{
    "content_title": "รูปแบบผังเมืองและพื้นที่สีเขียวที่ช่วยลดมลภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กรณีศึกษาเมืองสมุทรปราการ",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16563.jpg",
    "aiAnalyze": "<h2>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h2>\n<p>งานวิจัยเรื่อง “รูปแบบผังเมืองและพื้นที่สีเขียวที่ช่วยลดมลภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กรณีศึกษาเมืองสมุทรปราการ” นี้เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มุ่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญอย่างปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่เมืองสมุทรปราการ  โดยใช้แนวทางการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ผสมผสานกับเทคโนโลยี GIS และ CFD  จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการวิเคราะห์  การใช้ GIS ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณ PM2.5 กับปัจจัยต่างๆ ทางผังเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เช่น  ความหนาแน่นของอาคาร  รูปแบบถนน  และพื้นที่สีเขียว  การนำ CFD มาใช้ช่วยจำลองการไหลเวียนของอากาศและการกระจายตัวของฝุ่นละอองได้  ทำให้เข้าใจกลไกการเกิดและการสะสมของ PM2.5 ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น  <\/p>\n<p>การที่งานวิจัยเลือกเมืองสมุทรปราการเป็นกรณีศึกษาเป็นเรื่องที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาฝุ่นละอองค่อนข้างรุนแรง  และเป็นตัวอย่างของเมืองชายทะเลที่มีลักษณะการพัฒนาเมืองที่น่าสนใจ  การศึกษาในพื้นที่เฉพาะเจาะจงนี้ทำให้ผลการวิจัยมีความแม่นยำและสามารถนำไปใช้ปรับปรุงผังเมืองได้จริง  ผลการศึกษาที่พบว่าความหนาแน่นของอาคาร  ลักษณะอาคาร  และทิศทางการวางตัวของอาคารมีอิทธิพลต่อการไหลของลมและการกระจายตัวของฝุ่นละออง  เป็นข้อมูลที่มีค่าอย่างยิ่งในการวางแผนการพัฒนาเมือง  การวางตัวอาคารและต้นไม้ในแนวขนานกับทิศทางลมช่วยลดการสะสมของ PM2.5  เป็นข้อเสนอแนะที่สามารถนำไปใช้ในการออกแบบอาคารและการจัดวางพื้นที่สีเขียวได้  <\/p>\n<p>นอกจากนี้  งานวิจัยยังเสนอแนวทางการบูรณาการข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง  เช่น การเพิ่มพื้นที่สีเขียว  การควบคุมความหนาแน่นของอาคารโดยใช้ FAR, OSR และ BCR  และการปลูกต้นไม้ริมถนน  นี่เป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญ  ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการกำหนดกฎระเบียบและแผนพัฒนาเมืองได้  อย่างไรก็ตาม  ข้อจำกัดของงานวิจัยอาจอยู่ที่การศึกษาในพื้นที่จำกัดเพียงเมืองสมุทรปราการ  การนำผลการวิจัยไปใช้ในพื้นที่อื่นอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม  และปัจจัยเฉพาะของแต่ละพื้นที่  การขยายผลการวิจัยไปสู่พื้นที่อื่นๆ ที่มีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน  เช่น เมืองใหญ่  เมืองขนาดกลาง  หรือพื้นที่ชนบท  เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำแนวทางที่ได้จากการวิจัยไปใช้ในบริบทที่กว้างขึ้น  จะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับงานวิจัยได้  รวมถึงการศึกษาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อการกระจายตัวของ PM2.5 เช่น  แหล่งกำเนิดมลพิษอื่นๆ  หรือสภาพอากาศ  ก็จะทำให้ผลการวิจัยครอบคลุมและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น<\/p>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการวางผังเมือง  การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์  การออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม  และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อม  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li><strong>อุตสาหกรรมการวางผังเมือง:<\/strong> ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการกำหนดมาตรฐานการพัฒนาเมือง  การจัดการพื้นที่สีเขียว  และการควบคุมความหนาแน่นของอาคาร  เพื่อลดปัญหา PM2.5  <\/li>\n<li><strong>อุตสาหกรรมการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:<\/strong>  นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการออกแบบอาคาร  