การพัฒนานวัตกรรมตัวกลางจากส่วนผสมของกากกาแฟและเศษวัสดุเหลือใช้เพื่อบำบัดน้ำทิ้งจากโรงงานน้ำตาล และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ให้มีการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมทางการเกษตรภายใต้หลักการโรงงานไม่ปล่อยน้ำเสีย
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนานวัตกรรมตัวกลางสำหรับบำบัดน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานน้ำตาล เพื่อนำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ประโยชน์ในภาคเกษตรกรรม ภายใต้แนวคิดโรงงานไม่ปล่อยน้ำเสีย (Zero Liquid Discharge) นวัตกรรมนี้ใช้ส่วนผสมจากวัสดุเหลือใช้ต่างๆ ได้แก่ กากกาแฟ, เบนโทไนท์, ซีโอไลท์ และดินลูกรัง ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและช่วยลดต้นทุนการผลิต การเลือกใช้กากกาแฟเป็นส่วนประกอบสำคัญสะท้อนถึงความพยายามในการนำของเสียมาใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการทิ้งกากกาแฟจำนวนมาก และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้นี้
กระบวนการวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ขั้นตอนแรกเน้นการศึกษาความต้องการของเกษตรกรผู้ใช้น้ำผ่านแบบสำรวจและการทดสอบในห้องปฏิบัติการ การทดสอบนี้ใช้เม็ดตัวกลางขนาดต่างๆ และรูปแบบการไหลของน้ำที่แตกต่างกัน เพื่อหาสภาวะการบำบัดที่เหมาะสม การทดลองในห้องปฏิบัติการใช้ถังขนาด 24 ลิตร จำนวน 5 ถัง และถังขนาดเล็ก 4 ลิตร อีก 4 ถัง เพื่อจำลองสภาวะการทำงานจริงและทดสอบความเหมาะสมของอัตราการกรอง การใช้ถังขนาดต่างๆ ช่วยให้สามารถศึกษาผลกระทบของขนาดถังและอัตราการกรองต่อประสิทธิภาพการบำบัดได้อย่างครอบคลุม
ขั้นตอนที่สองมุ่งเน้นการทดสอบประสิทธิภาพของนวัตกรรมตัวกลางกับโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากโรงงานน้ำตาล การทดสอบนี้ดำเนินการกับโรงงาน 2 แห่ง คือ โรงงานผลิตผักผลไม้และโรงงานผลิตอาหารจากแป้ง การเลือกโรงงานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการขยายขอบเขตการใช้งานของนวัตกรรม เพื่อประเมินความสามารถในการบำบัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ และการควบคุมอัตราการกรองที่ 0.8 m3/m2.d ในการทดสอบทั้งสองโรงงาน สะท้อนถึงการหาจุดสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการบำบัดและความคุ้มค่าในการใช้งาน
ขั้นตอนสุดท้ายคือการออกแบบต้นแบบ (Prototype) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำนวัตกรรมไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม ขั้นตอนนี้เน้นการประเมินความเป็นไปได้ทางด้านเทคนิคและเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งการปรับปรุงประสิทธิภาพการบำบัดให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่านวัตกรรมตัวกลางนี้สามารถลดความเข้มข้นของสารต่างๆ ในน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสี TSS, BOD และ COD ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำสำหรับการเกษตร การเปรียบเทียบกับตัวกลางบำบัดน้ำเสียในท้องตลาด (Popper) แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบของนวัตกรรมนี้ในด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่า
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการเน้นการใช้วัสดุเหลือใช้ การมีส่วนร่วมของชุมชน และการทดสอบในสภาวะที่หลากหลาย ทำให้ผลการวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังสามารถพัฒนาต่อยอดได้อีก เช่น การศึกษาผลกระทบระยะยาวของการใช้นวัตกรรมนี้ต่อสิ่งแวดล้อม การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนอย่างละเอียด และการขยายขอบเขตการทดสอบไปยังโรงงานอุตสาหกรรมประเภทอื่นๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดน้ำเสียเป็นจำนวนมาก และต้องการบริหารจัดการน้ำเสียอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร เช่น โรงงานน้ำตาล เนื่องจากงานวิจัยได้พิสูจน์ประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานน้ำตาลแล้ว นอกจากนี้ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีน้ำเสียที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เนื่องจากการทดลองได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบำบัดน้ำเสียจากโรงงานแปรรูปผักผลไม้และโรงงานแปรรูปอาหารจากแป้ง ความสามารถในการปรับใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ขึ้นอยู่กับการปรับแต่งสภาวะการทำงานของระบบบำบัดให้เหมาะสมกับลักษณะของน้ำเสียแต่ละประเภท
