กระบวนการเชื่อมขั้นสูงประกอบโครงสร้างอุปกรณ์ทำความเย็นภายใต้ความเหมาะสมของการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์นำทางร่วมกับหุ่นยนต์อุตสาหกรรม
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการเชื่อมประกอบโครงสร้างอุปกรณ์ทำความเย็นโดยใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์และเลเซอร์นำทาง ปัญหาหลักที่งานวิจัยนี้ต้องการแก้ไขคือความต้องการสินค้าที่หลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมอุปกรณ์ทำความเย็น ซึ่งทำให้ระบบการผลิตแบบเดิมๆ ไม่สามารถรองรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานวิจัยจึงเน้นการสร้างระบบการผลิตที่ยืดหยุ่น (Flexible Manufacturing System: FMS) โดยใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมเป็นแกนหลักในการทำงาน
งานวิจัยแบ่งการดำเนินการออกเป็นสี่ส่วนหลักๆ ส่วนแรกคือการพัฒนาระบบวางแผนการผลิตโดยใช้ Group Technology ซึ่งเป็นวิธีการจัดกลุ่มชิ้นงานตามลักษณะวัสดุ รูปร่าง และกระบวนการผลิต วิธีนี้ช่วยให้การวางแผนการผลิตมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องรับมือกับความหลากหลายของสินค้าและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงบ่อย
ส่วนที่สองมุ่งพัฒนาการตัดพลาสม่าด้วยหุ่นยนต์อุตสาหกรรม โดยใช้ซอฟต์แวร์จำลองการทำงานแบบ Offline Teaching (VR) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการตัดชิ้นงานที่มีรูปทรงและขนาดแตกต่างกัน การใช้ VR ช่วยลดเวลาในการตั้งค่าและทดสอบกระบวนการตัด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมการผลิตที่ต้องการความเร็วและความคล่องตัว
ส่วนที่สามเน้นการประมวลผลภาพเพื่อตรวจสอบคุณภาพของรอยตัดและรอยเชื่อม งานวิจัยพัฒนาระบบตรวจสอบคุณภาพรอยตัดโดยใช้ AI (ปัญญาประดิษฐ์) โดยเฉพาะโมเดล EfficientNet b3 ซึ่งมีความแม่นยำสูงถึง 97.50% การตรวจสอบคุณภาพอย่างรวดเร็วและแม่นยำนี้ช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นอกจากนี้ยังมีการประมวลผลภาพรอยต่อแนวเชื่อมก่อนและหลังการเชื่อม เพื่อควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐาน
ส่วนสุดท้ายคือการพัฒนาระบบนำทางด้วยเลเซอร์ (Laser Search and Seam Tracking) เพื่อใช้ร่วมกับกระบวนการเชื่อม GMAW ระบบนี้ช่วยให้หุ่นยนต์เชื่อมสามารถปรับเส้นทางการเชื่อมได้อย่างแม่นยำแม้ชิ้นงานจะมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย จากผลการทดลองพบว่าการใช้เลเซอร์นำทางช่วยให้ขนาดของรอยเชื่อมมีความสม่ำเสมอ ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มคุณภาพของการเชื่อม
โดยสรุป งานวิจัยนี้เป็นการผสานรวมเทคโนโลยีหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ระบบนำทางด้วยเลเซอร์ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคนิคการจัดการการผลิต เพื่อสร้างระบบการผลิตอุปกรณ์ทำความเย็นที่ยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาบูรณาการเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อแก้ปัญหาความท้าทายของอุตสาหกรรมที่ต้องการความคล่องตัวสูง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ทำความเย็น เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้มีลักษณะเฉพาะคือมีความหลากหลายของสินค้า ความต้องการสินค้าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และต้องการการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง ระบบการผลิตที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้ โดยเฉพาะระบบ FMS