โครงการมาตรฐานข้อมูลสารสนเทศและการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ
บทวิเคราะห์งานวิจัย
โครงการมาตรฐานข้อมูลสารสนเทศและการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ มีเป้าหมายหลักในการสร้างมาตรฐานการจัดการข้อมูลวิจัยของประเทศไทย โดยใช้ TH-C-RIF (Thailand Common Research Information Format) version 1.0 ซึ่งเป็นมาตรฐานชุดข้อมูลที่อ้างอิงจาก CERIF (Common European Research Information Format) มาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง การพัฒนา TH-C-RIF นับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการและบริหารจัดการข้อมูลวิจัยของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โครงการนี้ไม่เพียงแต่เน้นการสร้างมาตรฐานข้อมูลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการจัดการฐานข้อมูล การเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ และการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นสำคัญของ TH-C-RIF คือโครงสร้างข้อมูลที่ละเอียดและครอบคลุมมากกว่าเมตาดาตาทั่วไป ความสามารถในการแยกเอนทิตีฐานและเอนทิตีลิงก์ช่วยให้สามารถจัดการความสัมพันธ์เชิงเวลาได้อย่างยืดหยุ่น การแบ่งชั้นความหมาย (Semantic Layers) และการใช้ชุดคำศัพท์ควบคุม (Controlled Value Lists) ช่วยให้การจัดการข้อมูลมีความแม่นยำและสอดคล้องกัน นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มเมตาดาตาเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ โครงการนี้ได้พัฒนาชุดข้อมูลหลัก 7 ชุด ประกอบด้วยข้อมูลบุคลากร โครงการวิจัย หน่วยงานวิจัย ผลงานวิจัย วิทยานิพนธ์ เครื่องมืออุปกรณ์ และห้องปฏิบัติการ และได้เพิ่มเติมอีก 8 ชุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ เช่น การวัดผลงานวิจัยเพื่อใช้ในการวางแผนยุทธศาสตร์ การให้ทุน และการบริหารจัดการทรัพยากรวิจัย
การที่ TH-C-RIF อ้างอิงจากมาตรฐานสากล CERIF ทำให้มีความเข้ากันได้กับระบบข้อมูลวิจัยระดับนานาชาติ ส่งเสริมความร่วมมือด้านวิจัยกับประเทศอื่นๆ และช่วยให้ข้อมูลวิจัยของไทยสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในระดับโลก การวางแผนในการประชาสัมพันธ์และการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจและใช้งาน TH-C-RIF อย่างกว้างขวาง รวมถึงการดูแล กำกับ และรับฟังข้อคิดเห็นจากผู้ใช้งาน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้เกิดการยอมรับและนำไปใช้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ การพัฒนา TH-C-RIF อย่างต่อเนื่อง และการกำหนดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อจัดทำคำศัพท์ควบคุมและออนโทโลยี จะช่วยให้ TH-C-RIF สามารถรองรับความต้องการด้านข้อมูลวิจัยที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต และรองรับการพัฒนา e-Science ของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ TH-C-RIF ยังสามารถนำไปใช้เป็นแบบจำลองสำหรับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่มีความยืดหยุ่น และสามารถปรับปรุงให้ครอบคลุมต่อความต้องการใช้งานในอนาคตได้
โดยสรุปแล้ว โครงการนี้เป็นการวางรากฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาระบบข้อมูลวิจัยของประเทศไทยให้มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และสามารถเชื่อมโยงกับระบบข้อมูลวิจัยระดับโลก การสร้างมาตรฐาน TH-C-RIF จะช่วยให้การบริหารจัดการข้อมูลวิจัยเป็นไปอย่างมีระบบ โปร่งใส และสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการวางแผน การตัดสินใจ และการพัฒนาประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนา (R&D) โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูง เช่น
- อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT): การจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมนี้ TH-C-RIF จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถจัดการข้อมูลวิจัย ข้อมูลพัฒนาผลิตภัณฑ์ และข้อมูลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- อุตสาหกรรมยาและเวชภัณฑ์: อุตสาหกรรมนี้จำเป็นต้องมีการจัดการข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการวิจัยอย่างเป็นระบบ TH-C-RIF จะช่วยให้สามารถจัดการข้อมูลการวิจัยและพัฒนา ยาใหม่ และข้อมูลทางคลินิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร: การวิจัยและพัฒนาในอุตสาหกรรมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง TH-C-RIF สามารถใช้ในการจัดการข้อมูลการวิจัยทางด้านพันธุวิศวกรรม การปรับปรุงพันธุ์พืช และการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
- อุตสาหกรรมการศึกษา: สถาบันการศึกษาสามารถใช้ TH-C-RIF ในการจัดการข้อมูลวิจัยของคณาจารย์ นักศึกษา และโครงการวิจัยต่างๆ
- อุตสาหกรรมพลังงาน: การวิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทน และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จำเป็นต้องอาศัยการจัดการข้อมูลวิจัยอย่างมีระบบ TH-C-RIF จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยทั่วไปแล้ว อุตสาหกรรมใดก็ตามที่ต้องการจัดการข้อมูลวิจัยและพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบข้อมูลระดับนานาชาติ จะได้รับประโยชน์จากการใช้งาน TH-C-RIF
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและการจัดการข้อมูลวิจัย เช่น:
- นักวิจัย: TH-C-RIF ช่วยให้นักวิจัยสามารถจัดการและแบ่งปันข้อมูลวิจัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสะดวกในการค้นหาและเข้าถึงข้อมูล และช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่น
- ผู้จัดการโครงการวิจัย: ช่วยในการติดตามความคืบหน้าของโครงการวิจัย การจัดการงบประมาณ และการรายงานผล โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดการอย่างเป็นระบบและโปร่งใส
- นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist): สามารถใช้ TH-C-RIF ในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ สร้างแบบจำลอง และค้นพบข้อมูลเชิงลึกจากข้อมูลวิจัย
- ผู้เชี่ยวชาญด้านสารสนเทศ: รับผิดชอบในการออกแบบ พัฒนา และบำรุงรักษาฐานข้อมูล และระบบสารสนเทศที่ใช้ TH-C-RIF
- ผู้บริหารระดับสูง: สามารถใช้ข้อมูลที่ได้จากระบบที่ใช้ TH-C-RIF ในการวางแผนกลยุทธ์ การจัดสรรทรัพยากร และการตัดสินใจเชิงนโยบาย
โดยสรุป อาชีพใดก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย การจัดการข้อมูล และการวิเคราะห์ข้อมูล จะได้รับประโยชน์จากงานวิจัยนี้
| รหัสโครงการ : | 171032 |
| หัวหน้าโครงการ : | ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อจัดทำมาตรฐานการเชื่อมโยงฐานข้อมูล ววน.ที่สำคัญของประเทศ บูรณาการและขยายการเชื่อมโยงฐานข้อมูล ววน. ที่สำคัญของประเทศ บริหารจัดการข้อมูลและคลังสารสนเทศในระบบวิจัยและนวัตกรรมให้เป็นมาตรฐาน เพื่อขับเคลื่อนกลไกด้านข้อมูล ววน. ของประเทศ นำเข้าข้อมูลสารสนเทศด้าน ววน.ในระบบคลังข้อมูลงานวอจัยไทย จัดทำระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย เพื่อเสนอขอรับการรับรองมาตรฐานคอร์ทรัสซีล |
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง. (2565). โครงการมาตรฐานข้อมูลสารสนเทศและการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.). กรุงเทพมหานคร.
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง. 2565. "โครงการมาตรฐานข้อมูลสารสนเทศและการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ". สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.). กรุงเทพมหานคร.
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง. "โครงการมาตรฐานข้อมูลสารสนเทศและการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ". สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.), 2565. กรุงเทพมหานคร.
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง. โครงการมาตรฐานข้อมูลสารสนเทศและการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.); 2565. กรุงเทพมหานคร.