ระบบการจัดการข้อมูลและการเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้วยเทคโนโลยี IOT เพื่อบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาระบบการจัดการข้อมูลและการเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้วยเทคโนโลยี IoT เพื่อยกระดับการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อแก้ปัญหาความยากลำบากในการใช้ยาของผู้สูงอายุและผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น จุดเด่นของงานวิจัยอยู่ที่การพัฒนา "เครื่องอ่านฉลากยาอัจฉริยะ" ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยีการสื่อสารระยะใกล้ (NFC) กับเทคโนโลยีวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สามารถอ่านข้อมูลบนฉลากยาออกมาเป็นเสียง แจ้งเตือนการกินยา บันทึกประวัติการรับประทานยา และแสดงภาพกิจกรรมหรือท่ากายภาพบำบัด ทั้งหมดนี้ทำได้ผ่านอินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่าย และเป็นมิตรกับผู้สูงอายุ
การใช้เทคโนโลยี NFC ในการเก็บข้อมูลยาบนฉลาก ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดความผิดพลาดจากการอ่านฉลากยาที่มีขนาดเล็ก หรือตัวหนังสือที่ไม่ชัดเจน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของผู้สูงอายุและผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ฟังก์ชั่นการแจ้งเตือนช่วยเตือนให้ผู้ป่วยรับประทานยาตรงเวลาและครบตามที่แพทย์สั่ง ซึ่งส่งผลให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงของการเกิดผลข้างเคียงจากการรับประทานยาผิด หรือรับประทานยาไม่ครบ นอกจากนี้ การแสดงภาพกิจกรรมหรือท่ากายภาพบำบัดบนหน้าจอ ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถทำกายภาพบำบัดได้อย่างถูกต้อง และลดความผิดพลาดจากการทำตามคำแนะนำของแพทย์ที่ไม่ชัดเจน
ผลการทดสอบพบว่า เครื่องอ่านฉลากยาอัจฉริยะได้รับความพึงพอใจในระดับดีจากกลุ่มตัวอย่าง ทั้งในด้านความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล ความน่าสนใจ และความมั่นใจในการรับประทานยา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของนวัตกรรมนี้ในการช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังระบุข้อจำกัดเกี่ยวกับขนาดและน้ำหนักของยา ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของการอ่านฉลากยา โดยเฉพาะยาน้ำหรือยาเม็ดขนาดเล็ก ซึ่งควรมีการพัฒนาต่อยอดในอนาคต เพื่อให้สามารถรองรับยาชนิดต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม และการแนะนำวิธีการใช้งานและการตั้งค่าต่างๆ จากผู้ดูแลหรือบุคลากรทางการแพทย์สำหรับผู้ใช้งานครั้งแรกก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานสามารถใช้เครื่องได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย
งานวิจัยนี้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น โดยช่วยให้พวกเขาสามารถดูแลสุขภาพและใช้ยาได้อย่างอิสระและปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระของครอบครัวและบุคลากรทางการแพทย์ และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการรักษาพยาบาล การนำเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์ เป็นแนวทางที่น่าสนใจ และมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาต่อยอดไปสู่ระบบการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในอนาคต การวิจัยยังมีพื้นที่ในการขยายขอบเขตการใช้งาน เช่น การเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลผู้ป่วย เพื่อให้แพทย์สามารถติดตามและตรวจสอบการใช้ยาของผู้ป่วยได้อย่างใกล้ชิด หรือการพัฒนาแอปพลิเคชันมือถือเพื่อเชื่อมต่อกับเครื่องอ่านฉลากยา เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านการแพทย์และเภสัชกรรม อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ และอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เหตุผลคือ:
-
อุตสาหกรรมการแพทย์และเภสัชกรรม: เครื่องอ่านฉลากยาอัจฉริยะเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ในการดูแลสุขภาพผู้ป่วยได้โดยตรง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา และลดความเสี่ยงจากการใช้ยาผิด บริษัทเภสัชกรรมสามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่างๆ สามารถนำไปใช้เพื่อปรับปรุงบริการและเพิ่มความพึงพอใจของผู้ป่วย
-
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ: งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และระบบเครือข่าย บริษัทเทคโนโลยีสามารถนำเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ เช่น แอปพลิเคชันมือถือสำหรับการจัดการข้อมูลสุขภาพ หรือระบบการติดตามสุขภาพระยะไกล
-
อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์: บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์สามารถนำเทคโนโลยีและแนวคิดในการออกแบบเครื่องอ่านฉลากยาอัจฉริยะไปใช้ในการพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยในการดูแลสุขภาพ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพแพทย์ เภสัชกร พยาบาล นักกายภาพบำบัด วิศวกรคอมพิวเตอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ และนักออกแบบอุปกรณ์ทางการแพทย์ เหตุผลคือ:
-
แพทย์และเภสัชกร: สามารถใช้เครื่องอ่านฉลากยาอัจฉริยะเพื่อติดตามการใช้ยาของผู้ป่วย และให้คำแนะนำในการใช้ยาได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ
-
พยาบาล: สามารถใช้เครื่องอ่านฉลากยาอัจฉริยะเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในการใช้ยา และตรวจสอบความถูกต้องในการใช้ยา
-
นักกายภาพบำบัด: สามารถใช้ฟังก์ชั่นการแสดงภาพกิจกรรมหรือท่ากายภาพบำบัดเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในการทำกายภาพบำบัดได้อย่างถูกต้อง
-
วิศวกรคอมพิวเตอร์และนักพัฒนาซอฟต์แวร์: สามารถนำเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ หรือพัฒนาปรับปรุงเครื่องอ่านฉลากยาอัจฉริยะให้ดียิ่งขึ้น
-
นักออกแบบอุปกรณ์ทางการแพทย์: สามารถนำแนวคิดในการออกแบบเครื่องอ่านฉลากยาอัจฉริยะไปใช้ในการออกแบบอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ
| รหัสโครงการ : | 12541 |
| หัวหน้าโครงการ : | รศ.ดร. ยุพิน สรรพคุณ |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูล ในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการและยกระดับการบริการ และสร้างองค์พื้นฐานความรู้ ทางด้านการแพทย์และสารธารณสุข 2. เพื่อให้ประชาชน กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ (ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นหรือการอ่าน ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาและบำบัดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย) พึ่งพาตนเองได้ ในการเข้าถึงข้อมูลการใช้ยาและข้อมูลที่สำคัญได้จากการฟังเสียงจากเครื่องอ่านฉลากอัจฉริยะ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ยาและเกิดผลสัมฤทธิ์ในการรักษา 3. เพื่อให้กระบวนการรับ - ส่งต่อผู้ป่วยของโรงพยาบาลมีประสิทธิภาพ เกิดความปลอดภัยกับผู้ป่วย |
รศ.ดร. ยุพิน สรรพคุณ. (2563). ระบบการจัดการข้อมูลและการเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้วยเทคโนโลยี IOT เพื่อบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. ปราจีนบุรี.
รศ.ดร. ยุพิน สรรพคุณ. 2563. "ระบบการจัดการข้อมูลและการเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้วยเทคโนโลยี IOT เพื่อบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. ปราจีนบุรี.
รศ.ดร. ยุพิน สรรพคุณ. "ระบบการจัดการข้อมูลและการเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้วยเทคโนโลยี IOT เพื่อบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 2563. ปราจีนบุรี.
รศ.ดร. ยุพิน สรรพคุณ. ระบบการจัดการข้อมูลและการเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้วยเทคโนโลยี IOT เพื่อบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ; 2563. ปราจีนบุรี.