{
    "content_title": "การผลิตเชื้อเพลิงทางเลือกจากแก๊สทิ้งของกระบวนการไบโอเอทานอล",
    "coverImage": "https:\/\/r4u.nrct.go.th\/api\/public\/file_upload\/ai_images\/16553.jpg",
    "aiAnalyze": "<h2>บทวิเคราะห์งานวิจัย<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้ศึกษาการผลิตเชื้อเพลิงทางเลือกจากแก๊สทิ้งของกระบวนการผลิตไบโอเอทานอล ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมสำคัญจากอุตสาหกรรมนี้  เนื่องจากการผลิตไบโอเอทานอลปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมาก  งานวิจัยจึงมุ่งแก้ปัญหานี้ด้วยการแปลงแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในแก๊สทิ้งให้เป็นเชื้อเพลิงที่มีมูลค่า  โดยแบ่งเป็น 4 โครงการย่อย  แต่ละโครงการมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีที่แตกต่างกันเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด  และสุดท้ายรวมกระบวนการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ<\/p>\n<p>โครงการที่ 1 เน้นการสลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยเทคโนโลยีพลาสมา (Plasma) ร่วมกับตัวเร่งปฏิกิริยาเพอร์รอฟสไกด์ออกไซด์  พลาสมาเป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการสลายโมเลกุลของแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์  การใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการ  การเลือกใช้ LaCoO3 และ LaCaxCo1-xO3+d เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการค้นหาตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ  การประเมินความคุ้มทุนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผลงานวิจัยนี้มีประโยชน์เชิงปฏิบัติ<\/p>\n<p>โครงการที่ 2 มุ่งเน้นการผลิตไฮโดรเจนจากกระบวนการแยกน้ำด้วยไฟฟ้าเคมีทางแสง (PEC)  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสะอาดและใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน  การใช้สารกึ่งตัวนำ p-n เป็นขั้วไฟฟ้าแสดงให้เห็นถึงการนำความรู้ทางวัสดุศาสตร์มาประยุกต์ใช้  การควบคุมการป้อนกระแสไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความเข้มแสงอาทิตย์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้การผลิตไฮโดรเจนเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอและมีประสิทธิภาพ  อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี PEC ยังมีต้นทุนสูงและประสิทธิภาพยังไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่นๆ  จึงเป็นจุดที่ควรพัฒนาต่อยอด<\/p>\n<p>โครงการที่ 3 เน้นการผลิตแก๊สมีเทนจากแก๊สทิ้งโดยใช้กระบวนการมีเทเนชัน (Methanation)  ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์\/คาร์บอนมอนอกไซด์และไฮโดรเจนให้เป็นมีเทน  การเลือกใช้วัสดุราคาไม่แพงและหาได้ในประเทศไทยเป็นข้อดี  การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยา 20%Ni\/Zeolite LTA5A และการศึกษาเงื่อนไขการเกิดปฏิกิริยาอย่างละเอียดเป็นจุดเด่นของโครงการนี้  การทดสอบกับแก๊สทิ้งจริงและการประเมินเสถียรภาพของตัวเร่งปฏิกิริยาแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการนำไปใช้จริง  อย่างไรก็ตาม การมีไฮโดรเจนซัลไฟด์ในแก๊สทิ้งอาจมีผลต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของตัวเร่งปฏิกิริยา<\/p>\n<p>โครงการที่ 4 เป็นการออกแบบระบบการผลิตมีเทนโดยใช้การรวมเทคโนโลยีต่างๆ  เช่น มีเทเนชัน โฟโตแคสตาไลติก และพลาสมา  การสร้างแบบจำลองและการเปรียบเทียบประสิทธิภาพของระบบต่างๆ ช่วยในการเลือกวิธีการที่ดีที่สุด  การวิเคราะห์การใช้พลังงานและการประเมินทางเศรษฐศาสตร์เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจลงทุน  การวิเคราะห์ผลทางเศรษฐศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่ากระบวนการเมทาเนชันมีราคาต่ำที่สุดนั้นสำคัญมากสำหรับการนำผลงานไปใช้ในเชิงพาณิชย์  แต่ราคาของการรวมทั้งสามกระบวนการยังสูงอยู่<\/p>\n<p>โดยรวมแล้ว  งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและเพิ่มมูลค่าจากของเสียทางอุตสาหกรรม  การแบ่งงานวิจัยออกเป็น 4 โครงการย่อยทำให้สามารถศึกษาแต่ละกระบวนการอย่างละเอียด  