การจัดการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ตามสภาพจริงผ่านการมีส่วนร่วมในชุมชนนักปฏิบัติเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้ศึกษาการพัฒนาสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผ่านการมีส่วนร่วมในชุมชนนักปฏิบัติ โดยเน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง วิธีการวิจัยเป็นแบบเชิงคุณภาพผสมเชิงปริมาณ โดยใช้การวิเคราะห์แบบอุปนัย งานวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ เริ่มจากการศึกษาบริบทของชุมชนนักปฏิบัติ ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ทดลองใช้กิจกรรมการเรียนรู้ และสุดท้ายประเมินผลการพัฒนาสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบบันทึกกิจกรรม สมุดบันทึกประจำตัวนักเรียน และแบบวัดสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการนำเอาแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) มาใช้ ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง การมีส่วนร่วมในชุมชนนักปฏิบัติทำให้ผู้เรียนได้เผชิญกับสถานการณ์จริง ได้เรียนรู้จากความท้าทาย และได้พัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในโลกปัจจุบันที่เน้นการทำงานเป็นทีม
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า การมีส่วนร่วมในชุมชนนักปฏิบัติส่งผลให้เกิดการพัฒนาสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือในระดับปานกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการสร้างและรักษาความเข้าใจร่วมกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการสื่อสารและการทำงานร่วมกันภายในกลุ่ม อย่างไรก็ตาม สมรรถนะในการเลือกวิธีการดำเนินการที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา ยังต้องการการพัฒนาเพิ่มเติม เนื่องจากปัญหาในโลกความเป็นจริงมีความซับซ้อนและไม่แน่นอน ข้อเสนอแนะของผู้วิจัยในการนำนักวิทยาศาสตร์เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ถือเป็นแนวทางที่ดีที่จะช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัด เช่น ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ค่อนข้างน้อย (16 คน) อาจทำให้ไม่สามารถสรุปผลได้อย่างกว้างขวาง และการศึกษาอยู่ในระยะเวลาที่จำกัด อาจไม่เพียงพอที่จะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน การวิจัยในอนาคตอาจพิจารณาขยายกลุ่มตัวอย่าง เพิ่มระยะเวลาการวิจัย และใช้เครื่องมือวัดที่หลากหลายมากขึ้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น การศึกษาเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมก็จะเป็นประโยชน์ เพื่อยืนยันผลกระทบของการมีส่วนร่วมในชุมชนนักปฏิบัติต่อการพัฒนาสมรรถนะอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเบื้องต้นที่มีประโยชน์ สามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการทำงานในศตวรรษที่ 21
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมที่เน้นการทำงานเป็นทีมและการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมเทคโนโลยี อุตสาหกรรมการออกแบบ อุตสาหกรรมการบริการ และอุตสาหกรรมการศึกษา เนื่องจากงานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเหล่านี้ การนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ สามารถช่วยพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะการทำงานร่วมกัน การสื่อสาร และการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานและความสำเร็จขององค์กร
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพที่ต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น แก้ปัญหาเฉพาะหน้า และต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ อาชีพเหล่านี้ เช่น วิศวกร นักออกแบบ แพทย์ พยาบาล ครู นักสังคมสงเคราะห์ ผู้ประกอบการ และนักวิทยาศาสตร์ เพราะอาชีพเหล่านี้ต้องการบุคคลที่มีทักษะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม การนำผลการวิจัยไปใช้ในการฝึกอบรมหรือพัฒนาบุคลากรในอาชีพเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและคุณภาพของบริการ
| รหัสโครงการ : | 182521 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางเอกรัตน์ ทานาค |
| ปีงบประมาณ : | 2564 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | แผนงาน หรือชุดโครงการ |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและค้นคว้าองค์ความรู้ของชุมชนนักปฏิบัติในท้องถิ่น2. เพื่อออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยให้นักเรียนมีประสบการณ์ตามสภาพจริงผ่านการมีส่วนร่วมในชุมชนนักปฏิบัติ เพื่อส่งเสริมสมรรถะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ3. เพื่อทดลองใช้และศึกษาผลของการมีส่วนร่วมในการทำงานของขุมชนนักปฏิบัติที่มีต่อการพัฒนาสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ |
นางเอกรัตน์ ทานาค. (2564). การจัดการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ตามสภาพจริงผ่านการมีส่วนร่วมในชุมชนนักปฏิบัติเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. .
นางเอกรัตน์ ทานาค. 2564. "การจัดการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ตามสภาพจริงผ่านการมีส่วนร่วมในชุมชนนักปฏิบัติเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. .
นางเอกรัตน์ ทานาค. "การจัดการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ตามสภาพจริงผ่านการมีส่วนร่วมในชุมชนนักปฏิบัติเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2564. .
นางเอกรัตน์ ทานาค. การจัดการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนมีประสบการณ์ตามสภาพจริงผ่านการมีส่วนร่วมในชุมชนนักปฏิบัติเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการแก้ปัญหาแบบร่วมมือ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2564. .