การประยุกต์ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Earth Data) เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “การประยุกต์ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Earth Data) เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย” นี้ เป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญและทันสมัย เน้นการนำเทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่มาประยุกต์ใช้เพื่อติดตามและประเมินผลการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในประเทศไทย งานวิจัยนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การรวบรวมข้อมูล แต่ยังครอบคลุมถึงการพัฒนา methodology และ framework ใหม่ๆ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล และนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำ Big Earth Data มาใช้ ซึ่งช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลในภาพรวมที่กว้างขวางและละเอียดมากขึ้น มากกว่าการพึ่งพาข้อมูลจากแหล่งใดแหล่งหนึ่ง การเลือกใช้ตัวชี้วัดที่ครอบคลุมประเด็นทางสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากร สะท้อนถึงความพยายามในการประเมินผล SDGs อย่างครบถ้วน การศึกษาตัวชี้วัดในหลายมิติ เช่น คุณภาพน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา, ผลผลิตของเกษตรกรรายย่อย, การเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ, คุณภาพอากาศในเขตเมือง และการใช้พื้นที่สาธารณะ แสดงให้เห็นถึงความครอบคลุมและความสมบูรณ์ของข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น การศึกษาตัวชี้วัดบางตัวอาจจะครอบคลุมเฉพาะพื้นที่บางแห่ง เช่น การศึกษาคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา และการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อาจยังไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของประเทศไทยได้ทั้งหมด การขยายขอบเขตการศึกษาให้ครอบคลุมพื้นที่และประชากรที่หลากหลายมากขึ้นจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการวิจัย นอกจากนี้ การนำเสนอข้อมูลบางส่วนยังอาจขาดรายละเอียด เช่น ค่าเฉลี่ยของตัวชี้วัดบางตัว การอธิบายวิธีการคำนวณค่าตัวชี้วัดอย่างละเอียด และการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับสาเหตุและปัจจัยที่ส่งผลต่อตัวชี้วัดต่างๆ จะช่วยให้ผู้สนใจสามารถเข้าใจผลการวิจัยได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้น
แม้จะมีข้อจำกัดบ้าง แต่ผลการวิจัยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนและกำหนดนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย การนำข้อมูลขนาดใหญ่และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เป็นแนวทางที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยให้ประเทศไทยสามารถติดตามความก้าวหน้าในการบรรลุ SDGs ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุง พัฒนา และสร้างนโยบายที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเผยแพร่ผลการวิจัยนี้ต่อสาธารณชน จะช่วยสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการบรรลุเป้าหมาย SDGs
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) , การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data Analysis) , ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และการพัฒนาแบบจำลองเชิงคาดการณ์ (Predictive Modeling) เนื่องจากงานวิจัยนี้ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่จากการสำรวจโลกเป็นฐานในการวิเคราะห์ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนและการจัดการทรัพยากร เช่น อุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมการจัดการน้ำ และอุตสาหกรรมการขนส่ง เพราะผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการวางแผนและการจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อุตสาหกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานก็สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนการจัดการสิ่งแวดล้อมและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนได้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) , นักวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data Analyst) , นักวางแผนเมือง นักวิศวกรสิ่งแวดล้อม นักเศรษฐศาสตร์ และผู้ที่ทำงานในหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนและการจัดการทรัพยากร เนื่องจากงานวิจัยนี้จำเป็นต้องใช้ความรู้และทักษะในหลายสาขา ทั้งด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และการวางแผน นักวิจัยจะสามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปใช้ในการพัฒนา methodology และ framework ใหม่ๆ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างแบบจำลอง นักวางแผนเมืองสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ขณะที่นักวิศวกรสิ่งแวดล้อมและนักเศรษฐศาสตร์สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของนโยบายต่างๆ ต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ
| รหัสโครงการ : | 122736 |
| หัวหน้าโครงการ : | รศ.ดร. เอกบดินทร์ วินิจกุล |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดทำและประยุกต์ใช้ข้อมูลจากการสำรวจโลกเพื่อติดตามและประเมินผลตัวชี้วัดการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เพื่อนำไปสู่การบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญสำหรับการวางแผนยุทธศาสตร์ของประเทศไทยภายใต้บริบทการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งจุดสำคัญของโครงการนี้จะนำตัวชี้วัดที่ครอบคลุมประเด็นทางสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรที่ยังไม่ได้รับการกำหนดนิยาม ความหมาย คำจำกัดความของเป้าประสงค์และค่าเป้าหมายและการประยุกต์ใช้ในประเทศไทยมาใช้เพื่อบรรลุการประเมินความก้าวหน้าและประสิทธิภาพของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าวในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ย่อย ดังนี้1) จัดทำและใช้ข้อมูลขนาดใหญ่จากข้อมูลการสำรวจโลก (Big Earth data) เพื่อสร้างข้อมูลที่ยังขาดแคลนที่จะนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับการประเมินผลของตัวชี้วัด (Indicator) ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน2) กำหนดบริบทและประยุกต์วิธีการและกรอบแนวคิดทางวิทยาศาสตร์แบบใหม่ เพื่อประเมินการพัฒนาที่ยั่งยืนจากข้อมูลพื้นฐานและแบบจำลองจากข้อมูลขนาดใหญ่จากข้อมูลการสำรวจโลก3) จัดเตรียมข้อมูลจากการถอดบทเรียนจากการประยุกต์ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการองค์ความรู้ ปรับปรุง พัฒนา สังเคราะห์ และนำเสนอตัวชี้วัดที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย4) นำเสนอผลลัพธ์ ผลกระทบและข้อเสนอแนะจากการบูรณาการระหว่างข้อมูลขนาดใหญ่และเทคโนโลยี เพื่อกำหนดมาตรการ แผนงานและนโยบาย ในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทยต่อไป |
รศ.ดร. เอกบดินทร์ วินิจกุล. (2564). การประยุกต์ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Earth Data) เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย. สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี.
รศ.ดร. เอกบดินทร์ วินิจกุล. 2564. "การประยุกต์ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Earth Data) เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย". สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี.
รศ.ดร. เอกบดินทร์ วินิจกุล. "การประยุกต์ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Earth Data) เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย". สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย, 2564. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี.
รศ.ดร. เอกบดินทร์ วินิจกุล. การประยุกต์ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Earth Data) เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย. สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย; 2564. กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี.