การบริหารจัดการฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสาธารณะ
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การบริหารจัดการฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสาธารณะ" นี้มุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาฐานข้อมูล R&I data ของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการวิจัยและนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิเคราะห์งานวิจัยนี้จะมองในหลายมิติ ตั้งแต่ความสำคัญของฐานข้อมูล ประโยชน์ที่ได้รับ ความท้าทายในการดำเนินงาน และศักยภาพในการต่อยอด
ความสำคัญของฐานข้อมูล R&I data: ในยุคปัจจุบัน ข้อมูลเป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะข้อมูลด้านการวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ฐานข้อมูล R&I data ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นนักวิจัย ภาคเอกชน ภาครัฐ หรือประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ครบถ้วน และเชื่อถือได้ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผน ตัดสินใจ และพัฒนาต่อยอดงานวิจัย สู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ และสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้
ประโยชน์ที่ได้รับจากฐานข้อมูล: ประโยชน์ที่สำคัญของฐานข้อมูล R&I data คือการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และความร่วมมือในการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมร่วมกัน นอกจากนี้ ยังช่วยลดความซ้ำซ้อนในการวิจัย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และส่งเสริมให้เกิดการสร้างนวัตกรรมที่มีคุณภาพ สูง และเป็นประโยชน์ต่อสังคม การเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้ากับระบบข้อมูลสารสนเทศกลางของประเทศ ยังช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนและการบริหารจัดการของประเทศในภาพรวม
ความท้าทายในการดำเนินงาน: การสร้างและพัฒนาฐานข้อมูล R&I data ให้มีประสิทธิภาพ นั้นมีความท้าทายหลายประการ เช่น การรวบรวมข้อมูลที่ครอบคลุมและถูกต้อง การจัดเก็บและจัดการข้อมูลให้เป็นระบบ การสร้างระบบค้นหาและการเข้าถึงข้อมูลที่ใช้งานง่าย และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล นอกจากนี้ ยังต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงฐานข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของผู้ใช้ การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ก็มีความสำคัญ เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ
ศักยภาพในการต่อยอด: ฐานข้อมูล R&I data มีศักยภาพในการต่อยอดในหลายด้าน เช่น การพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มกลางสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และความร่วมมือทางวิชาการ การสร้างเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ และการพัฒนาแอปพลิเคชันต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น การนำข้อมูลไปใช้ในการสร้างนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ ก็เป็นอีกหนึ่งศักยภาพที่สำคัญ ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ และส่งเสริมการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมที่เน้นการวิจัยและพัฒนา เช่น อุตสาหกรรมเทคโนโลยี อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมการผลิต เพราะฐานข้อมูล R&I data จะช่วยให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเหล่านี้สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านการวิจัยและนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการผลิต และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกในการวิเคราะห์ตลาด วางแผนกลยุทธ์ และการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ เช่น อุตสาหกรรมการเงิน อุตสาหกรรมการตลาด และอุตสาหกรรมบริการ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนา เช่น นักวิจัย วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ ผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการวางแผน การบริหารจัดการ และการตัดสินใจ ฐานข้อมูล R&I data จะช่วยให้บุคคลเหล่านี้สามารถเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการทำงานของตน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอาชีพที่ต้องการใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์และสร้างความเข้าใจ เช่น นักวิเคราะห์ข้อมูล นักเศรษฐศาสตร์ และนักวางแผน ซึ่งจะช่วยให้สามารถสร้างความรู้ความเข้าใจ และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น
| รหัสโครงการ : | 171028 |
| หัวหน้าโครงการ : | ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ทางด้านการวิจัยและนวัตกรรมให้มีศักยภาพในการประเมินสถานการณ์ด้านการวิจัยเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความร่วมมือจากหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรมในการต่อยอดงานวิจัยไปสู่การสร้างนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรมกับระบบข้อมูลสารสนเทศกลางของประเทศเพื่อการให้บริการสู่สาธารณะ |
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง. (2565). การบริหารจัดการฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสาธารณะ. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.). กรุงเทพมหานคร.
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง. 2565. "การบริหารจัดการฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสาธารณะ". สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.). กรุงเทพมหานคร.
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง. "การบริหารจัดการฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสาธารณะ". สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), 2565. กรุงเทพมหานคร.
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง. การบริหารจัดการฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสาธารณะ. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.); 2565. กรุงเทพมหานคร.