นวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทย : ขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (9.2.1)
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัย “นวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทย : ขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (9.2.1)” เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของการอำนวยความยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยต่อยอดจากงานวิจัยระยะแรก และมีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ คือ การขยายผลนวัตกรรมสู่การปฏิบัติจริง, การประเมินผลสำเร็จของนวัตกรรม และการจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับการปรับปรุงระบบยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน งานวิจัยนี้ใช้วิธีการบูรณาการหลายมิติ ประกอบด้วย มิติทางกฎหมาย มิติทางนิติวิทยาศาสตร์ และมิติของการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม
มิติทางกฎหมาย เน้นการสร้างคู่มือปฏิบัติ (SOP) มาตรฐานสำหรับการปฏิบัติต่อเด็กที่กระทำความผิดที่มีอายุไม่เกิน 12 ปี และการนำกระบวนการไกล่เกลี่ยมาใช้เพื่อหันเหคดีเด็กและเยาวชนออกจากกระบวนการยุติธรรมกระแสหลัก ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการสร้างความเท่าเทียมและลดผลกระทบเชิงลบต่อเด็กและเยาวชน การสร้างมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน
มิติทางนิติวิทยาศาสตร์ งานวิจัยนี้ได้พัฒนาโปรแกรม JUDA ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลการกระทำความผิดของเด็กและเยาวชนแยกจากฐานข้อมูลผู้ใหญ่ เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ระบบนี้เชื่อมโยงกับระบบ CRIMES ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเทคนิคการตรวจสารเสพติดทางเส้นผม ซึ่งมีความแม่นยำ รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าวิธีการเดิม การพัฒนาด้านนิติวิทยาศาสตร์นี้ แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดข้อผิดพลาดในการตรวจสอบ
มิติการสร้างเครือข่ายภาคประชาชน งานวิจัยนี้สร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายกว่า 30 แห่ง เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอาชีพทั้ง Hard Skill และ Soft Skill ให้เหมาะสมกับความถนัดของเด็กและเยาวชน และความต้องการของตลาดแรงงาน การสร้างเครือข่ายนี้ ช่วยให้เด็กและเยาวชนได้รับโอกาสในการฝึกงาน มีอาชีพ และมีรายได้ที่มั่นคงหลังจากได้รับการปล่อยตัว ลดโอกาสในการกลับไปกระทำความผิดซ้ำ และเป็นการสร้างทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพให้กับประเทศชาติ
โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้เป็นงานที่มีความสำคัญและมีผลกระทบเชิงบวกต่อระบบยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน การบูรณาการหลายมิติ การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านกระบวนการยุติธรรม เทคโนโลยี และโอกาสในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับเด็กและเยาวชน อย่างไรก็ตาม การประเมินผลอย่างต่อเนื่อง และการปรับปรุงระบบอย่างสม่ำเสมอ ยังคงมีความจำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่า นวัตกรรมเหล่านี้จะสามารถสร้างผลกระทบในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมด้านการบริการสังคมและการพัฒนาชุมชน รวมถึงอุตสาหกรรมด้านการบริหารจัดการข้อมูล เพราะงานวิจัยนี้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบฐานข้อมูล JUDA และเทคนิคการตรวจสารเสพติดทางเส้นผม ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ ผลงานวิจัยยังมีการพัฒนาหลักสูตรฝึกอาชีพและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคเอกชน จึงเหมาะสมกับอุตสาหกรรมที่ต้องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และส่งเสริมการจ้างงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทาง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย เช่น ตำรวจ พนักงานสอบสวน นักกฎหมาย เจ้าหน้าที่ศาลเยาวชนและครอบครัว นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และเจ้าหน้าที่กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพราะงานวิจัยนี้ได้พัฒนาเครื่องมือและกระบวนการต่างๆ ที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่เหล่านี้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากร เช่น ครูฝึกอาชีพ นักวางแผนการศึกษา และนักวิชาการ เพราะงานวิจัยนี้ได้พัฒนาหลักสูตรฝึกอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน
| รหัสโครงการ : | 122739 |
| หัวหน้าโครงการ : | พล.ต.ต.หญิง พัชรา สินลอยมา |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | โรงเรียนนายร้อยตำรวจ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อต่อยอดและขยายผลนวัตกรรมการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของการอำนวยความยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนสู่การประยุกต์ใช้ในเชิงปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม2.เพื่อประเมินผลสำเร็จของการนำนวัตกรรมการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของการอำนวยความยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนจากงานวิจัยสู่การปฏิบัติจริง3. เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะด้านการอำนวยการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนผ่านการบูรณาการในเชิงกฎหมาย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยทางนิติวิทยาศาสตร์ และการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนที่เข้มแข็ง |
พล.ต.ต.หญิง พัชรา สินลอยมา. (2564). นวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทย : ขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (9.2.1). โรงเรียนนายร้อยตำรวจ. นครปฐม.
พล.ต.ต.หญิง พัชรา สินลอยมา. 2564. "นวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทย : ขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (9.2.1)". โรงเรียนนายร้อยตำรวจ. นครปฐม.
พล.ต.ต.หญิง พัชรา สินลอยมา. "นวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทย : ขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (9.2.1)". โรงเรียนนายร้อยตำรวจ, 2564. นครปฐม.
พล.ต.ต.หญิง พัชรา สินลอยมา. นวัตกรรมยุติธรรมท้าทายไทย : ขยายผลสู่การปฏิบัติเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง (9.2.1). โรงเรียนนายร้อยตำรวจ; 2564. นครปฐม.