การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดโลหะออกไซด์ผสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเตาเผาชีวมวล
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งแก้ปัญหาประสิทธิภาพการเผาไหม้ชีวมวลในเตาเผาอุตสาหกรรม โดยเน้นการพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะออกไซด์ผสมจากวัสดุเหลือใช้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ยั่งยืนทั้งทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ปัญหาหลักที่งานวิจัยนี้ต้องการแก้ไขคือประสิทธิภาพการเผาไหม้ชีวมวลที่ต่ำเนื่องจากความชื้นสูง ปัจจุบันอุตสาหกรรมมักใช้ชีวมวลเพียง 10% ร่วมกับถ่านหิน ส่งผลให้เกิดมลพิษจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ และยังมีปัญหาเรื่องการเกิดตะกรัน (clinker, slag) และเขม่า (soot) ซึ่งส่งผลต่อการบำรุงรักษาและประสิทธิภาพการทำงานของเตาเผา
งานวิจัยนี้ได้เลือกใช้วัสดุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรมมาผลิตตัวเร่งปฏิกิริยา ซึ่งเป็นการนำของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ ลดต้นทุน และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน กระบวนการวิจัยประกอบด้วยหลายขั้นตอน เริ่มจากการศึกษาคุณสมบัติของเชื้อเพลิง (ถ่านหิน, ไม้ยูคาลิปตัส, ของเสียจากกระดาษ, กากตะกอน) จากนั้นสังเคราะห์ตัวเร่งปฏิกิริยา ศึกษาอิทธิพลต่อการเผาไหม้ และทดสอบประสิทธิภาพในระดับห้องปฏิบัติการและในเตาเผาจริงของบริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม การทดสอบในเตาเผาจริงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้เห็นภาพการทำงานจริง และสามารถปรับปรุงตัวเร่งปฏิกิริยาให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานจริง ซึ่งเตาเผาแต่ละแห่งมีระบบแตกต่างกัน งานวิจัยจึงออกแบบอุปกรณ์ต้นแบบขนาดห้องปฏิบัติการที่สามารถดัดแปลงเพื่อจำลองเตาเผาต่างๆ ได้
จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะออกไซด์ผสม ซึ่งสามารถเพิ่มอุณหภูมิและเสถียรภาพทางความร้อนในห้องเผาไหม้ ลดปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ ลดปริมาณคาร์บอนมอนอกไซด์ และทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการทดสอบการแปรสภาพเชื้อเพลิงผ่านกระบวนการแก๊สซิฟิเคชัน ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณก๊าซเชื้อเพลิงเช่นไฮโดรเจน, คาร์บอนมอนอกไซด์, คาร์บอนไดออกไซด์ และมีเทน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ชีวมวล และลดการพึ่งพาถ่านหิน การประเมินทางเศรษฐศาสตร์แสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าของการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 8.37% ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นไปได้ในการนำงานวิจัยนี้ไปใช้ในอุตสาหกรรมจริง
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การทดสอบในเตาเผาจริงยังอยู่ในระดับ pilot scale การขยายผลไปสู่ระดับอุตสาหกรรมอาจต้องมีการปรับปรุงและทดสอบเพิ่มเติม นอกจากนี้ การศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา เช่น การปล่อยมลพิษอื่นๆ ควรได้รับการพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพกับตัวเร่งปฏิกิริยาอื่นๆ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลงานวิจัยนี้ การวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับความทนทานและอายุการใช้งานของตัวเร่งปฏิกิริยา ก็สำคัญต่อการนำไปใช้ในอุตสาหกรรม
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมที่ใช้เตาเผาในการผลิตความร้อน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เชื้อเพลิงร่วม (co-firing) เช่น อุตสาหกรรมกระดาษ (เช่น บริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม) อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ อุตสาหกรรมน้ำตาล และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลัก และต้องการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่สามารถนำวัสดุเหลือใช้ในกระบวนการผลิตมาใช้เป็นส่วนประกอบของตัวเร่งปฏิกิริยาได้ จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของการนำงานวิจัยนี้ไปใช้ เพราะสามารถลดต้นทุนและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะสำหรับนักวิจัยทางด้านวิศวกรรมเคมี วิศวกรรมวัสดุ วิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และวิศวกรรมเครื่องกล ที่สนใจในการพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยา และการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้เชี่ยวชาญด้านการเผาไหม้ และการจัดการพลังงาน ที่ต้องการแก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรม รวมถึงผู้ประกอบการที่สนใจในการพัฒนาเทคโนโลยี และผลิตตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อจำหน่าย และผู้ที่ทำงานในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เนื่องจากงานวิจัยนี้มีส่วนช่วยในการลดการใช้ถ่านหินและการลดมลภาวะ
| รหัสโครงการ : | 7358 |
| หัวหน้าโครงการ : | รศ.ดร. อุณาโลม เวทย์วัฒนะ ฮาร์ทลี่ |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | วัตถุประสงค์ปฐมภูมิกรรมวิธีการผลิตตัวเร่งปฏิกิริยาอย่างน้อย 1 ชนิดเพื่อใช้สำหรับกระบวนการเผาไหม้ชีวมวลโดยผลิตตัวเร่งปฏิกิริยาจากวัสดุเหลือใช้จากโรงงานอุตสาหกรรม พัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับเพิ่มสัดส่วนชีวมวลในการเผาไหม้ร่วมไม่น้อยกว่า 30% เพื่อทดแทนและลดปริมาณการใช้ถ่านหินลง 20-50% พัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อลดการเกิด clinker, slag และ residual อื่นๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนการ soot steam ให้เหลือน้อยกว่า 3 ครั้งต่อวัน ปรับปรุงสูตรของตัวเร่งปฏิกิริยาให้มีความเหมาะสมกับประเภทของชีวมวลที่แต่ละโรงงานมี เพื่อให้ใช้ได้จริงในสายการผลิต สร้างอุปกรณ์ต้นแบบ (Lab-Scaled Prototype) โดยจำลองมาจากเตาเผาจริง (scale down) เพื่อทดสอบตัวเร่งปฏิกิริยา โดยเครื่องต้นแบบนี้จะต้องสามารถดัดแปลงภายหลังได้ เพื่อให้จำลองเตาเผาจริงได้มากกว่า 1 เตา เช่น เตาเผาจากสยามคราฟท์อุตสาหกรรม, เตาเผาจากปูนซีเมนต์ไทย, เตาเผาที่โรงงานมิตรผล ฯลฯ ซึ่งเตาเผาเหล่านี้ มีระบบป้อนสารตั้งต้น, ระบบให้ความร้อน และระบบข้างเคียงอื่นๆที่แตกต่างกัน การประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของการผลิตและการประยุกต์ใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดโลหะออกไซด์ผสมในอุตสาหกรรมวัตถุประสงค์ทุติยภูมิ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนซึ่งครอบคลุมไปถึงการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ไปเป็นพลังงาน เนื่องจากมีการนำของเสียในโรงงานไปใช้เป็นสารตั้งต้นโดยใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วมกับชีวมวล เพื่อเป็นการพัฒนาความเข้มแข็งทางเทคโนโลยีของวิศวกรรมตัวเร่งปฏิกิริยาในประเทศไทย เพื่อเป็นการสร้างประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ โดยมีการนำของเสียจากอุตสาหกรรมจำเพาะมาผลิตเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา |
รศ.ดร. อุณาโลม เวทย์วัฒนะ ฮาร์ทลี่. (2563). การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดโลหะออกไซด์ผสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเตาเผาชีวมวล. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. กรุงเทพมหานคร.
รศ.ดร. อุณาโลม เวทย์วัฒนะ ฮาร์ทลี่. 2563. "การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดโลหะออกไซด์ผสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเตาเผาชีวมวล". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ. กรุงเทพมหานคร.
รศ.ดร. อุณาโลม เวทย์วัฒนะ ฮาร์ทลี่. "การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดโลหะออกไซด์ผสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเตาเผาชีวมวล". มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 2563. กรุงเทพมหานคร.
รศ.ดร. อุณาโลม เวทย์วัฒนะ ฮาร์ทลี่. การพัฒนาตัวเร่งปฏิกิริยาชนิดโลหะออกไซด์ผสมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเตาเผาชีวมวล. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ; 2563. กรุงเทพมหานคร.