กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ

แพลตฟอร์มการจัดการและติดตามการใช้ยาวอร์ฟารินทางไกลสำหรับผู้สูงอายุโดยใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล

... 23 มีนาคม 2568
แพลตฟอร์มการจัดการและติดตามการใช้ยาวอร์ฟารินทางไกลสำหรับผู้สูงอายุโดยใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดการและติดตามการใช้ยา วอร์ฟารินทางไกลสำหรับผู้สูงอายุ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากวอร์ฟารินเป็นยาที่มีความซับซ้อนในการควบคุมขนาดยาและมีความเสี่ยงสูงต่อผลข้างเคียงในผู้สูงอายุ การใช้แพลตฟอร์มนี้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา งานวิจัยได้แบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 โครงการย่อย ได้แก่ 1) การออกแบบและพัฒนาคลินิกบริการยาวอร์ฟารินทางไกล 2) การพัฒนาแอปพลิเคชันและเว็บไซต์สำหรับผู้สูงอายุ และ 3) การพัฒนาระบบจ่ายยาและติดตามการรับประทานยาอัตโนมัติ

กระบวนการวิจัยใช้ระยะเวลาสองช่วง เริ่มจากการวิจัยแบบผสมผสานเพื่อประเมินความต้องการของผู้ใช้ จากนั้นจึงดำเนินการทดลองเชิงปริมาณ โดยมีการทดสอบแพลตฟอร์มกับกลุ่มตัวอย่าง 180 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดลอง 3 กลุ่ม กลุ่มละ 30 คน เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของการใช้แพลตฟอร์ม โดยกลุ่มทดลองจะได้ใช้แอปพลิเคชัน และบางกลุ่มจะใช้ร่วมกับเครื่องจ่ายยาอัตโนมัติ การศึกษาใช้เวลา 4 สัปดาห์ และวัดผลต่างๆ เช่น ระดับ INR ความรู้ ความร่วมมือในการใช้ยา และความพึงพอใจของผู้ใช้และครอบครัว

ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มทดลองมีระดับ INR อยู่ในช่วงเป้าหมายมากกว่ากลุ่มควบคุม มีความรู้และความร่วมมือในการใช้ยาดีขึ้น และมีความพึงพอใจต่อแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน อย่างไรก็ตาม เครื่องจ่ายยาอัตโนมัติยังมีข้อจำกัดด้านความเสถียร ขนาด และน้ำหนัก กลุ่มตัวอย่างยังให้ข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแอปพลิเคชัน เช่น การแจ้งเตือนที่ชัดเจนขึ้น งานวิจัยชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของแพลตฟอร์มในการปรับปรุงการดูแลผู้ป่วยสูงอายุที่ใช้ยา วอร์ฟาริน แต่ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ค่อนข้างเล็ก และความจำเป็นในการพัฒนาเครื่องจ่ายยาให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการพิจารณาถึงการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้ การวิจัยในอนาคตควรเน้นการขยายกลุ่มตัวอย่าง การปรับปรุงเครื่องจ่ายยา และการทดสอบประสิทธิผลในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้แพลตฟอร์มสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมยิ่งขึ้น

งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนาการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาที่มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงต่อผลข้างเคียง การพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาแต่ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับผู้สูงอายุ รวมถึงลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ การศึกษาสามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาแพลตฟอร์มการดูแลสุขภาพทางไกลสำหรับโรคเรื้อรังอื่นๆ และเป็นตัวอย่างที่ดีในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพในสังคมผู้สูงอายุที่กำลังเพิ่มขึ้น

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:

  1. อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT): งานวิจัยนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ และระบบอัตโนมัติ จึงเหมาะกับบริษัทที่พัฒนาซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และระบบเทคโนโลยีทางการแพทย์ พวกเขาสามารถนำผลการวิจัยไปพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น แพลตฟอร์มการดูแลสุขภาพทางไกล แอปพลิเคชันสำหรับการจัดการยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์อัจฉริยะ

