{
    "content_title": "เรื่องเล่ากับชาติพันธุ์สัมพันธ์ การเป็นชายขอบ ความ (ไม่)เหลื่อมล้ำ และอำนาจจากเบื้องล่าง",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16487.jpg",
    "aiAnalyze": "<h3>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h3>\n<p>งานวิจัยเรื่อง &quot;เรื่องเล่ากับชาติพันธุ์สัมพันธ์ การเป็นชายขอบ ความ (ไม่)เหลื่อมล้ำ และอำนาจจากเบื้องล่าง&quot;  เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพที่มุ่งวิเคราะห์บทบาทของ &quot;เรื่องเล่า&quot; (narrative) ในการสร้างความรู้ทางสังคมและการต่อรองอำนาจของกลุ่มชาติพันธุ์และคนชายขอบ  งานวิจัยนี้ไม่ได้มองเรื่องเล่าเพียงเป็นการบันทึกเหตุการณ์ แต่เห็นว่าเป็นเครื่องมือในการสร้างความหมาย  สร้างความจริงทางสังคม  และเป็นกลไกสำคัญในการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและความเสมอภาค  <\/p>\n<p>จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการเปรียบเทียบเรื่องเล่าจากกลุ่มชาติพันธุ์และคนชายขอบกับ &quot;เรื่องเล่าหลัก&quot; หรือ &quot;วาทกรรมการพัฒนา&quot; จากเบื้องบน (เช่น เรื่องเล่าจากรัฐ ทุนนิยม โลกาภิวัตน์)  การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้เห็นภาพความขัดแย้ง  การต่อรองอำนาจ  และการสร้างความหมายที่แตกต่างกัน  งานวิจัยเน้นการวิเคราะห์เชิงพลวัต  แสดงให้เห็นว่าเรื่องเล่าไม่ได้เป็นสิ่งคงที่  แต่มีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวอยู่ตลอดเวลา  ตามบริบททางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม  <\/p>\n<p>วิธีการวิจัยใช้แบบผสมผสาน  ทั้งการวิจัยเอกสาร  ชาติพันธุ์วรรณนา  และการวิจัยเชิงคุณภาพ  การใช้หลายวิธีการนี้ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมและมีมิติ  ข้อค้นพบสำคัญ 3 ประเด็น คือ  (1) กระบวนการสร้างองค์ความรู้ทางมนุษยศาสตร์ผ่านเรื่องเล่า 7 ขั้นตอน  (2) พื้นที่ทางสังคมเป็นจุดปะทะของเรื่องเล่าจากทั้งเบื้องบนและเบื้องล่าง  เป็นการต่อรองอำนาจผ่านการสร้างและตีความหมายใหม่  และ (3) การปะทะและปฏิบัติการของเรื่องเล่าก่อให้เกิดสิ่งใหม่  เป็น &quot;อำนาจจากเบื้องล่าง&quot; ในการปรับเปลี่ยนทิศทางการพัฒนา  <\/p>\n<p>งานวิจัยชี้ให้เห็นความสำคัญของเรื่องเล่าในการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม  กลุ่มชาติพันธุ์และคนชายขอบใช้เรื่องเล่าเพื่อท้าทายอำนาจ  สร้างความตระหนักรู้  และผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย  การศึกษาเรื่องเล่าจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจความเหลื่อมล้ำ  ความไม่เท่าเทียม  และการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม  ผลงานวิจัยชิ้นนี้มีคุณค่าต่อการศึกษาทางมนุษยศาสตร์  การศึกษาชาติพันธุ์  และการพัฒนางานด้านสังคม  โดยเฉพาะการศึกษาเกี่ยวกับการสร้างความหมายร่วม การต่อรองอำนาจ และการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง  <\/p>\n<p>การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการสร้างองค์ความรู้ 7 ขั้นตอน  เป็นส่วนที่น่าสนใจ  และสามารถนำไปต่อยอดในการออกแบบกลยุทธ์การสื่อสาร  การสร้างความร่วมมือ  และการสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้  อย่างไรก็ตาม  งานวิจัยอาจจำเป็นต้องให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริบทเฉพาะ  กลุ่มชาติพันธุ์  และวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความสามารถในการนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น<\/p>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านการสื่อสาร  การพัฒนาชุมชน  และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม  <\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>การสื่อสาร:<\/strong>  งานวิจัยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์เรื่องเล่าและบทบาทในการสร้างความหมาย  สามารถนำความรู้ไปใช้ในการออกแบบกลยุทธ์การสื่อสาร  การสร้างแบรนด์  และการสร้างความเข้าใจในสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นชาติพันธุ์ต่างๆ หรือคนชายขอบ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>การพัฒนาชุมชน:<\/strong>  งานวิจัยนี้ช่วยให้เข้าใจกระบวนการสร้างอำนาจจากเบื้องล่างและการต่อรองอำนาจ  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนและดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืน  โดยคำนึงถึงความต้องการและบริบทเฉพาะของแต่ละชุมชน  <\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม:<\/strong>  งานวิจัยสามารถนำไปใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว  การสร้างเนื้อหา  และการสื่อสาร  โดยเน้นการเล่าเรื่องราวของชาติพันธุ์และคนชายขอบอย่างสร้างสรรค์และเคารพ  ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและสร้างรายได้ให้กับชุมชน<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h3>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิชาการ  