กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี

การวิจัยและพัฒนารถขนส่งอัตโนมัติที่มีระบบนำทางอัจฉริยะวิ่งภายในและภายนอกโรงงาน

... 17 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนารถขนส่งอัตโนมัติ (AGV) สำหรับใช้งานทั้งภายในและภายนอกโรงงาน โดยเน้นการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยและนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดของ AGV ในปัจจุบัน งานวิจัยแบ่งออกเป็นหลายส่วนหลักๆ ดังนี้:

1. การพัฒนารถขนส่งอัตโนมัติ 2 ประเภท: งานวิจัยนี้วางแผนพัฒนา AGV สองแบบ คือ แบบยกหลัง (unit load) ที่ใช้ล้อ omni-wheel สำหรับการเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระทุกทิศทาง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ยังไม่แพร่หลายในตลาด และแบบฟอร์คลิฟท์ ซึ่งเป็นแบบที่ใช้งานแพร่หลายอยู่แล้ว แต่จะได้รับการออกแบบและปรับปรุงโครงสร้างให้เหมาะสมกับการใช้งานทั้งในและนอกอาคาร การใช้ล้อ omni-wheel นั้นเป็นนวัตกรรมที่น่าสนใจ เพราะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการขนส่งภายในพื้นที่จำกัด ส่วนการพัฒนา AGV แบบฟอร์คลิฟท์นั้น เน้นการปรับปรุงให้มีความแข็งแรง ทนทาน และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมการใช้งานที่หลากหลายมากขึ้น การศึกษาวิจัยทั้งสองแบบนี้จะนำมาซึ่งองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการออกแบบและพัฒนา AGV ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

2. การพัฒนาระบบนำทางอัจฉริยะ: งานวิจัยนี้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนำทางอัตโนมัติที่มีความแม่นยำสูง โดยแบ่งการใช้งานออกเป็นสองส่วนคือ ภายในและภายนอกอาคาร สำหรับภายในอาคาร จะใช้เทคโนโลยี Ultra-Wideband (UWB) ในการกำหนดตำแหน่ง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่แม่นยำและยังไม่ถูกนำมาใช้ใน AGV อย่างแพร่หลาย สำหรับภายนอกอาคาร จะใช้ระบบ GPS-RTK ซึ่งมีความแม่นยำสูงถึงระดับเซนติเมตร การใช้ GPS-RTK นั้นถือเป็นความก้าวหน้า เพราะจะช่วยให้ AGV สามารถทำงานได้อย่างแม่นยำแม้ในพื้นที่โล่งกว้าง นอกจากนี้ยังมีการนำเทคโนโลยี Deep Learning และ AI มาใช้ในการพัฒนาระบบนำทางอัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัวของระบบ การผสานเทคโนโลยีเหล่านี้เข้าด้วยกันถือเป็นจุดเด่นสำคัญของงานวิจัยนี้

3. การพัฒนาระบบศูนย์ข้อมูลส่วนกลาง: งานวิจัยนี้ยังมุ่งพัฒนาระบบศูนย์ข้อมูลส่วนกลางสำหรับบริหารจัดการ AGV ระบบนี้จะช่วยในการควบคุมและติดตามการทำงานของ AGV ทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการใช้งาน AGV ในโรงงานขนาดใหญ่ ระบบนี้ยังช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของ AGV และยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายการใช้งาน AGV ในอนาคต การพัฒนาระบบนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการและลดต้นทุนในการดำเนินงาน

ข้อดีและข้อจำกัดของงานวิจัย:

ข้อดีของงานวิจัยนี้คือการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรมมาใช้ ทำให้ได้ AGV ที่มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ความต้องการของโรงงานที่ต้องการขนส่งวัสดุทั้งภายในและภายนอกอาคาร และการพัฒนาระบบศูนย์ข้อมูลส่วนกลางจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ AGV อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดอาจอยู่ที่ความซับซ้อนของเทคโนโลยีที่ใช้ ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการพัฒนาและบำรุงรักษาสูง และอาจมีความยากลำบากในการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้งานในสภาพแวดล้อมจริง

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมหลากหลายประเภทที่ต้องการใช้ AGV ในการขนส่งวัสดุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่ต้องการความแม่นยำ ความคล่องตัว และประสิทธิภาพสูง ตัวอย่างเช่น:

  • อุตสาหกรรมการผลิต: โรงงานผลิตสินค้าต่างๆ เช่น รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร สามารถใช้ AGV ในการขนส่งวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และสินค้าสำเร็จรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานที่มีพื้นที่กว้างขวางหรือมีการขนส่งวัสดุจำนวนมาก
  • อุตสาหกรรมโลจิสติกส์: บริษัทขนส่งสินค้าหรือคลังสินค้า สามารถใช้ AGV ในการขนส่งสินค้าภายในคลังสินค้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการขนส่ง
  • อุตสาหกรรมการเกษตร: สามารถนำไปต่อยอดใช้กับรถแทรกเตอร์หรือหุ่นยนต์ทางการเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ขนาดใหญ่
  • อุตสาหกรรมการก่อสร้าง: อาจใช้ในงานขนส่งวัสดุก่อสร้างภายในไซต์งานก่อสร้างขนาดใหญ่
  • อุตสาหกรรมอื่นๆ: สามารถปรับใช้ได้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีความต้องการในการขนส่งวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้เชี่ยวชาญในหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบ พัฒนา และบำรุงรักษา AGV เช่น:

  • วิศวกรเครื่องกล: มีหน้าที่ออกแบบและพัฒนาโครงสร้างของ AGV
  • วิศวกรไฟฟ้า: มีหน้าที่ออกแบบและพัฒนา ระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของ AGV
  • วิศวกรคอมพิวเตอร์: มีหน้าที่ออกแบบและพัฒนาระบบควบคุมและระบบนำทางอัจฉริยะของ AGV
  • โปรแกรมเมอร์: มีหน้าที่เขียนโปรแกรมควบคุมการทำงานของ AGV และระบบศูนย์ข้อมูลส่วนกลาง
  • นักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI): มีหน้าที่พัฒนาระบบนำทางอัจฉริยะโดยใช้เทคนิค Deep Learning
  • ช่างเทคนิค: มีหน้าที่บำรุงรักษาและซ่อมแซม AGV
สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568
การวิจัยและพัฒนารถขนส่งอัตโนมัติที่มีระบบนำทางอัจฉริยะวิ่งภายในและภายนอกโรงงาน
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 107476
หัวหน้าโครงการ : นายวิทิต ฉัตรรัตนกุลชัย
ปีงบประมาณ : 2564
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : สร้างรถขนส่งอัตโนมัติแบบ unit load แบบยกหลังได้ 1 คัน โดยมีประเด็นหลักที่ต้องการศึกษาในงานวิจัยนี้ได้แก่ การนำล้อแบบ omni wheel มาใช้ทำให้รถขนส่งสามารถเคลื่อนที่ในทิศทางต่างๆได้โดยอิสระซึ่งยังไม่พบเห็นในท้องตลาดมากนัก ระบบควบคุมการเคลื่อนที่ของรถขนส่งอัตโนมัติเมื่อมีล้อแบบนี้ ยังนับเป็นปัญหาที่ท้าทายสำหรับงานวิจัย สร้างรถขนส่งอัตโนมัติแบบฟอร์คลิฟท์ 1 คัน โดยมีประเด็นหลักที่ต้องการศึกษาในงานวิจัยนี้ได้แก่ การออกแบบโครงสร้างของรถขนส่งอัตโนมัติแบบฟอร์คลิฟท์ รถขนส่งแบบฟอร์คลิฟท์มีการใช้งานแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ คณะผู้วิจัยจะได้มีโอกาสศึกษาโครงสร้างของรถโฟล์คลิฟท์ และมุ่งหมายที่จะพัฒนาและปรับปรุงให้มีความเหมาะสมกับการนำมาใช้งานภายในและภายนอกโรงงาน องค์ความรู้ที่ได้จะช่วยเสริมให้สามารถพัฒนาโครงสร้างรถโฟล์คลิฟท์ในรุ่นต่อๆไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาระบบนำทางอัตโนมัติเพื่อให้รถขนส่งสามารถวิ่งภายในอาคารโรงงานโดยอัตโนมัติ 1 ระบบ โดยมีประเด็นหลักที่ต้องการศึกษาในงานวิจัยนี้ได้แก่ การนำระบบกำหนดตำแหน่งภายในอาคารด้วยเทคโนโลยีวงกว้างพิเศษ (ultra-wideband) เพื่อนำมาระบุตำแหน่งของรถขนส่งอัตโนมัติในขณะใด คณะผู้วิจัยพบว่ายังไม่มีผู้ผลิตรถขนส่งอัตโนมัติรายใดในโลกที่มีการนำระบบกำหนดตำแหน่งนี้มาใช้ผสมผสานกับผลิตภัณฑ์ของตน การพัฒนาระบบนำทางอัจฉริยะ โดยใช้เทคนิคด้านการเรียนรู้เชิงลึก (deep learning) ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) นักวิจัยพบว่ายังไม่มีผู้ผลิตรายใดทั้งในและต่างประเทศที่มีการนำเทคนิคทางด้านการเรียนรู้เชิงลึกปัญญาประดิษฐ์นี้มาใช้ในการพัฒนาระบบนำทางอัจฉริยะของตน พัฒนาระบบนำทางอัตโนมัติเพื่อให้รถขนส่งสามารถวิ่งภายนอกระหว่างโรงงานโดยอัตโนมัติ 1 ระบบ โดยมีประเด็นหลักที่ต้องการศึกษาในงานวิจัยนี้ได้แก่ การนำระบบกำหนดตำแหน่งภายนอกอาคารด้วยเทคโนโลยี GPS-RTK โดยการนำสัญญาณเทียบจากเสาสัญญาณแบบ RTK นี้พบว่ายังไม่มีการนำมาใช้งานแพร่หลายในประเทศไทยมากนัก จะทำให้การกำหนดตำแหน่งด้วยดาวเทียมมีความแม่นยำสูงถึงระดับเซนติเมตร ซึ่งองค์ความรู้ที่ได้จากโครงการนี้จะสามารถนำไปต่อยอดในโครงการอื่นๆเป็นประโยชน์อย่างมากยกตัวอย่างเช่น การพัฒนารถแทรกเตอร์สำหรับไถนาหรือหุ่นยนต์ด้านการเกษตรอัจฉริยะที่วิ่งในพื้นที่โล่งภายนอก พัฒนาศูนย์ข้อมูล (data center) ส่วนกลางเพื่อบริหารจัดการรถขนส่งอัตโนมัติ 1 ระบบ โดยมีประเด็นหลักที่ต้องการศึกษาในงานวิจัยนี้ได้แก่ การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางสำหรับบริหารจัดการรถขนส่งอัตโนมัติในโครงการ จากการศึกษาของคณะผู้วิจัยพบว่าในประเทศไทยยังไม่มีระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางนี้มากนัก เนื่องจากจำนวนการใช้งานรถขนส่งอัตโนมัติภายในกิจการไม่สูงมาก จึงมักไม่จำเป็นต้องใช้ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางนี้ อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวและการนำรถขนส่งอัตโนมัติมาใช้ในอนาคตที่เพิ่มมากขึ้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านนี้ให้เกิดขึ้นภายในประเทศ

นายวิทิต ฉัตรรัตนกุลชัย. (2564). การวิจัยและพัฒนารถขนส่งอัตโนมัติที่มีระบบนำทางอัจฉริยะวิ่งภายในและภายนอกโรงงาน. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.

นายวิทิต ฉัตรรัตนกุลชัย. 2564. "การวิจัยและพัฒนารถขนส่งอัตโนมัติที่มีระบบนำทางอัจฉริยะวิ่งภายในและภายนอกโรงงาน". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.

นายวิทิต ฉัตรรัตนกุลชัย. "การวิจัยและพัฒนารถขนส่งอัตโนมัติที่มีระบบนำทางอัจฉริยะวิ่งภายในและภายนอกโรงงาน". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2564. กรุงเทพมหานคร.

นายวิทิต ฉัตรรัตนกุลชัย. การวิจัยและพัฒนารถขนส่งอัตโนมัติที่มีระบบนำทางอัจฉริยะวิ่งภายในและภายนอกโรงงาน. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2564. กรุงเทพมหานคร.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา

รายการที่เกี่ยวข้อง

การวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์เก็บเกี่ยวมะเขือเทศ

OECD : กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์