และการรวมกระบวนการต่างๆ  ทำให้ได้ระบบการผลิตเชื้อเพลิงทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ  แม้ว่าจะมีความท้าทายอยู่บ้าง  เช่น ต้นทุนของเทคโนโลยีบางอย่าง  แต่ก็เป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญและมีศักยภาพในการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย  ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความยั่งยืน<\/p>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับ <strong>อุตสาหกรรมไบโอเอทานอล<\/strong>  เนื่องจากงานวิจัยนี้แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยตรงจากแก๊สทิ้งของอุตสาหกรรมนี้  ซึ่งมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นส่วนประกอบหลัก  การนำผลงานวิจัยนี้ไปใช้จะช่วยลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก  เพิ่มมูลค่าจากของเสีย  และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับโรงงานไบโอเอทานอล  นอกจากนี้  งานวิจัยยังอาจนำไปประยุกต์ใช้กับ <strong>อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์<\/strong> เป็นปริมาณมาก  เช่น อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์  อุตสาหกรรมไฟฟ้า  หรืออุตสาหกรรมการผลิตเหล็ก  แต่การปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับชนิดและปริมาณของแก๊สทิ้งในแต่ละอุตสาหกรรมอาจจำเป็น<\/p>\n<h2>งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด<\/h2>\n<p>งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลในหลายอาชีพ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:<\/p>\n<ul>\n<li><strong>วิศวกรเคมี:<\/strong>  งานวิจัยเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางเคมี  การออกแบบเครื่องปฏิกรณ์  และการควบคุมกระบวนการ  วิศวกรเคมีสามารถนำความรู้และทักษะมาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงทางเลือก<\/li>\n<li><strong>นักวิทยาศาสตร์วัสดุ:<\/strong>  งานวิจัยเกี่ยวข้องกับการพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยา  การเลือกใช้วัสดุ  และการวิเคราะห์คุณสมบัติของวัสดุ  นักวิทยาศาสตร์วัสดุสามารถมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำ<\/li>\n<li><strong>นักวิจัยด้านพลังงาน:<\/strong> งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงานทางเลือก  การประเมินประสิทธิภาพ  และความคุ้มทุน  นักวิจัยด้านพลังงานสามารถนำความรู้และทักษะมาใช้ในการวิเคราะห์และประเมินศักยภาพของเทคโนโลยีต่างๆ<\/li>\n<li><strong>นักเศรษฐศาสตร์:<\/strong> การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เป็นส่วนสำคัญของงานวิจัยนี้  นักเศรษฐศาสตร์สามารถมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนของกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงทางเลือก<\/li>\n<\/ul>",
    "metaData": {
        "ProjectAbstractEN": "",
        "ProjectID": "109674",
        "Headname": "รศ.ดร. ไพลิน เงาตระการวิวัฒน์",
        "ProjectYearSubmit": "2564",
        "DepartmentTH": "มหาวิทยาลัยบูรพา",
        "oecd": "กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี",
        "ProjectType": "โครงการเดี่ยว",
        "Projectstatus": "ปิดโครงการ",
        "tags": [
            "การใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์",
            "พลาสมา",
            "การแยกน้ำด้วยไฟฟ้าเคมีทางแสง",
            "การออกแบบกระบวนการ",
            "กระบวนการไบโอเอทานอล"
        ],
