การออกแบบและประเมินสมรรถนะต้านทานแผ่นดินไหวของอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีผนังอิฐก่อด้วยวิธีการหลากหลายระดับ
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การออกแบบและประเมินสมรรถนะต้านทานแผ่นดินไหวของอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีผนังอิฐก่อด้วยวิธีการหลากหลายระดับ" มุ่งเน้นการพัฒนาวิธีการประเมินและออกแบบอาคารให้มีความต้านทานต่อแผ่นดินไหวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางที่ใช้ผนังอิฐก่อร่วมกับโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ซึ่งเป็นลักษณะอาคารที่พบได้ทั่วไปในประเทศไทย จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำเสนอวิธีการแบบหลายระดับ (multi-level approach) เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถของผู้ใช้งาน แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ
การประเมินอย่างรวดเร็ว (Rapid screening): ใช้ดัชนีอย่างง่าย (Screening index) ประเมินความเสี่ยงของอาคารได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องวิเคราะห์โครงสร้างอย่างละเอียด วิธีนี้เหมาะสำหรับการคัดกรองอาคารที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้สามารถจัดลำดับความสำคัญในการตรวจสอบหรือซ่อมแซมได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยได้นำวิธีการที่มีอยู่แล้วจากหลายประเทศมาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ เช่น วิธีการของกรมโยธาธิการและผังเมือง FEMA (สหรัฐอเมริกา) NCREE (ไต้หวัน) และ Tohoku University (ญี่ปุ่น) การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้เห็นข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีและนำไปสู่การพัฒนาวิธีการที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยมากขึ้น
การออกแบบอย่างง่าย (Simplified approach): เป็นการพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยก่อนหน้า วิธีนี้จะให้ความละเอียดมากกว่าการประเมินอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงความง่ายในการใช้งาน เหมาะสำหรับวิศวกรหรือผู้เกี่ยวข้องที่มีความรู้และประสบการณ์ระดับปานกลาง
วิธีการขั้นสูง (Advanced approach): เป็นวิธีการที่ละเอียดที่สุด อาศัยหลักการวิเคราะห์แบบ Nonlinear Static หรือวิธีวิเคราะห์เชิงกลไกการวิบัติ (Plastic Mechanism Analysis) เพื่อพิจารณาผลกระทบของผนังอิฐก่อในทุกมิติ วิธีนี้เหมาะสำหรับงานวิศวกรรมที่ต้องการความแม่นยำสูง และจำเป็นต้องพิจารณาถึงรายละเอียดของโครงสร้างอย่างครบถ้วน
งานวิจัยได้นำเสนอผลการศึกษาโดยใช้แบบจำลองอาคารตัวอย่างหลากหลายประเภท ทั้งอาคารที่มีรูปทรงสม่ำเสมอและไม่สม่ำเสมอ เพื่อให้ได้ผลการวิเคราะห์ที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือ การใช้ Multiple-strip analysis (MSA) และการสร้างเส้นโค้งความบอบบางของอาคารเนื่องจากแผ่นดินไหว (Seismic fragility curves) ช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงและความเสียหายของอาคารได้อย่างเป็นระบบ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าวิธีการประเมินอย่างรวดเร็วมีความสอดคล้องกับวิธีการประเมินแบบละเอียดในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการระบุอาคารที่มีความเสี่ยงสูง แต่อาจมีข้อจำกัดในการประเมินกลไกการวิบัติบางประเภท งานวิจัยได้เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงวิธีการประเมินอย่างรวดเร็วเพื่อให้มีความแม่นยำมากขึ้น
โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีด้านการออกแบบและประเมินความต้านทานแผ่นดินไหวของอาคารในประเทศไทย การนำเสนอวิธีการแบบหลายระดับ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถของตนได้ การศึกษาเปรียบเทียบวิธีการต่างๆ และการใช้แบบจำลองอาคารตัวอย่างที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความครอบคลุมของผลการวิจัย และการเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงวิธีการ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทรับเหมาก่อสร้าง บริษัทออกแบบอาคาร และบริษัทวิศวกรรมโครงสร้าง เหตุผลเพราะงานวิจัยนี้ได้พัฒนาวิธีการประเมินและออกแบบอาคารที่ต้านทานแผ่นดินไหว ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบและก่อสร้างอาคารให้มีความปลอดภัยและแข็งแรง วิธีการต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นจะช่วยให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมก่อสร้างสามารถออกแบบและก่อสร้างอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยของอาคาร นอกจากนี้ งานวิจัยยังมีประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมประกันภัย ซึ่งสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการประเมินความเสี่ยงและกำหนดเบี้ยประกันภัยได้อย่างเหมาะสม
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับวิศวกรโครงสร้าง สถาปนิก และผู้ตรวจสอบอาคาร เหตุผลคือ วิธีการต่างๆ ที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้ สามารถนำไปใช้โดยตรงในการทำงานของบุคลากรเหล่านี้ วิศวกรโครงสร้างสามารถนำวิธีการประเมินและออกแบบอาคารที่ต้านทานแผ่นดินไหวไปใช้ในการออกแบบอาคาร สถาปนิกสามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการออกแบบอาคารให้มีความปลอดภัย และผู้ตรวจสอบอาคารสามารถนำวิธีการประเมินอย่างรวดเร็วไปใช้ในการตรวจสอบความปลอดภัยของอาคารได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ งานวิจัยยังมีประโยชน์ต่อนักวิจัยด้านวิศวกรรมโยธา ที่สามารถนำผลการวิจัยไปต่อยอดและพัฒนาเทคโนโลยีด้านการออกแบบและประเมินความต้านทานแผ่นดินไหวได้ต่อไป
| รหัสโครงการ : | 174009 |
| หัวหน้าโครงการ : | รศ.ดร. สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. พัฒนาวิธีการประเมินอย่างรวดเร็ว (Screening) โดยอาศัยดัชนีอย่างง่าย (Screening Index) ที่เหมาะสมสำหรับอาคารในประเทศไทย2. พัฒนาต่อยอดวิธีการออกแบบอย่างง่าย (simplified design method) ที่ได้พัฒนาขึ้นจากการศึกษาวิจัยในระยะก่อน3. พัฒนาวิธีการออกแบบขั้นสูง (advanced design method) ที่พิจารณาผลกระทบของผนังอิฐก่อในทุกมิติ โดยอาศัยวิธีการที่มีพื้นฐานอยู่บนการวิเคราะห์แบบ Nonlinear Static หรือวิธีวิเคราะห์เชิงกลไกการวิบัติ (Plastic Mechanism Analysis) |
รศ.ดร. สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์. (2565). การออกแบบและประเมินสมรรถนะต้านทานแผ่นดินไหวของอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีผนังอิฐก่อด้วยวิธีการหลากหลายระดับ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, เชียงราย, ปทุมธานี.
รศ.ดร. สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์. 2565. "การออกแบบและประเมินสมรรถนะต้านทานแผ่นดินไหวของอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีผนังอิฐก่อด้วยวิธีการหลากหลายระดับ". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, เชียงราย, ปทุมธานี.
รศ.ดร. สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์. "การออกแบบและประเมินสมรรถนะต้านทานแผ่นดินไหวของอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีผนังอิฐก่อด้วยวิธีการหลากหลายระดับ". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, 2565. กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, เชียงราย, ปทุมธานี.
รศ.ดร. สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์. การออกแบบและประเมินสมรรถนะต้านทานแผ่นดินไหวของอาคารขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีผนังอิฐก่อด้วยวิธีการหลากหลายระดับ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี; 2565. กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี, เชียงราย, ปทุมธานี.