การพัฒนากระบวนการผลิตมะม่วงตัดแต่งพร้อมบริโภคด้วยเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อการส่งออก
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการผลิตมะม่วงตัดแต่งพร้อมบริโภคเพื่อการส่งออก โดยใช้เทคโนโลยีสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค หลักการสำคัญอยู่ที่การลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์และยืดอายุการเก็บรักษาของมะม่วง งานวิจัยนี้ได้นำเทคนิคต่างๆ มาประยุกต์ใช้ ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีน้ำพลาสมา (Plasma technology) ทั้งในรูปของน้ำพลาสมาเสมือน (EPAW) และสารละลายพลาสมาเสมือน (EPAS-H2O2) ซึ่งเป็นนวัตกรรมการฆ่าเชื้อที่ได้ผลดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีฟองอากาศขนาดนาโน (Nano bubble technology) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ การใช้สารประกอบแคลเซียมอย่าง แคลเซียมคลอไรด์ และ แคลเซียมแอสคอร์เบท ก็มีส่วนช่วยรักษาคุณภาพและยืดอายุของมะม่วง และที่น่าสนใจคือการพัฒนาสารเคลือบนาโนอิมัลชัน (Nanoemulsion coating) โดยเฉพาะที่ผสมเฮกซานาล เพื่อชะลอการเสื่อมเสียของมะม่วง การศึกษาได้ดำเนินการทั้งในระดับห้องปฏิบัติการ (in vitro) เพื่อหาความเข้มข้นและระยะเวลาที่เหมาะสมของสารต่างๆ ในการยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ และในระดับการทดลองกับมะม่วงจริง เพื่อประเมินประสิทธิภาพของเทคโนโลยีที่นำมาใช้
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการบูรณาการเทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เริ่มจากการกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ โดยใช้ EPAW และ EPAS-H2O2 ซึ่งเป็นวิธีการฆ่าเชื้อที่ปลอดภัยกว่าสารเคมีทั่วไป การใช้ฟองอากาศขนาดนาโนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงพื้นผิวของมะม่วงได้ดีขึ้น การใช้สารประกอบแคลเซียมช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเนื้อมะม่วง และการเคลือบนาโนอิมัลชันช่วยชะลอการสูญเสียน้ำและการเน่าเสีย ทำให้มะม่วงสามารถรักษาคุณภาพและยืดอายุการเก็บรักษาได้นานขึ้น ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยรักษาความแน่นเนื้อ ชะลอการเปลี่ยนแปลงสี ลดการเกิดสีน้ำตาล และรักษาคุณค่าทางโภชนาการของมะม่วงได้ การทดสอบทางประสาทสัมผัสยังแสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยอมรับมะม่วงที่ผ่านกระบวนการนี้ได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม การพัฒนาสารเคลือบเฮกซานาล-นาโนอิมัลชัน พบว่าในสูตรแรกมีรสขม จึงต้องปรับปรุงสูตรใหม่โดยไม่ใช้ส่วนผสมของน้ำมันรำข้าว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดรอบคอบและการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบของทีมวิจัย
ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้ อาจอยู่ที่การทดสอบในสเกลที่ยังไม่ใหญ่พอ การขยายผลสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์จำเป็นต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมในสภาพแวดล้อมการผลิตจริง รวมถึงการศึกษาต้นทุนและความคุ้มค่าของเทคโนโลยีที่นำมาใช้ นอกจากนี้ การศึกษายังมุ่งเน้นที่มะม่วงน้ำดอกไม้ จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อดูว่าเทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้กับพันธุ์มะม่วงอื่นได้หรือไม่ และผลลัพธ์จะแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นพื้นฐานที่ดีเยี่ยมสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกมะม่วงตัดแต่งพร้อมบริโภคของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการใช้เทคโนโลยีสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดโลกที่ต้องการสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพสูงและมีความยั่งยืน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตและส่งออกผลไม้ โดยเฉพาะมะม่วง เหตุผลหลักคือ งานวิจัยนี้ได้พัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูปมะม่วงให้มีคุณภาพสูง ยืดอายุการเก็บรักษา และปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันในตลาดโลก เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น สามารถนำไปใช้ในโรงงานแปรรูปผลไม้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีที่ใช้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ใช้สารเคมีอันตราย การนำงานวิจัยนี้ไปใช้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานการผลิตมะม่วงตัดแต่งพร้อมบริโภคของไทย และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดโลกได้เป็นอย่างดี
