การพัฒนาแบบวัดความสามารถการบริหารจัดการของสมองขั้นสูง (ฉบับประเมินตนเอง) สำหรับวัยรุ่นไทย
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดความสามารถการบริหารจัดการของสมองขั้นสูง (Executive Function: EF) สำหรับวัยรุ่นไทย ซึ่งเป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากทักษะ EF นั้นมีบทบาทสำคัญต่อการเรียนรู้ การพัฒนาทางด้านสังคม และอารมณ์ และการประเมิน EF ในวัยรุ่นเป็นสิ่งจำเป็นในการส่งเสริมพัฒนาการในช่วงที่ทักษะนี้กำลังพัฒนาอย่างเต็มที่ก่อนที่จะถึงวัยผู้ใหญ่
การใช้แบบสอบถามฉบับประเมินตนเองเป็นวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างวัยรุ่น เนื่องจากช่วยให้ผู้ตอบสามารถสะท้อนความคิดและพฤติกรรมของตนเองได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของวิธีนี้คือความเป็นไปได้ที่ผู้ตอบจะให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง แต่การวิจัยนี้ได้พยายามลดข้อจำกัดดังกล่าวด้วยการตรวจสอบคุณภาพของแบบวัดอย่างเข้มงวด โดยมีการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิ การคำนวณค่าความเชื่อมั่น (Cronbach's alpha) และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน (Confirmatory Factor Analysis: CFA) เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างและความถูกต้องของแบบวัด
ผลการวิเคราะห์ CFA แสดงให้เห็นว่าแบบวัดมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งเป็นการยืนยันความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของแบบวัด ค่า Cronbach's alpha ที่สูง (0.933 สำหรับแบบวัดทั้งหมด และ 0.703-0.855 สำหรับแต่ละด้าน) แสดงถึงความเชื่อมั่นภายในของแบบวัดที่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ การสร้างเกณฑ์ปกติวิสัยระดับชาติ (National norms) ทำให้สามารถเปรียบเทียบผลการประเมินของวัยรุ่นไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลลัพธ์ระหว่างกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มเพศ กลุ่มอายุ และกลุ่มพื้นที่
การศึกษาพบว่า คะแนนเฉลี่ยทักษะ EF ภาพรวมของวัยรุ่นไทยส่วนใหญ่อยู่ในระดับปานกลาง โดยมีเพียงส่วนน้อยที่อยู่ในระดับดีมากหรือดีเยี่ยม ขณะที่จำนวนวัยรุ่นที่มีคะแนนอยู่ในระดับควรพัฒนาหรือควรปรับปรุงมีอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะด้านความสามารถการทำงานจนสำเร็จ การควบคุมอารมณ์ และการหยุดยับยั้งพฤติกรรม ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนการพัฒนาและส่งเสริมทักษะ EF การเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยระหว่างโรงเรียนในเขตเมืองและนอกเขตเมือง พบว่าเด็กที่เรียนในโรงเรียนเขตเมืองมีคะแนนทักษะ EF สูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งอาจสะท้อนถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและโอกาสในการพัฒนาทักษะ
งานวิจัยนี้มีข้อดีคือการสร้างแบบวัดที่ได้มาตรฐาน มีการตรวจสอบคุณภาพอย่างละเอียด และให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ทักษะ EF ของวัยรุ่นไทย ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรม และกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะ EF ทั้งนี้ ควรมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อศึกษาปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาทักษะ EF เช่น ปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยทางครอบครัว และปัจจัยทางสังคม เพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการศึกษาอย่างมาก เนื่องจากแบบวัดที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในการประเมินทักษะ EF ของนักเรียน เพื่อให้ครูและผู้ปกครองสามารถวางแผนการเรียนการสอนและการดูแลนักเรียนได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ ข้อมูลจากงานวิจัยยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรและนโยบายการศึกษาที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะ EF