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคลากรหลากหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำเสียและการพัฒนาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม เช่น วิศวกรสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย เจ้าหน้าที่ควบคุมมลพิษ และเกษตรกร วิศวกรสิ่งแวดล้อมสามารถนำองค์ความรู้จากงานวิจัยนี้ไปออกแบบและพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสม นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยสามารถนำงานวิจัยนี้ไปต่อยอดและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ควบคุมมลพิษสามารถนำไปใช้ในการกำหนดนโยบายและมาตรฐานการบำบัดน้ำเสีย และเกษตรกรสามารถนำน้ำที่ผ่านการบำบัดไปใช้ในกิจกรรมทางการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภัยแล้ง
| รหัสโครงการ : | 122835 |
| หัวหน้าโครงการ : | ศ.ดร. ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | วัตถุประสงค์ (ระบุเป็นข้อ)1. เพื่อพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียโดยนวัตกรรมตัวกลางแบบผสมจากวัสดุเหลือใช้ที่เหมาะสมบำบัดน้ำทิ้งจากโรงงานน้ำตาลให้ได้คุณลักษณะตามข้อกำหนดในการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ใหม่ และเหมาะสมกับการใช้กิจกรรมทางการเกษตร ภายใต้หลักการโรงงานไม่ปล่อยน้ำเสีย และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้โดยตรงผ่านกลไกการมีส่วนร่วมในระดับชุมชน2. เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้นวัตกรรมตัวกลางแบบผสมจากวัสดุเหลือใช้กับโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ ในกลุ่มสามารถนำน้ำทิ้งของโรงงานไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่เกษตรเป็นการชั่วคราวในช่วงภัยแล้ง3. เพื่อประเมินประสิทธิภาพและความเป็นไปได้ในการนำระบบบำบัดน้ำเสียโดยนวัตกรรมตัวกลางแบบผสมจากวัสดุเหลือใช้ในการการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ในกิจกรรมทางการเกษตร และทราบถึงความต้องการของผู้ใช้น้ำที่ผ่านการบำบัด |
ศ.ดร. ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ. (2564). การพัฒนานวัตกรรมตัวกลางจากส่วนผสมของกากกาแฟและเศษวัสดุเหลือใช้เพื่อบำบัดน้ำทิ้งจากโรงงานน้ำตาล และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ให้มีการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมทางการเกษตรภายใต้หลักการโรงงานไม่ปล่อยน้ำเสีย. สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย. นครปฐม.
ศ.ดร. ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ. 2564. "การพัฒนานวัตกรรมตัวกลางจากส่วนผสมของกากกาแฟและเศษวัสดุเหลือใช้เพื่อบำบัดน้ำทิ้งจากโรงงานน้ำตาล และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ให้มีการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมทางการเกษตรภายใต้หลักการโรงงานไม่ปล่อยน้ำเสีย". สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย. นครปฐม.
ศ.ดร. ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ. "การพัฒนานวัตกรรมตัวกลางจากส่วนผสมของกากกาแฟและเศษวัสดุเหลือใช้เพื่อบำบัดน้ำทิ้งจากโรงงานน้ำตาล และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ให้มีการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมทางการเกษตรภายใต้หลักการโรงงานไม่ปล่อยน้ำเสีย". สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, 2564. นครปฐม.
ศ.ดร. ธรรมรัตน์ คุตตะเทพ. การพัฒนานวัตกรรมตัวกลางจากส่วนผสมของกากกาแฟและเศษวัสดุเหลือใช้เพื่อบำบัดน้ำทิ้งจากโรงงานน้ำตาล และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่ให้มีการนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ในกิจกรรมทางการเกษตรภายใต้หลักการโรงงานไม่ปล่อยน้ำเสีย. สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย; 2564. นครปฐม.