แผนการวิจัยเพื่อพัฒนาตัวชี้วัดชีวโมเลกุลแบบครบวงจรต่อโรคมะเร็งปอดเซลล์ไม่เล็กระยะลุกลามชาวไทย
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มีชื่อว่า "แผนการวิจัยเพื่อพัฒนาตัวชี้วัดชีวโมเลกุลแบบครบวงจรต่อโรคมะเร็งปอดเซลล์ไม่เล็กระยะลุกลามชาวไทย" มุ่งเน้นการค้นหาตัวชี้วัดชีวโมเลกุลที่แม่นยำยิ่งขึ้นในการทำนายการตอบสนองต่อการรักษามะเร็งปอดเซลล์ไม่เล็กระยะลุกลาม (NSCLC) ด้วยยากระตุ้นภูมิคุ้มกันที่ยับยั้ง PD-L1 ซึ่งปัจจุบันการใช้ PD-L1 ในการคัดกรองผู้ป่วยยังไม่เพียงพอ งานวิจัยแบ่งออกเป็น 3 โครงการย่อยที่ครอบคลุมมิติต่างๆ อย่างครบถ้วน:
โครงการย่อยที่ 1: ศึกษาการกลายพันธุ์ของยีน EGFR และการตอบสนองต่อยา EGFR TKI โดยเฉพาะการเกิดการกลายพันธุ์ EGFR T790M ซึ่งเป็นความต้านทานต่อยา การศึกษาชิ้นนี้สำคัญในการปรับปรุงกลยุทธ์การรักษาให้ตรงกับกลุ่มยีนของผู้ป่วย
โครงการย่อยที่ 2: ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความหลากหลายทางพันธุกรรมของเอนไซม์และโปรตีนขนส่งยา (drug metabolizing enzymes and transporters) กับระดับยาในเลือดและการตอบสนองต่อการรักษา การศึกษาส่วนนี้ช่วยทำความเข้าใจถึงความแตกต่างด้านเภสัชจลนศาสตร์ในผู้ป่วย และอาจนำไปสู่การปรับขนาดยาที่เหมาะสม ลดผลข้างเคียงและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา
โครงการย่อยที่ 3: ศึกษาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผลต่อการตอบสนองต่อการรักษาในผู้ป่วย NSCLC ที่ไม่พบการกลายพันธุ์ EGFR และ ALK ซึ่งมักจะได้รับการรักษาด้วยยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน โครงการนี้แบ่งย่อยเป็น 2 ส่วนคือ 3.1 ศึกษาภาวะโภชนาการและรูปแบบอาหาร และ 3.2 ศึกษาสารอักเสบในพลาสม่า องค์ประกอบของระบบภูมิคุ้มกัน และจุลินทรีย์ในลำไส้ (Gut microbiome) การศึกษาองค์ประกอบเหล่านี้เป็นการศึกษาแบบองค์รวม เพื่อให้เข้าใจปัจจัยที่ซับซ้อนซึ่งอาจส่งผลต่อการตอบสนองต่อการรักษา
จากผลการวิเคราะห์เบื้องต้น พบว่า การวิเคราะห์ WES ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่าง tumor mutation burden, tranversion mutation fraction, และการกลายพันธุ์ของยีนบางตัว (P53, KEAP1, SMARCA4, ARID1A, KRAS, STK11) กับ HLA-A typing กับการตอบสนองต่อยา แต่การศึกษาจุลินทรีย์ในลำไส้พบความสัมพันธ์ระหว่าง Bacterioidales spp. ความหลากหลายของจุลินทรีย์ และ Akkermansia muciniphila กับการตอบสนองต่อยา โดยความหลากหลายของสายพันธุ์จุลินทรีย์สูงสัมพันธ์กับการไม่ตอบสนองต่อยา และ Akkermansia muciniphila พบได้บ่อยในกลุ่มที่ไม่ตอบสนอง การวิเคราะห์สารอักเสบในพลาสม่าพบว่า IL-8, IL-9, และ MCP-1 มีระดับสูงในกลุ่มที่ไม่ตอบสนอง สุดท้าย การศึกษาสารพันธุกรรมเซลล์อักเสบในพลาสม่าพบความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน โดยปริมาณสารพันธุกรรมเซลล์อักเสบต่ำสัมพันธ์กับระยะเวลาควบคุมโรคที่ดี ซึ่งอาจเป็นเพราะปริมาณเซลล์มะเร็งน้อย แต่หากตรวจพบปริมาณสูงอาจบ่งบอกถึงการตอบสนองที่ดี
งานวิจัยนี้มีข้อจำกัดเรื่องขนาดตัวอย่างที่ยังค่อนข้างน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาสารอักเสบ แต่ก็ให้ข้อมูลเบื้องต้นที่มีความน่าสนใจ และเป็นพื้นฐานสำหรับการศึกษาต่อยอดในอนาคต การศึกษาแบบองค์รวม การรวมข้อมูลทางพันธุกรรม จุลินทรีย์ และสารชีวเคมี เป็นจุดแข็งของงานวิจัยนี้ ซึ่งอาจนำไปสู่การพัฒนาตัวชี้วัดชีวโมเลกุลที่แม่นยำขึ้น ช่วยให้แพทย์สามารถคัดเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสมกับการรักษาด้วยยากระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ซึ่งส่งผลดีต่อผู้ป่วย และระบบสาธารณสุขโดยรวม
