โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น (ระยะที่ 2)
บทวิเคราะห์งานวิจัย
โครงการวิจัย “โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น (ระยะที่ 2)” มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยอาศัยการวิจัยเชิงประจักษ์และการทดลองเชิงปฏิบัติการ งานวิจัยนี้ถือเป็นการต่อยอดจากระยะแรก โดยขยายขอบเขตการศึกษาไปยัง อปท. จำนวน 17 แห่งใน 7 จังหวัด และครอบคลุมประเภทรายได้ที่สำคัญ 8 ประเภท ได้แก่ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ภาษีป้าย, ค่าธรรมเนียมโรงแรม, ภาษีรถยนต์, ค่าบริการบำบัดน้ำเสีย, ค่าธรรมเนียมขยะ, รายได้จากการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และรายได้จากการใช้ทรัพยากรน้ำ จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำเสนอ “P-S-I Framework” ซึ่งเป็นกรอบคิดหลักที่ผสมผสานแนวทางการพัฒนารายได้ในเชิงระบบ (System approach), เชิงพฤติกรรมศาสตร์ (Behavioral approach) และการขับเคลื่อนนโยบายเข้าด้วยกัน กรอบคิดนี้ถูกนำไปใช้ในการรวบรวมข้อมูลและทดสอบเชิงประจักษ์ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ P-S-I Framework ในการเพิ่มรายได้ให้กับ อปท. อย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถเพิ่มรายได้ระหว่าง 35.998 - 36.404 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะสามารถเพิ่มรายได้ในอนาคตได้อีกมาก ทั้งจากฐานภาษีเดิมและฐานรายได้ประเภทใหม่ รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจมหาศาล ซึ่งจะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ท้องถิ่นที่จัดเก็บเองได้จากประมาณ 10% เป็น 13.3-15% ของรายได้รวม นอกจากผลทางเศรษฐกิจแล้ว งานวิจัยยังเน้นถึงการเพิ่มความโปร่งใส การสื่อสารกับประชาชน และการอำนวยความสะดวกด้านภาษีให้กับผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสนับสนุนจากภาครัฐในระยะยาว เช่น การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การพัฒนาระบบงาน การส่งเสริมความร่วมมือ และการขยายฐานรายได้ประเภทใหม่ เพื่อให้การพัฒนารายได้ท้องถิ่นมีความยั่งยืน งานวิจัยนี้ไม่ได้เพียงแค่เสนอวิธีการเพิ่มรายได้ในระยะสั้น แต่ยังมองไปถึงการสร้างระบบการจัดเก็บภาษีที่ยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อความเจริญเติบโตของท้องถิ่น การนำเสนอ P-S-I Framework ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด และระดับประเทศ โดยสามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับบริบทต่างๆ ได้ ความครอบคลุมของประเภทรายได้และกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลาย ทำให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการวางแผนและกำหนดนโยบายการจัดการรายได้ท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้ อาจอยู่ที่การขยายผลไปสู่ อปท. อื่นๆ เนื่องจากบริบทของแต่ละท้องถิ่นอาจมีความแตกต่างกัน จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และวิธีการให้เหมาะสม การประเมินผลในระยะยาวก็จำเป็น เพื่อติดตามความยั่งยืนของมาตรการที่นำเสนอ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาการจัดการรายได้ท้องถิ่นของประเทศไทย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการให้คำปรึกษาทางด้านการเงิน การบริหารจัดการ และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่ให้บริการด้านการจัดเก็บภาษี ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และระบบออนไลน์ เหตุผลก็คือ งานวิจัยนี้ได้พัฒนา P-S-I Framework ซึ่งเป็นกรอบการทำงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่ม อปท. บริษัทเหล่านี้สามารถนำผลการวิจัยไปปรับใช้ในการออกแบบและพัฒนาระบบการจัดเก็บภาษีที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของ อปท. ได้ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นฐานความรู้ในการให้คำปรึกษา อบรม และพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น รวมถึงการวิเคราะห์และวางแผนกลยุทธ์การเพิ่มรายได้ให้กับ อปท. อีกด้วย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ที่ทำงานในสายงานด้านการบริหารจัดการภาครัฐ นักวิจัย นักวางแผนเมือง นักเศรษฐศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินภาครัฐ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บรายได้ของ อปท. เหตุผลก็คือ งานวิจัยนี้มีข้อมูลเชิงประจักษ์และกรอบแนวคิด (P-S-I Framework) ที่สามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์ วางแผน และพัฒนาระบบการจัดเก็บรายได้ของ อปท. ได้ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้สามารถนำผลการวิจัยไปปรับใช้ในการทำงานของตน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความยั่งยืนในการบริหารจัดการรายได้ของ อปท. นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาต่อไป เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในการจัดการรายได้ท้องถิ่น
| รหัสโครงการ : | 174463 |
| หัวหน้าโครงการ : | รศ.ดร. วีระศักดิ์ เครือเทพ |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| วัตถุประสงค์ : | (1) เพื่อติดตามผลการบริหารจัดเก็บรายได้ของ อปท. จากการวิจัยระยะที่หนึ่งว่าสามารถจัดเก็บหรือพัฒนารายได้เพิ่มขึ้นตามที่มีการศึกษาไว้เพียงใด โดยจะครอบคลุมภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโดยรวมภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของรัฐ ภาษีป้าย และค่าธรรมเนียมโรงแรม(2) เพื่อต่อยอดการวิจัยมาตรการพัฒนารายได้ท้องถิ่นที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จจากระยะแรกโดยจะครอบคลุมภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ค่าธรรมเนียมโรงแรมบำรุง อบจ. และภาษีรถยนต์ที่ค้างชำระและจะต่อยอดการวิจัยให้ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างที่มีความหลากหลายเพิ่มขึ้นจากการวิจัยในระยะที่หนึ่ง(3) เพื่อขยายผลการพัฒนาในเชิงระบบบริหารจัดการและมาตรการจูงใจทางภาษีที่กว้างขวางขึ้นโดยมีขอบเขตการขยายผลไปถึงการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการจัดเก็บภาษี (Big data) และระบบออนไลน์เพื่อยื่นชำระภาษีสำหรับจัดเก็บค่าธรรมเนียมโรงแรมบำรุง อบจ. และค่าธรรมเนียมขยะการขยายผลมาตรการกระตุ้นความเต็มใจในการจ่ายภาษีป้าย ภาษีรถยนต์ ค่าบริการบำบัดน้ำเสียค่าธรรมเนียมขยะ การพัฒนารายได้ประเภทใหม่จากการใช้ทรัพยากรน้ำ และการพัฒนารายได้ท้องถิ่นจากการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนของ อปท. |
รศ.ดร. วีระศักดิ์ เครือเทพ. (2564). โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น (ระยะที่ 2). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. .
รศ.ดร. วีระศักดิ์ เครือเทพ. 2564. "โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น (ระยะที่ 2)". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. .
รศ.ดร. วีระศักดิ์ เครือเทพ. "โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น (ระยะที่ 2)". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2564. .
รศ.ดร. วีระศักดิ์ เครือเทพ. โครงการพัฒนาระบบบริหารจัดเก็บรายได้ท้องถิ่น (ระยะที่ 2). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2564. .