โครงการประเมินความเสี่ยงจากภัยสึนามิและการปรับปรุงกระบวนการอพยพหนีภัยที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย
บทวิเคราะห์งานวิจัย
โครงการวิจัย “โครงการประเมินความเสี่ยงจากภัยสึนามิและการปรับปรุงกระบวนการอพยพหนีภัยที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย” นับเป็นงานวิจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เสี่ยงภัยสึนามิอย่างจังหวัดภูเก็ต การวิจัยนี้ได้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว การจำลองการเกิดสึนามิ การประเมินความปลอดภัยของอาคารอพยพ จนถึงการศึกษาพฤติกรรมการอพยพของประชาชนและการพัฒนาแนวทางการอพยพที่เหมาะสม รวมถึงการเผยแพร่องค์ความรู้สู่ชุมชน
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการบูรณาการองค์ความรู้จากหลายสาขาวิชาเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นธรณีวิทยา วิศวกรรม ภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา และจิตวิทยา การศึกษาแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวและการจำลองการเกิดสึนามิ เป็นการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่และแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อให้ได้แผนที่เสี่ยงภัยสึนามิที่แม่นยำ ซึ่งจะช่วยในการวางแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การประเมินความปลอดภัยของอาคารอพยพเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากอาคารเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับประชาชนในยามเกิดภัยพิบัติ การศึกษาจึงควรคำนึงถึงความแข็งแรง ความปลอดภัย และความพร้อมในการรองรับจำนวนผู้คนที่จะอพยพมา การประเมินควรคำนึงถึงโครงสร้าง ระบบสาธารณูปโภค และความเข้าถึงง่าย ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการอพยพในอนาคต
ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาพฤติกรรมการอพยพของประชาชนถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพฤติกรรมของมนุษย์มีความซับซ้อน และอาจส่งผลต่อความสำเร็จของการอพยพ การเก็บข้อมูลแบบสอบถามและการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างมากกว่า 1000 คน เป็นการเก็บข้อมูลที่มีจำนวนมากพอที่จะวิเคราะห์หาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการอพยพ ซึ่งจะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาแบบจำลองการอพยพให้มีความสมจริงมากขึ้น การพัฒนาแบบจำลองการอพยพมีความสำคัญ เพราะจะช่วยในการทดสอบและปรับปรุงแผนการอพยพ ให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่จริง รวมถึงการพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น เส้นทางการอพยพ ความเร็วในการอพยพ และอุปสรรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
การพัฒนาเกมกระดานเพื่อใช้ในการเผยแพร่องค์ความรู้สู่ชุมชนเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ และมีประสิทธิภาพ เพราะเกมกระดานสามารถถ่ายทอดข้อมูลได้อย่างเข้าใจง่าย และสนุกสนาน เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายทุกเพศทุกวัย การประสานงานกับโรงเรียนและพิพิธภัณฑ์เป็นช่องทางที่ดีในการเข้าถึงชุมชน และช่วยสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยสึนามิ และกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น การศึกษาครอบคลุมเฉพาะพื้นที่เขาหลักและหาดป่าตอง ซึ่งอาจไม่สามารถนำไปใช้ได้กับพื้นที่อื่นๆ ที่มีลักษณะภูมิประเทศ และสภาพสังคมที่แตกต่างกัน ดังนั้น การขยายผลงานวิจัยไปสู่พื้นที่อื่นๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้มาตรการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ การศึกษาควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการอพยพ เช่น การรับรู้ความเสี่ยง ความเชื่อ และวัฒนธรรม เพื่อให้แบบจำลองมีความสมบูรณ์และครอบคลุมมากขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการภัยพิบัติ การวางแผนเมือง และการประกันภัย
-
อุตสาหกรรมการบริหารจัดการภัยพิบัติ: งานวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาแผนรับมือกับภัยสึนามิ การออกแบบระบบเตือนภัย และการฝึกอบรมบุคลากร ผลลัพธ์จากการวิจัยสามารถนำมาเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการจัดการความเสี่ยงและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย
-
อุตสาหกรรมการวางแผนเมืองและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: ข้อมูลแผนที่เสี่ยงภัยสึนามิ และการประเมินความปลอดภัยของอาคารอพยพ สามารถนำไปใช้ในการวางผังเมือง การออกแบบอาคาร และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยสึนามิ
-
อุตสาหกรรมการประกันภัย: ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากสึนามิ สามารถนำไปใช้ในการประเมินความเสี่ยง การกำหนดเบี้ยประกันภัย และการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัย เพื่อให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับหลายอาชีพ อาทิเช่น นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร นักวางแผนเมือง นักสังคมสงเคราะห์ และเจ้าหน้าที่ภาครัฐ
-
นักธรณีวิทยาและนักวิทยาศาสตร์: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผ่นดินไหวและการเกิดสึนามิ เพื่อพัฒนาแบบจำลองการคาดการณ์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น
-
วิศวกรโยธาและวิศวกรสิ่งแวดล้อม: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการออกแบบอาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถทนทานต่อแรงสึนามิ รวมถึงการออกแบบระบบป้องกันภัยพิบัติ
-
นักวางแผนเมืองและผังเมือง: สามารถนำแผนที่เสี่ยงภัยและข้อมูลการอพยพไปใช้ในการวางผังเมืองและวางแผนการพัฒนาพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อลดความเสียหายจากสึนามิ
-
นักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยา: สามารถนำข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการอพยพไปใช้ในการพัฒนาโปรแกรมการให้คำปรึกษาและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
เจ้าหน้าที่ภาครัฐ: สามารถนำผลการวิจัยไปใช้ในการกำหนดนโยบาย การจัดสรรงบประมาณ และการวางแผนการจัดการความเสี่ยง เพื่อลดผลกระทบจากสึนามิต่อประชาชน
| รหัสโครงการ : | 174007 |
| หัวหน้าโครงการ : | ผศ.ดร. ปานนท์ ลาชโรจน์ |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1) เพื่อศึกษาแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวที่เป็นไปได้เพื่อจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยสึนามิและประเมินความปลอดภัยของอาคารอพยพ2) เพื่อศึกษากระบวนการอพยพที่มีความซับซ้อนใกล้เคียงกับพฤติกรรมจริงและค้นพบมาตรการอพยพหนีภัยที่เหมาะสมของพื้นที่เขาหลักและหาดป่าตอง3) เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้จากโครงการวิจัยไปสู่ชุมชนผ่านการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วม |
ผศ.ดร. ปานนท์ ลาชโรจน์. (2565). โครงการประเมินความเสี่ยงจากภัยสึนามิและการปรับปรุงกระบวนการอพยพหนีภัยที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย. มหาวิทยาลัยมหิดล. พังงา, ภูเก็ต.
ผศ.ดร. ปานนท์ ลาชโรจน์. 2565. "โครงการประเมินความเสี่ยงจากภัยสึนามิและการปรับปรุงกระบวนการอพยพหนีภัยที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย". มหาวิทยาลัยมหิดล. พังงา, ภูเก็ต.
ผศ.ดร. ปานนท์ ลาชโรจน์. "โครงการประเมินความเสี่ยงจากภัยสึนามิและการปรับปรุงกระบวนการอพยพหนีภัยที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2565. พังงา, ภูเก็ต.
ผศ.ดร. ปานนท์ ลาชโรจน์. โครงการประเมินความเสี่ยงจากภัยสึนามิและการปรับปรุงกระบวนการอพยพหนีภัยที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2565. พังงา, ภูเก็ต.