นอกจากนี้ งานวิจัยยังเหมาะกับอุตสาหกรรมด้านจิตวิทยาและสุขภาพจิต แบบวัดสามารถใช้ในการประเมินความสามารถด้าน EF ของวัยรุ่นที่เข้ารับการบำบัดหรือปรึกษา ช่วยในการวินิจฉัยปัญหาและวางแผนการรักษา รวมถึงการวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง EF กับปัญหาสุขภาพจิตต่างๆ
อุตสาหกรรมด้านการพัฒนาบุคลากร (Human Resource Development) ก็สามารถนำงานวิจัยนี้ไปใช้ประโยชน์ได้ โดยเฉพาะการประเมินผู้สมัครงาน การฝึกอบรมพนักงาน และการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เนื่องจากทักษะ EF เป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานและการประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับนักจิตวิทยา โดยเฉพาะนักจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น เนื่องจากแบบวัดที่พัฒนาขึ้นสามารถใช้ในการประเมินและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กและวัยรุ่น ข้อมูลจากงานวิจัยยังช่วยให้นักจิตวิทยาสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับความต้องการในการพัฒนาศักยภาพของเด็กและวัยรุ่นได้ดียิ่งขึ้น
ครูผู้สอนในระดับต่างๆ สามารถนำแบบวัดไปใช้ในการประเมินนักเรียน เพื่อวางแผนการเรียนการสอน การส่งเสริมการเรียนรู้ และการดูแลนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ
นักพัฒนาหลักสูตรและนักการศึกษา สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน และนโยบายการศึกษาที่สนับสนุนการพัฒนาทักษะ EF
| รหัสโครงการ : | 107390 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางนุชนาฎ รักษี |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 3.1. เพื่อสร้างและพัฒนาแบบวัดความสามารถการบริหารจัดการของสมองขั้นสูง (ฉบับประเมินตนเอง) สำหรับวัยรุ่นไทย3.2 เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้างของแบบวัดความสามารถการบริหารจัดการของสมองขั้นสูง (ฉบับประเมินตนเอง) สำหรับวัยรุ่นไทย3.3 เพื่อสร้างเกณฑ์ปกติวิสัยระดับชาติ (National norms) สำหรับใช้กับชุดแบบวัดความสามารถการบริหารจัดการของสมองขั้นสูง (ฉบับประเมินตนเอง) สำหรับวัยรุ่นไทย |
นางนุชนาฎ รักษี. (2564). การพัฒนาแบบวัดความสามารถการบริหารจัดการของสมองขั้นสูง (ฉบับประเมินตนเอง) สำหรับวัยรุ่นไทย. มหาวิทยาลัยมหิดล. ขอนแก่น, เชียงใหม่, นครปฐม, น่าน, ปราจีนบุรี, พิจิตร, ภูเก็ต, ระยอง, สงขลา, อุบลราชธานี.
นางนุชนาฎ รักษี. 2564. "การพัฒนาแบบวัดความสามารถการบริหารจัดการของสมองขั้นสูง (ฉบับประเมินตนเอง) สำหรับวัยรุ่นไทย". มหาวิทยาลัยมหิดล. ขอนแก่น, เชียงใหม่, นครปฐม, น่าน, ปราจีนบุรี, พิจิตร, ภูเก็ต, ระยอง, สงขลา, อุบลราชธานี.
นางนุชนาฎ รักษี. "การพัฒนาแบบวัดความสามารถการบริหารจัดการของสมองขั้นสูง (ฉบับประเมินตนเอง) สำหรับวัยรุ่นไทย". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2564. ขอนแก่น, เชียงใหม่, นครปฐม, น่าน, ปราจีนบุรี, พิจิตร, ภูเก็ต, ระยอง, สงขลา, อุบลราชธานี.
นางนุชนาฎ รักษี. การพัฒนาแบบวัดความสามารถการบริหารจัดการของสมองขั้นสูง (ฉบับประเมินตนเอง) สำหรับวัยรุ่นไทย. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2564. ขอนแก่น, เชียงใหม่, นครปฐม, น่าน, ปราจีนบุรี, พิจิตร, ภูเก็ต, ระยอง, สงขลา, อุบลราชธานี.