  2. อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ: งานวิจัยนี้มีประโยชน์อย่างมากต่ออุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรงพยาบาล คลินิก และบริษัทเภสัชกรรม สามารถนำแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการดูแลผู้ป่วย เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา และลดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพ นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ

  3. อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์: การพัฒนาเครื่องจ่ายยาอัตโนมัติเป็นส่วนสำคัญของงานวิจัย จึงเหมาะกับบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ พวกเขาสามารถนำผลการวิจัยไปพัฒนาและปรับปรุงเครื่องจ่ายยาให้มีประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบายมากขึ้น

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในหลายอาชีพ ได้แก่:

  1. นักพัฒนาซอฟต์แวร์: การพัฒนาแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ต้องอาศัยความรู้และทักษะของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่สามารถออกแบบ เขียนโค้ด และทดสอบระบบซอฟต์แวร์ ให้มีประสิทธิภาพและใช้งานง่าย

  2. วิศวกรชีวการแพทย์: การพัฒนาเครื่องจ่ายยาอัตโนมัติ ต้องอาศัยความรู้และทักษะของวิศวกรชีวการแพทย์ ที่สามารถออกแบบ สร้าง และทดสอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้มีความปลอดภัยและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  3. นักวิจัยด้านสุขภาพ: งานวิจัยนี้ต้องอาศัยความรู้และทักษะของนักวิจัยด้านสุขภาพ ที่สามารถออกแบบการทดลอง วิเคราะห์ข้อมูล และตีความผลการวิจัย เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องและมีความหมาย

  4. แพทย์และพยาบาล: แพทย์และพยาบาลสามารถนำแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการดูแลผู้ป่วย สามารถให้คำแนะนำและคำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้ยา และติดตามอาการของผู้ป่วย อย่างใกล้ชิด

  5. นักออกแบบ User Interface/User Experience (UI/UX): การออกแบบแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายและเข้าใจง่ายจำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้าน UI/UX เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้อย่างสะดวก

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568
รหัสโครงการ : 172930
หัวหน้าโครงการ : รศ.ดร. อัจฉริยา พ่วงแก้ว
ปีงบประมาณ : 2565
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยมหิดล
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ
ประเภทโครงการ : แผนงาน หรือชุดโครงการ
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดการและติดตามการใช้ยาวอร์ฟารินทางไกลสำหรับผู้สูงอายุโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาโมเดลต้นแบบคลินิกบริการยาวอร์ฟารินทางไกลที่ช่วยให้ผู้สูงอายุเข้าถึงได้ง่าย เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชันเพื่อการจัดการยาวอร์ฟารินสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อพัฒนานวัตกรรมเครื่องจ่ายยาและติดตามการกินยาวอร์ฟารินอัตโนมัติสำหรับผู้สูงอายุ

รศ.ดร. อัจฉริยา พ่วงแก้ว. (2565). แพลตฟอร์มการจัดการและติดตามการใช้ยาวอร์ฟารินทางไกลสำหรับผู้สูงอายุโดยใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล. มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร, นครปฐม.

รศ.ดร. อัจฉริยา พ่วงแก้ว. 2565. "แพลตฟอร์มการจัดการและติดตามการใช้ยาวอร์ฟารินทางไกลสำหรับผู้สูงอายุโดยใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล". มหาวิทยาลัยมหิดล. กรุงเทพมหานคร, นครปฐม.

รศ.ดร. อัจฉริยา พ่วงแก้ว. "แพลตฟอร์มการจัดการและติดตามการใช้ยาวอร์ฟารินทางไกลสำหรับผู้สูงอายุโดยใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2565. กรุงเทพมหานคร, นครปฐม.

รศ.ดร. อัจฉริยา พ่วงแก้ว. แพลตฟอร์มการจัดการและติดตามการใช้ยาวอร์ฟารินทางไกลสำหรับผู้สูงอายุโดยใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2565. กรุงเทพมหานคร, นครปฐม.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา