พฤติกรรมการล้าของคอนกรีตที่ใช้มวลรวมคอนกรีตรีไซเคิลและเสริมเส้นใยกัญชงเพื่อเป็นผิวทางคงรูปอย่างยั่งยืน
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้ศึกษาพฤติกรรมการล้าของคอนกรีตที่ใช้มวลรวมคอนกรีตรีไซเคิล (RCA) และเสริมเส้นใยกัญชง เพื่อพัฒนาเป็นวัสดุผิวทางคงรูปอย่างยั่งยืน เป็นการวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านความยั่งยืนของอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยมุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้ทรัพยากรใหม่ และการลดปริมาณขยะก่อสร้าง งานวิจัยได้ศึกษาเปรียบเทียบคุณสมบัติของคอนกรีตเสริมใยกัญชงที่ใช้ RCA กับคอนกรีตที่ใช้หินคลุกธรรมชาติ (NCA) เพื่อหาอัตราส่วนน้ำต่อซีเมนต์ (w/c) และปริมาณเส้นใยกัญชงที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างคอนกรีตที่มีความแข็งแรงและทนทานต่อการล้า
การเลือกใช้ RCA เป็นการนำวัสดุเหลือใช้จากงานก่อสร้างกลับมาใช้ใหม่ ลดปริมาณขยะ และลดต้นทุนวัตถุดิบ การเลือกใช้เส้นใยกัญชงเป็นวัสดุเสริมแรงธรรมชาติ เป็นทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่าการใช้เส้นใยสังเคราะห์ ซึ่งการวิจัยนี้ได้ศึกษาผลกระทบของปริมาณเส้นใยกัญชงต่อความแข็งแรงอัด ความแข็งแรงดัด และพฤติกรรมการล้าของคอนกรีต เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมที่สุดที่จะไม่ลดทอนคุณสมบัติเชิงกลของคอนกรีต
ผลการวิจัยพบว่า คอนกรีตเสริมเส้นใยกัญชงมีศักยภาพในการเพิ่มความทนทานต่อการล้า โดยเฉพาะที่ระดับความเค้นสูง แต่การใช้เส้นใยมากเกินไปอาจทำให้ความแข็งแรงลดลง ปริมาณเส้นใย 0.5% โดยปริมาตรพบว่าให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นอกจากนี้ การวิเคราะห์จุลภาคแสดงให้เห็นว่าเส้นใยกัญชงช่วยเพิ่มพันธะระหว่างเส้นใยและเนื้อคอนกรีต ทำให้ได้คอนกรีตที่มีคุณสมบัติที่ดีขึ้น ซึ่งนำไปสู่การลดความหนาของผิวทางคอนกรีต และยืดอายุการใช้งาน
ความสำคัญของงานวิจัยนี้ นอกเหนือจากการพัฒนาคอนกรีตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังรวมถึงการพัฒนาแบบผสมและวิธีการก่อสร้างใหม่ และการพัฒนาแบบจำลองการออกแบบเชิงกลไกเชิงประจักษ์ สำหรับคอนกรีตเสริมเส้นใยกัญชงที่ใช้ RCA ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะนำไปสู่การใช้งานจริงในอุตสาหกรรมก่อสร้าง การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับกลไกการแตกร้าวภายใต้การโหลดแบบวนซ้ำก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของวัสดุ และสามารถออกแบบให้มีความทนทานและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้จึงมีมูลค่าทางวิชาการและเชิงปฏิบัติสูง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการก่อสร้างถนนและทางหลวง
งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการที่ควรพิจารณา เช่น การทดสอบควรทำในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุม เช่น การทดสอบภายใต้สภาพอุณหภูมิและความชื้นที่แตกต่างกัน รวมทั้งควรศึกษาผลกระทบระยะยาวของการใช้ RCA และเส้นใยกัญชงต่อคุณสมบัติของคอนกรีต เพื่อให้มั่นใจได้ว่าวัสดุมีความทนทานและยั่งยืนในระยะยาว การศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีนี้ไปประยุกต์ใช้กับสภาพภูมิอากาศและสภาพการใช้งานที่หลากหลายในประเทศไทยก็มีความสำคัญเช่นกัน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการก่อสร้างถนน ทางหลวง และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ เหตุผลหลักมาจากการที่งานวิจัยมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุผิวทางคอนกรีตที่ยั่งยืน โดยใช้ RCA (มวลรวมคอนกรีตรีไซเคิล) และเส้นใยกัญชง ซึ่งเป็นการลดต้นทุน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพของวัสดุ การนำผลการวิจัยไปใช้จะช่วยให้อุตสาหกรรมก่อสร้างสามารถสร้างถนนและทางหลวงที่มีความทนทาน ยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างอื่นๆ ที่ต้องการวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อการล้า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคลากรในหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง เช่น วิศวกรโยธา วิศวกรวัสดุ นักวิจัยวัสดุ และผู้รับเหมา วิศวกรโยธาสามารถนำความรู้จากงานวิจัยไปออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้คอนกรีตเสริมใยกัญชง วิศวกรวัสดุและนักวิจัยวัสดุสามารถนำผลการวิจัยไปพัฒนาและปรับปรุงคุณสมบัติของวัสดุให้ดียิ่งขึ้น ส่วนผู้รับเหมาสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการก่อสร้างจริง ทำให้สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ลดต้นทุน และสร้างงานที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเหมาะกับนักศึกษาที่กำลังศึกษาในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมวัสดุ และวิทยาศาสตร์วัสดุ เพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ต่อไป
| รหัสโครงการ : | 173315 |
| หัวหน้าโครงการ : | Menglim Hoy |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | To determine the optimum water to cement (w/c) ratio and hemp fiber content for develop sustainable hemp fiber reinforced concretes using natural coarse aggregate (NAC-H-FRC) and hemp fiber reinforced concretes using recycled concrete aggregate (RCA-H-FRC). To investigate the compressive strength and flexural strength development of RCA-H-FRC and compared with NCA-H-FRC. To investigate the fatigue performance and cracking mechanism under cyclic load test of RCA-H-FRC and compared with NCA-H-FRC. To effectively develop the newly mix design and construction method for making hemp fiber reinforced concrete using recycled aggregate as a sustainable pavement material. To develop the mechanistic-empirical design method for hemp fiber reinforced concrete using recycled aggregate. |
Menglim Hoy. (2565). พฤติกรรมการล้าของคอนกรีตที่ใช้มวลรวมคอนกรีตรีไซเคิลและเสริมเส้นใยกัญชงเพื่อเป็นผิวทางคงรูปอย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. นครราชสีมา.
Menglim Hoy. 2565. "พฤติกรรมการล้าของคอนกรีตที่ใช้มวลรวมคอนกรีตรีไซเคิลและเสริมเส้นใยกัญชงเพื่อเป็นผิวทางคงรูปอย่างยั่งยืน". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. นครราชสีมา.
Menglim Hoy. "พฤติกรรมการล้าของคอนกรีตที่ใช้มวลรวมคอนกรีตรีไซเคิลและเสริมเส้นใยกัญชงเพื่อเป็นผิวทางคงรูปอย่างยั่งยืน". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี, 2565. นครราชสีมา.
Menglim Hoy. พฤติกรรมการล้าของคอนกรีตที่ใช้มวลรวมคอนกรีตรีไซเคิลและเสริมเส้นใยกัญชงเพื่อเป็นผิวทางคงรูปอย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี; 2565. นครราชสีมา.