นักมนุษยวิทยา  นักสังคมวิทยา  นักสื่อสารมวลชน  นักพัฒนาชุมชน  และนักออกแบบผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม<\/p>\n<ul>\n<li>\n<p><strong>นักวิชาการ:<\/strong>  สามารถนำงานวิจัยไปใช้ในการศึกษาต่อยอด  วิเคราะห์  และตีความ  ทั้งในด้านมนุษยวิทยา  สังคมวิทยา  และการสื่อสาร<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักมนุษยวิทยา\/นักสังคมวิทยา:<\/strong>  งานวิจัยเป็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการสร้างความหมาย  การต่อรองอำนาจ  และการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคมในกลุ่มชาติพันธุ์และคนชายขอบ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักสื่อสารมวลชน:<\/strong>  สามารถนำความรู้เกี่ยวกับเรื่องเล่าและการสื่อสารไปใช้ในการรายงานข่าว  การสร้างสรรค์เนื้อหา  และการสื่อสารกับสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักพัฒนาชุมชน:<\/strong>  สามารถนำงานวิจัยไปใช้ในการออกแบบและดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนที่คำนึงถึงบริบททางสังคมและวัฒนธรรม  สร้างความเข้มแข็ง  และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน<\/p>\n<\/li>\n<li>\n<p><strong>นักออกแบบผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม:<\/strong>  สามารถนำความรู้เกี่ยวกับเรื่องเล่าและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์และคนชายขอบไปใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์  สร้างมูลค่าเพิ่ม  และส่งเสริมการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม<\/p>\n<\/li>\n<\/ul>\n<h3><\/h3>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "107380",
        "Headname": "นางสาวอัจฉริยา ชูวงศ์เลิศ",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยนเรศวร",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์",
        "ProjectType": "แผนงาน หรือชุดโครงการ",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "เรื่องเล่า",
            "ชาติพันธุ์สัมพันธ์",
            "การเป็นชายขอบ",
            "ความ",
            "(ไม่)เหลื่อมล้ำ",
            "อำนาจจากเบื้องล่าง",
            "ชาติพันธุ์สัมพันธ์",
            "การเป็นชายขอบ",
            "ความ",
            "(ไม่)เหลื่อมล้ำ",
            "อำนาจจากเบื้องล่าง"
        ],
        "ProjectObjective": "เพื่อวิเคราะห์กระบวนการของการสร้างความรู้ทางมนุษยศาสตร์ผ่านเรื่องเล่าประเภทต่างๆ และการนำเรื่องเล่าไปปฏิบัติการอย่างสร้างสรรค์ ของกลุ่มชาติพันธุ์และ\/หรือคนชายขอบ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านชาติพันธุ์ การเป็นชายขอบ ความ (ไม่)เหลื่อมล้ำ และอำนาจจากเบื้องล่าง เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบเชิงพลวัตของการทำหน้าที่ในการสร้างความจริงทางสังคมของเรื่องเล่าจากกลุ่มชาติพันธุ์และคนชายขอบกับเรื่องเล่ากระแสหลักที่เกี่ยวข้องกับรัฐ ทุนนิยม ความเป็นสมัยใหม่ โลกาภิวัตน์ พรมแดน และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของเรื่องเล่าและการปฏิบัติการอย่างสร้างสรรค์ของกลุ่มชาติพันธุ์และคนชายขอบต่อการสร้างความเข้าใจแก่ผู้เกี่ยวข้อง ในประเด็นด้านชาติพันธุ์ ความเป็นชายขอบ (การลด) ความเหลื่อมล้ำในมิติต่างๆ รวมทั้งการสร้างคุณภาพชีวิต และการสร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนในสังคม ในบริบทและเงื่อนไขต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และวัฒนธรรม[1] เช่น การเขียนวรรณกรรม ข่าวสาร ประวัติศาสตร์ และงานวิชาการ และการพูด เป็นต้น[2] เช่น นิทรรศการ ภาพยนต์ การแสดง งานศิลปะ สถาปัตยกรรม และพิธีกรรม เป็นต้น"
    },
    "apa": "นางสาวอัจฉริยา ชูวงศ์เลิศ. (2564). เรื่องเล่ากับชาติพันธุ์สัมพันธ์ การเป็นชายขอบ ความ (ไม่)เหลื่อมล้ำ และอำนาจจากเบื้องล่าง. มหาวิทยาลัยนเรศวร. กรุงเทพมหานคร, ตาก, นครราชสีมา, พิษณุโลก, เมียนมา, แม่ฮ่องสอน, เวียดนาม, สปป.ลาว, สระบุรี.",
    "chicago": "นางสาวอัจฉริยา ชูวงศ์เลิศ. 2564. \"เรื่องเล่ากับชาติพันธุ์สัมพันธ์ การเป็นชายขอบ ความ (ไม่)เหลื่อมล้ำ และอำนาจจากเบื้องล่าง\". มหาวิทยาลัยนเรศวร. กรุงเทพมหานคร, ตาก, นครราชสีมา, พิษณุโลก, เมียนมา, แม่ฮ่องสอน, เวียดนาม, สปป.ลาว, สระบุรี.",
    "mla": "นางสาวอัจฉริยา ชูวงศ์เลิศ. \"เรื่องเล่ากับชาติพันธุ์สัมพันธ์ การเป็นชายขอบ ความ (ไม่)เหลื่อมล้ำ และอำนาจจากเบื้องล่าง\". มหาวิทยาลัยนเรศวร, 2564. กรุงเทพมหานคร, ตาก, นครราชสีมา, พิษณุโลก, เมียนมา, แม่ฮ่องสอน, เวียดนาม, สปป.ลาว, สระบุรี.",
    "vancouver": "นางสาวอัจฉริยา ชูวงศ์เลิศ. เรื่องเล่ากับชาติพันธุ์สัมพันธ์ การเป็นชายขอบ ความ (ไม่)เหลื่อมล้ำ และอำนาจจากเบื้องล่าง. มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2564. กรุงเทพมหานคร, ตาก, นครราชสีมา, พิษณุโลก, เมียนมา, แม่ฮ่องสอน, เวียดนาม, สปป.ลาว, สระบุรี.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}