        "ProjectObjective": "แผนงานวิจัยนี้ ประกอบด้วยโครงการวิจัย 4 โครงการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ของแต่ละโครงการ ดังนี้โครงการวิจัยที่1 กระบวนการสลายแก๊สเสียคาร์บอนไดออกไซด์ด้วยเทคโนโลยีตัวเร่งปฏิกิริยาร่วมพลาสมา จากกระบวนการผลิตไบเอทานอลในสภาวะไร้อากาศ สร้างต้นแบบเครื่องพลาสมาชนิด Direct Barrier Discharge (DBD) ขนาดระดับห้องปฏิบัติการวิจัย (research scale) สังเคราะห์และวิเคราะห์ตัวเร่งปฏิกิริยาเพอร์รอฟสไกด์ออกไซด์ชนิด LaCoO3 และ LaCaxCo1-xO3+d ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการสลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ร่วมกับตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดเพอร์รอฟสไกด์ออกไซด์ ประเมินความคุ้มทุนทางเศรษฐศาสตร์และพลังงานของกระบวนการสลายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ร่วมกับตัวเร่งปฏิกิริยาโครงการวิจัยที่2การผลิตไฮโดรเจนจากกระบวนการแยกน้ำด้วยไฟฟ้าเคมีทางแสง ศึกษาปัจจัยในการเตรียมขั้วไฟฟ้าจากสารกึ่งตัวนำ p-n สำหรับกระบวนการแยกน้ำด้วยไฟฟ้าเคมีทางแสง (PEC) ที่มีการจำลองสภาวะการฉายแสงพร้อมๆ กับป้อนกระแสไฟฟ้า ที่มีต่อการผลิตไฮโดรเจน สร้างเครื่องปฏิกรณ์สำหรับกระบวนการแยกน้ำด้วยไฟฟ้าเคมีทางแสง (PEC) ที่มีการควบคุมการป้อนกระแสไฟฟ้าให้สอดคล้องกับสภาวะความเข้มแสงอาทิตย์ เพื่อให้การผลิตไฮโดรเจนเกิดอย่างสม่ำเสมอ ศึกษาประสิทธิภาพของขั้วไฟฟ้าจากสารกึ่งตัวนำ p-n สำหรับกระบวนการ PEC ที่มีการฉายแสงอาทิตย์พร้อมๆ กับป้อนกระแสไฟฟ้า เพื่อให้การผลิตไฮโดรเจนเกิดอย่างสม่ำเสมอโครงการวิจัยที่3การผลิตแก๊สมีเทนจากแก๊สทิ้งของกระบวนการไบโอเอทานอล เพื่อออกแบบและพัฒนาองค์ประกอบของตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีความสามารถเร่งปฏิกิริยาการเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์\/แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ และแก๊สไฮโดรเจน ให้เป็นแก๊สมีเทนโดยเน้นการใช้วัสดุที่มีราคาไม่แพงและสามารถหาได้ในประเทศไทย เพื่อสร้างกระบวนการต้นแบบ ระดับห้องปฏิบัติการ โดยการปรับปรุงกระบวนการต้นแบบที่มีอยู่เดิม เพื่อใช้ในการทดสอบหาสภาวะที่เหมาะสมในการเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์\/แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ให้เป็นแก๊สมีเทน เพื่อทดสอบการเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์\/แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ให้เป็นแก๊สมีเทน ณ ช่วงอุณหภูมิที่สามารถเกิดปฏิกิริยา โดยคัดเลือกจากตัวเร่งปฏิกิริยาที่พัฒนาองค์ประกอบแล้ว เพื่อหาสภาวะต้นแบบ โดยนำตัวเร่งปฏิกิริยาที่คัดเลือก มาทดสอบหาสภาวะต้นแบบ (อัตราส่วนของของสารตั้งต้น, อัตราการไหลของสารตั้งต้นต่อน้ำหนักของตัวเร่งปฏิกิริยาที่ใช้) หาเสถียรภาพของตัวเร่งปฏิกิริยา และวิธีการฟื้นฟูสภาพของตัวเร่งปฏิกิริยา เพื่อนำไปปรับใช้งานของตัวเร่งปฏิกิริยาในอนาคตโครงการวิจัยที่4การพัฒนาและออกแบบระบบการผลิตมีเทนจากแก๊สทิ้งของกระบวนการไบโอเอทานอล ศึกษาและสร้างแบบจำลองการผลิตเชื้อเพลิงมีเทนจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มาจากก๊าซเสียด้วยการผ่านกระบวนการมีเทเนชัน โฟโตแคสตาไลติก และพลาสมา วิเคราะห์ผลของตัวแปรดำเนินการของแต่ละกระบวนการ และตัวแปรที่สัมพันธ์ในการเข้าร่วมกระบวนการ ออกแบบและเปรียบเทียบระบบของการผลิตมีเทนระหว่าง ระบบที่ 1 ระบบที่เข้าร่วมกระบวนการระหว่างมีเทเนชันของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และโฟโตแคสตาไลติก และระบบที่ 2 ระบบที่เข้าร่วมกระบวนการมีเทเนชันของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ โฟโตแคสตาไลติก และพลาสมา วิเคราะห์การใช้พลังงาน หาสภาวะที่เหมาะสมที่ทำให้ประสิทธิภาพรวมของระบบผลิตมีเทนได้สูงสุด ประเมินทางเศรษฐศาสตร์ของระบบที่เข้าร่วมกระบวนการมีเทเนชัน โฟโตแคสตาไลติก และพลาสมา"
    },
    "apa": "รศ.ดร. ไพลิน เงาตระการวิวัฒน์. (2564). การผลิตเชื้อเพลิงทางเลือกจากแก๊สทิ้งของกระบวนการไบโอเอทานอล. มหาวิทยาลัยบูรพา. ชลบุรี, สระแก้ว.",
    "chicago": "รศ.ดร. ไพลิน เงาตระการวิวัฒน์. 2564. \"การผลิตเชื้อเพลิงทางเลือกจากแก๊สทิ้งของกระบวนการไบโอเอทานอล\". มหาวิทยาลัยบูรพา. ชลบุรี, สระแก้ว.",
    "mla": "รศ.ดร. ไพลิน เงาตระการวิวัฒน์. \"การผลิตเชื้อเพลิงทางเลือกจากแก๊สทิ้งของกระบวนการไบโอเอทานอล\". มหาวิทยาลัยบูรพา, 2564. ชลบุรี, สระแก้ว.",
    "vancouver": "รศ.ดร. ไพลิน เงาตระการวิวัฒน์. การผลิตเชื้อเพลิงทางเลือกจากแก๊สทิ้งของกระบวนการไบโอเอทานอล. มหาวิทยาลัยบูรพา; 2564. ชลบุรี, สระแก้ว.",
    "license": [
        "Creative Commons Attribution",
        "https:\/\/creativecommons.org\/licenses\/by\/4.0\/"
    ]
}