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมยา โดยเฉพาะบริษัทยาที่พัฒนายาเคมีบำบัด และยากระตุ้นภูมิคุ้มกันสำหรับรักษามะเร็งปอด ข้อมูลจากการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนายาใหม่ ปรับปรุงกลยุทธ์การรักษา และการพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตของผู้ป่วย นอกจากนี้ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ทางพันธุกรรม และจุลินทรีย์ก็สามารถนำผลการวิจัยนี้ไปใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิจัยทางการแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งปอด นักวิทยาศาสตร์ และนักพันธุศาสตร์ ข้อมูลจากงานวิจัยนี้ช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัย และวางแผนการรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยี และวิธีการรักษาใหม่ๆ ส่วนนักพันธุศาสตร์สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ และค้นหาตัวชี้วัดทางพันธุกรรมใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงการคัดเลือกผู้ป่วย และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
| รหัสโครงการ : | 102880 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์ |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | วัตถุประสงค์ของแต่ละโครงการวิจัยย่อยเพื่อตอบสนองแผนการวิจัยโครงการวิจัยย่อยที่ 1เพื่อศึกษากลไกและตัวชี้วัดชีวโมเลกุลในอาสาสมัครมะเร็งปอดชนิดเซลไม่เล็กระยะลุกลามที่พบการกลายพันธุ์ของยีน EGFR และมีการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา EGFR TKI กับการเกิดการกลายพันธุ์เป็นลำดับที่สอง EGFR T790Mโครงการวิจัยย่อยที่ 2เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของความหลากหลายทางพันธุกรรมของ drug metabolizing enzymes และ transporters ที่มีต่อระดับยาในเลือด ค่าทางเภสัชจลนศาสตร์ และความสัมพันธ์กับการตอบสนองต่อการรักษาด้วย EGFR TKI ในอาสาสมัครมะเร็งปอดชนิดเซลไม่เล็กระยะลุกลามโครงการวิจัยย่อยที่ 33.1 เพื่อศึกษาภาวะโภชนาการและรูปแบบอาหารของอาสาสมัครมะเร็งปอดชนิดเซลไม่เล็กระยะลุกลามที่ไม่พบการกลายพันธุ์ของยีน EGFR และ ALK ต่อผลการรักษาด้วยยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน3.2เพื่อศึกษาสารอักเสบในพลาสม่า องค์ประกอบของภูมิคุ้มกันในสภาวะแวดล้อมของเซลล์มะเร็งและลักษณะจุลินทรีย์ในอุจจาระ (Gut microbiome) ของอาสาสมัครมะเร็งปอดชนิดเซลไม่เล็กระยะลุกลามที่ไม่พบการกลายพันธุ์ของยีน EGFR และ ALK ต่อผลการรักษาด้วยยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน |
นางณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์. (2564). แผนการวิจัยเพื่อพัฒนาตัวชี้วัดชีวโมเลกุลแบบครบวงจรต่อโรคมะเร็งปอดเซลล์ไม่เล็กระยะลุกลามชาวไทย. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร, ปราจีนบุรี.
นางณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์. 2564. "แผนการวิจัยเพื่อพัฒนาตัวชี้วัดชีวโมเลกุลแบบครบวงจรต่อโรคมะเร็งปอดเซลล์ไม่เล็กระยะลุกลามชาวไทย". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร, ปราจีนบุรี.
นางณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์. "แผนการวิจัยเพื่อพัฒนาตัวชี้วัดชีวโมเลกุลแบบครบวงจรต่อโรคมะเร็งปอดเซลล์ไม่เล็กระยะลุกลามชาวไทย". จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2564. กรุงเทพมหานคร, ปราจีนบุรี.
นางณัฏฐิยา หิรัญกาญจน์. แผนการวิจัยเพื่อพัฒนาตัวชี้วัดชีวโมเลกุลแบบครบวงจรต่อโรคมะเร็งปอดเซลล์ไม่เล็กระยะลุกลามชาวไทย. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2564. กรุงเทพมหานคร, ปราจีนบุรี.