โปรแกรม Family Check Up 4 Strengthening Family (FCU4SF) ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่อาศัยในชุมชนแออัดเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “โปรแกรม Family Check Up 4 Strengthening Family (FCU4SF) ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่อาศัยในชุมชนแออัดเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร” นี้ เป็นงานวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed method design) ที่ใช้ทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการพัฒนาและประเมินประสิทธิผลของโปรแกรม FCU4SF ซึ่งออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่มีวัยรุ่นตอนต้นอาศัยอยู่ในชุมชนแออัด จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำหลักฐานเชิงประจักษ์มาใช้ร่วมกับกระบวนการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมาย คือพ่อแม่/ผู้ปกครอง วัยรุ่นตอนต้น และครู ซึ่งทำให้โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
ในระยะที่ 1 งานวิจัยเน้นการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่มกับคู่พ่อแม่/ผู้ปกครองและลูกวัยรุ่น เพื่อทำความเข้าใจความหมายของครอบครัวเข้มแข็ง ครอบครัวอ่อนแอ และรูปแบบการเลี้ยงดู ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์โดยใช้การวิเคราะห์แก่นสาระ และนำมาบูรณาการกับผลการทบทวนวรรณกรรม ซึ่งนำไปสู่การกำหนดกิจกรรมหลักๆ ของโปรแกรม FCU4SF ที่ครอบคลุมทั้งกิจกรรมสำหรับครอบครัว พ่อแม่/ผู้ปกครอง และลูกวัยรุ่น โดยมุ่งเน้นการสร้างสัมพันธภาพที่ดี การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทักษะการเลี้ยงดูที่เหมาะสม การใช้ Line Official Account เป็นช่องทางการส่งต่อข้อมูลในระยะที่ 2 แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในพฤติกรรมและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในยุคดิจิทัล
ระยะที่ 2 งานวิจัยใช้การวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi experimental design) เพื่อประเมินประสิทธิผลของโปรแกรม FCU4SF โดยใช้กลุ่มตัวอย่างคือคู่พ่อแม่/ผู้ปกครองและลูกวัยรุ่นจำนวน 30 คู่ ผลการวิจัยพบว่าโปรแกรม FCU4SF มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความสามารถในการควบคุมตนเองของวัยรุ่น ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่และดื่มสุรา และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแก้ปัญหาและความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในครอบครัว แม้ว่าจะไม่พบการเปลี่ยนแปลงด้านความยุ่งยากในชีวิตและพฤติกรรมการเลี้ยงดูของพ่อแม่โดยตรง แต่ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นถึงการพัฒนาในด้านการควบคุมกำกับดูแลลูก การแสดงออกถึงความรัก และการเผชิญปัญหาในชีวิตประจำวัน ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของระดับความเข้มแข็งในครอบครัว อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า ครอบครัวบางส่วนยังต้องการการพัฒนาเพิ่มเติมในด้านการหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงและการปรับตัวในภาวะยากลำบาก และแนะนำการพัฒนาต่อยอดโปรแกรมโดยใช้ Web Application เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืน
โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้มีกระบวนการวิจัยที่ครบถ้วน ใช้ทั้งวิธีการเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ และมีการนำเสนอผลการวิจัยที่ชัดเจน น่าเชื่อถือ และมีข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวต่อไป การใช้กลุ่มตัวอย่างจากชุมชนแออัดในเขตราชเทวี ทำให้ผลการวิจัยมีความเฉพาะเจาะจงและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายคลึงกัน อย่างไรก็ตาม การขยายกลุ่มตัวอย่างในพื้นที่อื่นๆ หรือกลุ่มประชากรอื่นๆ เพื่อเพิ่มความแกร่งของผลการวิจัยน่าจะเป็นประเด็นที่ควรพิจารณาในอนาคต
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคม การพัฒนาครอบครัว และการดูแลเด็กและเยาวชน ได้แก่:
- อุตสาหกรรมสุขภาพจิต: ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพจิตของครอบครัวและวัยรุ่น รวมถึงการฝึกอบรมบุคลากรทางสุขภาพจิตในการให้บริการที่เหมาะสม
- อุตสาหกรรมการศึกษา: งานวิจัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตร กิจกรรม และนโยบายที่สนับสนุนการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวและการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กและเยาวชน
- อุตสาหกรรมเทคโนโลยี: การใช้ Line Official Account และข้อเสนอแนะในการพัฒนา Web Application แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาและส่งเสริมโปรแกรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการให้บริการที่เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบาย
- อุตสาหกรรมสวัสดิการสังคม: หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและพัฒนาชุมชนสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการออกแบบและพัฒนาโปรแกรมการส่งเสริมความเข้มแข็งของครอบครัวในชุมชนได้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการทำงานกับครอบครัว เด็ก และเยาวชน ได้แก่:
- นักจิตวิทยา: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการให้คำปรึกษาและการบำบัดกับครอบครัวที่มีปัญหา รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือในการประเมินความเข้มแข็งของครอบครัว
- นักสังคมสงเคราะห์: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการออกแบบและดำเนินโครงการพัฒนาครอบครัวในชุมชน การให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนครอบครัวที่มีความเสี่ยง
- ครู: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการปรับปรุงวิธีการสอนและการจัดกิจกรรมเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวในโรงเรียน รวมถึงการทำงานร่วมกับผู้ปกครองอย่างมีประสิทธิภาพ
- นักพัฒนาชุมชน: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการออกแบบและดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนที่เน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว
- เจ้าหน้าที่รัฐ: ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการวางแผนและพัฒนานโยบายที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เยาวชน และครอบครัว
| รหัสโครงการ : | 118192 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางสาวอาภาพร เผ่าวัฒนา |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | การศึกษานี้มี 2 วัตถุประสงค์ ดังนี้3.1 พัฒนาโปรแกรม Family Check-up 4 Strengthening Family โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ และ กระบวนการมีส่วนร่วมของพ่อแม่/ผู้ปกครอง วัยรุ่นตอนต้น และครู3.2 ศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรม Family Check-up 4 Strengthening Family ที่พัฒนาขึ้นในการส่งเสริมความเข้มแข็งในครอบครัว เพิ่มทักษะในการเลี้ยงดูลูกวัยรุ่นของพ่อแม่/ผู้ปกครอง ลดพฤติกรรมเสี่ยงในวัยรุ่นตอนต้น |
นางสาวอาภาพร เผ่าวัฒนา. (2564). โปรแกรม Family Check Up 4 Strengthening Family (FCU4SF) ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่อาศัยในชุมชนแออัดเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร. มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร.
นางสาวอาภาพร เผ่าวัฒนา. 2564. "โปรแกรม Family Check Up 4 Strengthening Family (FCU4SF) ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่อาศัยในชุมชนแออัดเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร". มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร.
นางสาวอาภาพร เผ่าวัฒนา. "โปรแกรม Family Check Up 4 Strengthening Family (FCU4SF) ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่อาศัยในชุมชนแออัดเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2564. กรุงเทพมหานคร.
นางสาวอาภาพร เผ่าวัฒนา. โปรแกรม Family Check Up 4 Strengthening Family (FCU4SF) ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่อาศัยในชุมชนแออัดเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2564. กรุงเทพมหานคร.