การจัดวางอาคาร  และการเลือกใช้วัสดุ  เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน  <\/li>\n<li><strong>อุตสาหกรรมการออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม:<\/strong>  การออกแบบภูมิทัศน์และการจัดวางพื้นที่สีเขียวที่เหมาะสม  ตามผลการวิจัย  สามารถช่วยลดการสะสมของฝุ่นละอองได้  <\/li>\n<li><strong>อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อม:<\/strong>  ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยี  และวิธีการจัดการมลพิษทางอากาศ  รวมถึงการสร้างนโยบายและข้อกำหนดต่างๆ  เพื่อลดปริมาณ PM2.5<\/li>\n<\/ul>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวางผังเมือง  สถาปนิก  นักออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม  วิศวกรสิ่งแวดล้อม  นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม  และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อม  เหตุผลคือ:<\/p>\n<ul>\n<li><strong>นักวางผังเมือง:<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการวางแผนและออกแบบผังเมือง  เพื่อลดปัญหา PM2.5  <\/li>\n<li><strong>สถาปนิก:<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการออกแบบอาคาร  เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  <\/li>\n<li><strong>นักออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม:<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการออกแบบพื้นที่สีเขียว  เพื่อช่วยลดการสะสมของฝุ่นละออง  <\/li>\n<li><strong>วิศวกรสิ่งแวดล้อม:<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีและวิธีการจัดการมลพิษทางอากาศ  <\/li>\n<li><strong>นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม:<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการศึกษาและวิเคราะห์ปัญหา PM2.5  <\/li>\n<li><strong>เจ้าหน้าที่ภาครัฐ:<\/strong>  สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการกำหนดนโยบาย  และข้อกำหนดต่างๆ  เพื่อลดปัญหา PM2.5<\/li>\n<\/ul>\n<h2><\/h2>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "109686",
        "Headname": "ผศ.ดร. วนารัตน์ กรอิสรานุกูล",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "ผังเมือง",
            "ฝุ่นละอองขนาดเล็ก",
            "พื้นที่สีเขียว"
        ],
        "ProjectObjective": "1. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการกระจายตัวของฝุ่นละออง PM2.5และปัจจัยด้านผังเมือง2. ศึกษารูปแบบผังเมืองและพื้นที่สีเขียวที่เหมาะสมต่อการช่วยลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.53. ศึกษาแนวทางบูรณาการข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองและผังเมืองสมุทรปราการโดยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง"
    },
    "apa": "ผศ.ดร. วนารัตน์ กรอิสรานุกูล. (2564). รูปแบบผังเมืองและพื้นที่สีเขียวที่ช่วยลดมลภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กรณีศึกษาเมืองสมุทรปราการ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, สมุทรปราการ.",
    "chicago": "ผศ.ดร. วนารัตน์ กรอิสรานุกูล. 2564. \"รูปแบบผังเมืองและพื้นที่สีเขียวที่ช่วยลดมลภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กรณีศึกษาเมืองสมุทรปราการ\". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, สมุทรปราการ.",
    "mla": "ผศ.ดร. วนารัตน์ กรอิสรานุกูล. \"รูปแบบผังเมืองและพื้นที่สีเขียวที่ช่วยลดมลภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กรณีศึกษาเมืองสมุทรปราการ\". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2564. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, สมุทรปราการ.",
    "vancouver": "ผศ.ดร. วนารัตน์ กรอิสรานุกูล. รูปแบบผังเมืองและพื้นที่สีเขียวที่ช่วยลดมลภาวะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กรณีศึกษาเมืองสมุทรปราการ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2564. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, สมุทรปราการ.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}