ช่วยให้อุตสาหกรรมนี้สามารถรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ งานวิจัยยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีลักษณะการผลิตคล้ายคลึงกัน เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์ หรืออุตสาหกรรมเครื่องจักรกล ที่ต้องการระบบการผลิตที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ อาชีพหลักๆ ได้แก่ วิศวกรหุ่นยนต์ วิศวกรระบบอัตโนมัติ วิศวกรการผลิต โปรแกรมเมอร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิศวกรหุ่นยนต์และวิศวกรระบบอัตโนมัติจะใช้ความรู้จากงานวิจัยนี้ในการออกแบบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาระบบหุ่นยนต์อุตสาหกรรม วิศวกรการผลิตจะนำความรู้ไปปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โปรแกรมเมอร์จะใช้ความรู้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบควบคุม ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จะนำความรู้ไปพัฒนาและปรับปรุงระบบการประมวลผลภาพและระบบตรวจสอบคุณภาพ
| รหัสโครงการ : | 7373 |
| หัวหน้าโครงการ : | ดร. เอกชัย วารินศิริรักษ์ |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 2.1 เพื่อพัฒนาการผลิตที่รองรับการเปลี่ยนแปลงของ Demand อย่างรวดเร็ว และมีความหลากหลายของโมเดลสิ้นค้า โดยวิธีการจัดกลุ่มของการผลิตด้วย Optiz Digit System เพื่อจัดลำดับการผลิตภายใต้เงื่อนไขความสามารถในการผลิตของหุ่นยนต์อุตสาหกรรม2.2 เพื่อพัฒนากระบวนการตัดพลาสม่าจากหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ให้มีงานตัดคุณภาพดีของชิ้นส่วนที่มีความหลากหลายของความหนา และรูปร่าง ซึ่งจะส่งผลไปสู่งานประกอบก่อนการเชื่อม2.3 การใช้เทคโนโลยีประมวลผลภาพในการตัดสินใจการยอมรับรูปร่างตัดและขนาดของการตัด โดยค่าความคลาดเคลื่อนรวมสูงสุดของกระบวนการจะถูกใช้วิเคราะห์ร่วมกับความสามารถของหุ่นยนต์เชื่อมที่มีระบบนำทาง โดยผลผลิตจะเป็นค่าพิกัดความเผื่ออนุญาตของสถานีประกอบที่จะส่งต่อให้สถานีเชื่อมประกอบทำงานได้อย่างถูกต้อง2.4 เพื่อพัฒนาระบบ และหาความสามารถในการนำทางของ Laser Search and SeamTracking ที่จะทำงานร่วมกระบวนการเชื่อมGMAW ภายใต้การเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์เชื่อม โดยผลการดำเนินงานจะสามารถสรุปผลเป็นชุดของชิ้นส่วนที่สามารถผลิตในยูนิตการผลิตนี้ได้ รวมถึงค่าพิกัดความเผื่อของชิ้นส่วนนำเข้า (Dimension Tolerance) ที่ระบบที่ถูกพัฒนาสามารถเชื่อมได้จริง |
ดร. เอกชัย วารินศิริรักษ์. (2563). กระบวนการเชื่อมขั้นสูงประกอบโครงสร้างอุปกรณ์ทำความเย็นภายใต้ความเหมาะสมของการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์นำทางร่วมกับหุ่นยนต์อุตสาหกรรม. มหาวิทยาลัยมหิดล. สมุทรปราการ.
ดร. เอกชัย วารินศิริรักษ์. 2563. "กระบวนการเชื่อมขั้นสูงประกอบโครงสร้างอุปกรณ์ทำความเย็นภายใต้ความเหมาะสมของการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์นำทางร่วมกับหุ่นยนต์อุตสาหกรรม". มหาวิทยาลัยมหิดล. สมุทรปราการ.
ดร. เอกชัย วารินศิริรักษ์. "กระบวนการเชื่อมขั้นสูงประกอบโครงสร้างอุปกรณ์ทำความเย็นภายใต้ความเหมาะสมของการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์นำทางร่วมกับหุ่นยนต์อุตสาหกรรม". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2563. สมุทรปราการ.
ดร. เอกชัย วารินศิริรักษ์. กระบวนการเชื่อมขั้นสูงประกอบโครงสร้างอุปกรณ์ทำความเย็นภายใต้ความเหมาะสมของการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์นำทางร่วมกับหุ่นยนต์อุตสาหกรรม. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2563. สมุทรปราการ.