ร้อยเรื่องเครื่องสำรับบาบ๋า-ย่าหยาภูเก็ต สายสัมพันธ์ไทยจีน-มลายู สู่เครื่องประดับร่วมสมัย
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “ร้อยเรื่องเครื่องสำรับบาบ๋า-ย่าหยาภูเก็ต สายสัมพันธ์ไทยจีน-มลายู สู่เครื่องประดับร่วมสมัย” นี้เป็นงานวิจัยเชิงสร้างสรรค์ที่น่าสนใจ เนื่องจากผสานความรู้ด้านศิลปะการออกแบบเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมอาหารของชาวบาบ๋า-ย่าหยาในจังหวัดภูเก็ตอย่างลงตัว จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำเสนอมุมมองใหม่ในการอนุรักษ์และเผยแพร่เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมผ่านการออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัย ไม่ใช่เพียงการลอกเลียนแบบรูปแบบดั้งเดิม แต่เป็นการตีความและถ่ายทอดอัตลักษณ์ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ที่คำนึงถึงความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม
การเลือกใช้อาหารพื้นเมืองภูเก็ต 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวเหนียวหีบ, หมี่ฮกเกี้ยน, โอ๊ะเอ๋ว, หมูฮ้อง และแกงตูมี้ เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบนั้น สะท้อนถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งของผู้วิจัยที่มีต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น การเลือกอาหารเหล่านี้ไม่ใช่การเลือกแบบสุ่ม แต่มีความหมายซ่อนอยู่ อาจเป็นเพราะอาหารเหล่านี้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสะท้อนถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรมไทย จีน และมลายูได้อย่างโดดเด่น ยิ่งไปกว่านั้น การนำเสนอผ่านรูปแบบเครื่องประดับ ทำให้วัฒนธรรมอาหารที่อาจดูเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่ม เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น และช่วยสร้างความสนใจให้กับคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น
นอกจากการเลือกอาหารแล้ว งานวิจัยยังให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การค้นหาวัสดุจากวัตถุดิบธรรมชาติเพื่อใช้ในการสร้างเครื่องประดับ เป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับกระแสโลกในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน การลดการใช้ทรัพยากร และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญในตลาดปัจจุบัน การใช้กระบวนการผลิตแบบนี้ จึงไม่เพียงแต่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ และดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจคือการนำลวดลายของภาชนะเครื่องถ้วยชาม เสี่ยหน่า และตะกร้าสานเตยปาหนัน มาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวบาบ๋าภูเก็ต การนำมาใช้ในการออกแบบ จึงไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงาม แต่ยังช่วยเพิ่มความหมายและความลึกซึ้งให้กับเครื่องประดับ ทำให้ผู้สวมใส่ไม่เพียงแต่ได้เครื่องประดับที่สวยงาม แต่ยังได้สัมผัสกับเรื่องราวและวัฒนธรรมที่แฝงอยู่เบื้องหลังอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น การศึกษาอาจจำกัดเฉพาะอาหาร 5 ชนิด อาจมีอาหารพื้นเมืองอื่นๆ ที่น่าสนใจและสามารถนำมาใช้ในการออกแบบได้อีก นอกจากนี้ การศึกษาควรขยายไปถึงการวิเคราะห์ตลาด การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และการวางกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อให้สามารถนำไปสู่การพัฒนาเป็นต้นแบบเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตและราคาขาย เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างยั่งยืน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม
โดยสรุปแล้ว งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง และเป็นตัวอย่างที่ดีของการนำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม การให้ความสำคัญกับความยั่งยืน และการส่งเสริมอาชีพให้กับคนในท้องถิ่น เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และควรเป็นแบบอย่างให้กับงานวิจัยอื่นๆ ในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเครื่องประดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมเครื่องประดับที่เน้นการออกแบบร่วมสมัย และใส่ใจในเรื่องความยั่งยืน เนื่องจากงานวิจัยได้ออกแบบเครื่องประดับจากแรงบันดาลใจของอาหารพื้นเมืองภูเก็ต โดยใช้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดปัจจุบัน นอกจากนี้ งานวิจัยยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ระลึก และช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ งานวิจัยนี้ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมอาหาร โดยสามารถนำไปต่อยอดในการออกแบบบรรจุภัณฑ์อาหาร หรือการสร้างสรรค์เมนูอาหารใหม่ๆ ที่ผสมผสานเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์เข้าด้วยกัน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบการ ช่างฝีมือ นักออกแบบเครื่องประดับ และผู้ที่สนใจในงานศิลปะและหัตถกรรม เนื่องจากงานวิจัยได้สร้างต้นแบบเครื่องประดับร่วมสมัย ที่สามารถนำไปผลิตและจำหน่ายได้จริง นอกจากนี้ งานวิจัยยังเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยววิจัย นักวิชาการ และผู้ที่สนใจในเรื่องวัฒนธรรมอาหาร และการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม เนื่องจากงานวิจัยได้นำเสนอข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับอาหารพื้นเมืองภูเก็ต และการออกแบบเครื่องประดับที่ผสมผสานความเป็นไทย จีน และมลายู ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการศึกษาค้นคว้า และเผยแพร่องค์ความรู้ได้
| รหัสโครงการ : | 174709 |
| หัวหน้าโครงการ : | ผศ.ดร. วินิตา คงประดิษฐ์ |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยศิลปากร |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อออกแบบเป็นเครื่องประดับร่วมสมัย และสามารถประยุกต์ให้เกิดขึ้นเป็นต้นแบบเชิงพาณิชย์ได้จากการศึกษาประวัติความเป็นมา ความสำคัญ ความหมายและความเชื่อของอาหารพื้นเมืองบาบ๋า ยาหยา จังหวัดภูเก็ต เพื่อค้นหาสีจากวัตถุดิบเพื่อใช้เป็นวัสดุประกอบตัวเรือนเครื่องประดับด้วยกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทดแทนการใช้วัสดุสิ้นเปลืองในอุตสาหกรรมเครื่องประดั เพื่อออกแบบเครื่องประดับผ่านทุนทางวัฒนธรรมอาหาร สามารถใช้เป็นต้นแบบเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต |
ผศ.ดร. วินิตา คงประดิษฐ์. (2565). ร้อยเรื่องเครื่องสำรับบาบ๋า-ย่าหยาภูเก็ต สายสัมพันธ์ไทยจีน-มลายู สู่เครื่องประดับร่วมสมัย. มหาวิทยาลัยศิลปากร. ภูเก็ต.
ผศ.ดร. วินิตา คงประดิษฐ์. 2565. "ร้อยเรื่องเครื่องสำรับบาบ๋า-ย่าหยาภูเก็ต สายสัมพันธ์ไทยจีน-มลายู สู่เครื่องประดับร่วมสมัย". มหาวิทยาลัยศิลปากร. ภูเก็ต.
ผศ.ดร. วินิตา คงประดิษฐ์. "ร้อยเรื่องเครื่องสำรับบาบ๋า-ย่าหยาภูเก็ต สายสัมพันธ์ไทยจีน-มลายู สู่เครื่องประดับร่วมสมัย". มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2565. ภูเก็ต.
ผศ.ดร. วินิตา คงประดิษฐ์. ร้อยเรื่องเครื่องสำรับบาบ๋า-ย่าหยาภูเก็ต สายสัมพันธ์ไทยจีน-มลายู สู่เครื่องประดับร่วมสมัย. มหาวิทยาลัยศิลปากร; 2565. ภูเก็ต.