) ที่ศาลรัฐธรรมนูญนำแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้มาใช้ในการพิจารณาวินิจฉัย การศึกษาคดีตัวอย่างจะช่วยให้เข้าใจการประยุกต์ใช้แนวคิดในทางปฏิบัติ ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว รวมถึงผลกระทบทางการเมือง 4) วิเคราะห์เปรียบเทียบแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ของไทยกับต่างประเทศ เพื่อหาแนวทางการประยุกต์ใช้ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ขั้นตอนนี้จะนำไปสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เป็นประโยชน์<\/p><p>จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการใช้กรอบการวิเคราะห์ที่ชัดเจน การเปรียบเทียบทั้งระหว่างรัฐธรรมนูญและระหว่างประเทศ และการใช้กรณีศึกษาเพื่อเพิ่มความเข้าใจในประเด็นที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยควรให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน โดยพิจารณาถึงมุมมองต่างๆ ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้าน รวมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ การศึกษาควรวิเคราะห์ความเป็นกลางของศาลรัฐธรรมนูญอย่างละเอียด และพิจารณาถึงกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ครอบคลุมและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น<\/p><p>บทคัดย่อได้ระบุถึงปัญหาสำคัญ 3 ประการที่งานวิจัยนี้จะหาคำตอบ คือ (1) หลักการ เหตุผล และความชอบธรรมของการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ (2) ลักษณะและขอบเขตของมาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสม และ (3) ความเป็นกลางของศาลรัฐธรรมนูญในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ การตอบคำถามเหล่านี้จะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ในประเทศไทย และนำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยที่ยั่งยืนต่อไป<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การวิจัยทางกฎหมาย และการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ<\/strong> เหตุผลคือ งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ การตีความกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเหล่านี้ในการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและนโยบาย นอกจากนี้ ข้อมูลจากงานวิจัยยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนานโยบายสาธารณะ การฝึกอบรมบุคลากร และการให้คำแนะนำทางกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p><h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3><p>งานวิจัยนี้เหมาะกับ<strong>นักวิชาการทางกฎหมาย นักกฎหมาย นักวิเคราะห์นโยบาย นักวิชาการทางการเมือง และผู้ที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน<\/strong> เหตุผลคือ งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ทางกฎหมาย การวิจัยเชิงวิชาการ และการประยุกต์ใช้ทฤษฎีทางการเมือง ซึ่งเป็นความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับอาชีพเหล่านี้ นอกจากนี้ ข้อมูลจากงานวิจัยยังสามารถนำไปใช้ในการเขียนบทความวิชาการ การวิจัยเชิงลึก การให้คำปรึกษาทางกฎหมาย และการมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายสาธารณะได้<\/p><h3>&nbsp;<\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "12637",
        "Headname": "นายปวริศร เลิศธรรมเทวี",
        "ProjectYearSubmit": "2563",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยรามคำแหง",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ",
            "สิทธิทางรัฐธรรมนูญ",
            "ประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้",
            "นิติปรัชญา"
        ],
        "ProjectObjective": "11.1เพื่อศึกษาถึงความเป็นมา แนวคิด ทฤษฎีและวิวัฒนาการของแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ของต่างประเทศและประเทศไทย 11.2 เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 63 และมาตรา 65 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 68 และมาตรา 69 และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 49 11.3 เพื่อศึกษากรณีศึกษา(Case Studies)ที่ศาลได้นำเอาแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้และการใช้สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญมาปรับใช้ในการพิจารณาวินิจฉัยคดีและผลกระทบทางการเมืองการปกครองทั้งในส่วนที่เป็นความสำเร็จและความล้มเหลวทั้งในกรณีของต่างประเทศและประเทศไทย 11.4 เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ของต่างประเทศและของประเทศไทยพร้อมทั้งศึกษาหาแนวทางการประยุกต์ใช้ที่เหมาะสมกับระบอบการเมืองการปกครองของประเทศไทย"
    },
    "apa": "นายปวริศร เลิศธรรมเทวี. (2563). สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญกับแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.  .",
    "chicago": "นายปวริศร เลิศธรรมเทวี. 2563. \"สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญกับแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย\". มหาวิทยาลัยรามคำแหง.  .",
    "mla": "นายปวริศร เลิศธรรมเทวี. \"สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญกับแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย\". มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2563.  .",
    "vancouver": "นายปวริศร เลิศธรรมเทวี. สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญกับแนวคิดประชาธิปไตยที่ปกป้องตนเองได้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. มหาวิทยาลัยรามคำแหง; 2563.  .",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}