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบอาชีพหลายสาขา เช่น นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร วิศวกรเกษตร ผู้ประกอบการด้านการแปรรูปผลไม้ และเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง
- นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร: สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ ศึกษาคุณสมบัติของสารต่างๆ และพัฒนาเทคโนโลยีการถนอมอาหารชนิดใหม่ๆ
- วิศวกรเกษตร: สามารถนำเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับน้ำพลาสมา ฟองอากาศขนาดนาโน และการเคลือบนาโนอิมัลชัน ไปออกแบบและพัฒนาเครื่องจักร หรือระบบการผลิตที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ
- ผู้ประกอบการด้านการแปรรูปผลไม้: สามารถนำเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการผลิตมะม่วงตัดแต่งพร้อมบริโภค เพื่อเพิ่มคุณภาพ ยืดอายุ และเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และขยายตลาดส่งออก
- เกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง: สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ และการรักษาคุณภาพมะม่วง ไปปรับปรุงวิธีการเก็บเกี่ยว การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว และการดูแลรักษาคุณภาพมะม่วง เพื่อเพิ่มผลผลิตและรายได้
| รหัสโครงการ : | 122722 |
| หัวหน้าโครงการ : | รศ.ดร. ณัฎฐา เลาหกุลจิตต์ |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | - ศึกษาผลของการใช้น้ำพลาสมาร่วมกับเทคโนโลยีฟองอากาศขนาดนาโน ต่อการลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์และการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของมะม่วงสุกตัดแต่งพร้อมบริโภค- ศึกษาผลของการใช้น้ำพลาสมาร่วมกับเทคโนโลยีฟองอากาศขนาดนาโนและสารประกอบแคลเซียมต่อการลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ และยืดอายุการวางจำหน่ายของมะม่วงสุกตัดแต่งพร้อมบริโภค- ศึกษาสมบัติทางกลและกายภาพของสารเคลือบนาโนอิมัลชันร่วมกับสารเฮกซานาล- ศึกษาประสิทธิภาพของสารเคลือบนาโนอิมัลชันร่วมกับสารเฮกซานาลยืดอายุการวางจำหน่ายของมะม่วงสุกตัดแต่งพร้อมบริโภค- การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีน้ำพลาสมาลดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ร่วมกับสารเคลือบนาโนอิมัลชันเพื่อรักษาคุณค่าสารอาหารและยืดอายุการวางจำหน่ายมะม่วงสุกตัดแต่งพร้อมบริโภค |
รศ.ดร. ณัฎฐา เลาหกุลจิตต์. (2564). การพัฒนากระบวนการผลิตมะม่วงตัดแต่งพร้อมบริโภคด้วยเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อการส่งออก. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. กรุงเทพมหานคร.
รศ.ดร. ณัฎฐา เลาหกุลจิตต์. 2564. "การพัฒนากระบวนการผลิตมะม่วงตัดแต่งพร้อมบริโภคด้วยเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อการส่งออก". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. กรุงเทพมหานคร.
รศ.ดร. ณัฎฐา เลาหกุลจิตต์. "การพัฒนากระบวนการผลิตมะม่วงตัดแต่งพร้อมบริโภคด้วยเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อการส่งออก". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, 2564. กรุงเทพมหานคร.
รศ.ดร. ณัฎฐา เลาหกุลจิตต์. การพัฒนากระบวนการผลิตมะม่วงตัดแต่งพร้อมบริโภคด้วยเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อการส่งออก. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี; 2564. กรุงเทพมหานคร.