ความทนทานทางชีวภาพและการใช้งานของกลาสเซรามิกเป็นฟันเทียมชนิดบางส่วนติดแน่น
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของกลาสเซรามิกชนิดไมกาสำหรับใช้เป็นวัสดุบูรณะทางทันตกรรมชนิดฟันเทียมบางส่วนติดแน่น โดยเน้นการใช้งานในกลุ่มผู้สูงอายุในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับสภาพสังคมไทยที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว งานวิจัยนี้ครอบคลุมกระบวนการผลิตกลาสเซรามิกตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ การควบคุมกระบวนการทางความร้อน จนถึงการทดสอบคุณสมบัติต่างๆ เพื่อให้ได้วัสดุที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานสากล ISO 6872:2015 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดคุณสมบัติทางกายภาพและทางชีวภาพของวัสดุเซรามิกทางทันตกรรม
จุดเด่นของงานวิจัยนี้ คือ การพัฒนาสูตรกลาสเซรามิก GCCY ที่มีการเติมสารเติมแต่ง ได้แก่ ยิทเทรีย สเตบิไลซ์เซอร์โคเนีย เพื่อเสริมความแข็งแรง และซีเรียมออกไซด์ เพื่อปรับแต่งสีให้ใกล้เคียงกับสีของฟันธรรมชาติ การควบคุมกระบวนการทางความร้อนสองขั้นตอน (ก่อนิวเคลียสและการเติบโตของผลึก) เป็นเทคนิคที่สำคัญในการควบคุมคุณสมบัติของวัสดุ ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่ากลาสเซรามิกที่พัฒนาขึ้นมีคุณสมบัติทางกลที่ดีเยี่ยม เช่น ความแข็งแรงเชิงดัดสองแกน (253.24 MPa) ความเหนียวต้านทานการแตกหัก (2.39 MPa·m) และความแข็ง (3.82 GPa) ซึ่งใกล้เคียงกับวัสดุบูรณะทางทันตกรรมเชิงพาณิชย์และเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 6872:2015 นอกจากนี้ กลาสเซรามิกยังมีความสามารถในการละลายต่อสารเคมีต่ำ (72.19 µg/cm²) ซึ่งเป็นค่าที่ยอมรับได้ตามมาตรฐาน และมีความโปร่งแสงใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ ลักษณะโครงสร้างจุลภาคที่เป็นผลึกคล้ายแผ่นซ้อนทับกัน ทำให้สามารถขึ้นรูปได้ง่ายด้วยเทคโนโลยี CAD/CAM ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีความแม่นยำสูง
การที่งานวิจัยนี้สามารถผลิตกลาสเซรามิกที่มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานสากล พร้อมทั้งสามารถขึ้นรูปได้ด้วยเทคโนโลยี CAD/CAM แสดงถึงศักยภาพในการนำไปใช้เป็นวัสดุบูรณะทางทันตกรรมในเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับฟันเทียมบางส่วนติดแน่น ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก การใช้เทคโนโลยี CAD/CAM ยังช่วยเพิ่มความสะดวกและความรวดเร็วในการผลิต และลดระยะเวลาในการรักษา ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อศึกษาประสิทธิภาพในระยะยาว การยอมรับของผู้ป่วย และการพัฒนาให้มีราคาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง การศึกษาความเข้ากันได้ทางชีวภาพในระยะยาว เช่น การศึกษาเกี่ยวกับการอักเสบหรือการแพ้ ก็มีความสำคัญเพื่อยืนยันความปลอดภัยของวัสดุ การขยายงานวิจัยไปสู่การทดสอบทางคลินิก เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการใช้งานจริงกับผู้ป่วย จะเป็นการยืนยันผลลัพธ์จากการวิจัยในห้องปฏิบัติการได้เป็นอย่างดี และจะช่วยให้เกิดการยอมรับในวงกว้างขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมวัสดุทางการแพทย์และทันตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุบูรณะทางทันตกรรม เหตุผลหลักมาจากการที่งานวิจัยนี้ได้พัฒนาวัสดุกลาสเซรามิกที่มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานสากล ISO 6872:2015 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สำคัญสำหรับวัสดุเซรามิกทางทันตกรรม และสามารถผลิตได้ด้วยเทคโนโลยี CAD/CAM ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมนี้ นอกจากนี้ ความต้องการวัสดุบูรณะทางทันตกรรมที่มีคุณภาพสูง ทนทาน และมีความสวยงาม กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ทำให้มีตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับวัสดุที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ทางทันตกรรมก็สามารถนำผลงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะสมกับทันตแพทย์ วิศวกรวัสดุ และนักวิทยาศาสตร์วัสดุ ทันตแพทย์สามารถนำวัสดุที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปาก วิศวกรวัสดุและนักวิทยาศาสตร์วัสดุสามารถนำความรู้และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการทดสอบวัสดุ ไปต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์วัสดุทางการแพทย์อื่นๆ ได้ นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการสอนและฝึกอบรมนักศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น ทันตกรรม วิศวกรรมวัสดุ และวิทยาศาสตร์วัสดุ ได้อีกด้วย
| รหัสโครงการ : | 174129 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางดวงฤดี ฉายสุวรรณ |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อผลิตกลาสเซรามิกที่มีสมบัติตามมาตรฐาน ISO 6872:20152. เพื่อศึกษาสมบัติความทนทานทางชีวภาพจากความสามารถการละลายต่อสารเคมีและน้ำลายเทียมของกลาสเซรามิกชนิดไมกา3. เพื่อผลิตบล็อกจากกลาสเซรามิกชนิดไมกาที่มีสมบัติความทนทานทางชีวภาพ และขึ้นรูปเป็นฟันได้ด้วยระบบ CAD/CAM สำหรับซ่อมแซมหรือทดแทนฟันดั้งเดิม เป็นฟันเทียมชนิดบางส่วนติดแน่นที่ใช้ได้จริงภายในประเทศไทย |
นางดวงฤดี ฉายสุวรรณ. (2565). ความทนทานทางชีวภาพและการใช้งานของกลาสเซรามิกเป็นฟันเทียมชนิดบางส่วนติดแน่น. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.
นางดวงฤดี ฉายสุวรรณ. 2565. "ความทนทานทางชีวภาพและการใช้งานของกลาสเซรามิกเป็นฟันเทียมชนิดบางส่วนติดแน่น". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร.
นางดวงฤดี ฉายสุวรรณ. "ความทนทานทางชีวภาพและการใช้งานของกลาสเซรามิกเป็นฟันเทียมชนิดบางส่วนติดแน่น". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2565. กรุงเทพมหานคร.
นางดวงฤดี ฉายสุวรรณ. ความทนทานทางชีวภาพและการใช้งานของกลาสเซรามิกเป็นฟันเทียมชนิดบางส่วนติดแน่น. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2565. กรุงเทพมหานคร.