การศึกษาและพัฒนาต้นแบบชุดเชื่อมต่อระบบสื่อสารติดตามทางยุทธวิธีด้วยวิทยุสื่อสารระบบเรดิโอโอเวอร์ไอพี
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาต้นแบบระบบสื่อสารทางยุทธวิธีสำหรับกองทัพบก โดยใช้เทคโนโลยี Radio over Internet Protocol (RoIP) ร่วมกับเครือข่าย Low Power Wide Area Network (LoRaWAN) จุดเด่นสำคัญอยู่ที่การผสานเทคโนโลยีทั้งสองเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ราคาประหยัด และมีความปลอดภัยสูง การใช้ RoIP ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อวิทยุสื่อสารแบบเดิมเข้ากับระบบเครือข่าย IP ได้ ทำให้สามารถสื่อสารข้ามระบบต่างๆ ได้อย่างสะดวก เช่น การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ ระบบข้อมูลดิจิทัล หรือเซนเซอร์ต่างๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการสื่อสารและการรับรู้สถานการณ์อย่างมาก
การนำ LoRaWAN มาใช้เป็นเครือข่ายหลักนั้น ช่วยลดต้นทุนการสื่อสาร เนื่องจากไม่ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่มีค่าใช้จ่ายสูง และยังมีความปลอดภัยสูงกว่าระบบเครือข่ายไร้สายแบบเปิดทั่วไป ความสามารถในการส่งข้อมูลในระยะไกลและกำลังต่ำของ LoRaWAN เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้งานทางทหารในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่มีการรบกวนสัญญาณ อีกทั้งอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานก็ช่วยลดภาระในการบำรุงรักษาและเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งาน
งานวิจัยได้พัฒนาต้นแบบสำหรับการใช้งาน 2 รูปแบบหลัก คือ การใช้งานแบบประจำที่ (Fixed) และแบบเคลื่อนที่ (On The Move) โดยการใช้งานแบบประจำที่นั้นใช้สำหรับการเฝ้าติดตาม อำนวยการ และประเมินสถานการณ์ ส่วนการใช้งานแบบเคลื่อนที่นั้นติดตั้งบนยานพาหนะทางทหาร เช่น รถยานเกราะ เพื่อให้สามารถสื่อสารและรับส่งข้อมูลได้อย่างต่อเนื่องแม้ขณะเคลื่อนที่ การทดสอบระบบแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของระบบ โดยวิทยุสื่อสาร CNR 900 สามารถเชื่อมต่อกับระบบโทรศัพท์ภายในกองทัพบกได้ 5 หมายเลข สามารถรับส่งข้อมูลแบบวิทยุโทรเลข (CW) ได้อย่างถูกต้อง และสามารถแสดงภาพสถานการณ์ทางทหาร (COP) ผ่านโครงข่าย LoRaWAN โดยแสดงพิกัด GPS มีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 4 เมตร เมื่อเทียบกับระบบพิกัดทางทหาร MGRS ระบบยังสามารถรายงานพิกัดและแจ้งเตือนพิกัดของยานเกราะได้โดยอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การทดสอบอาจยังไม่ครอบคลุมทุกสภาพการใช้งาน ความสามารถในการรองรับจำนวนผู้ใช้พร้อมกัน ความเสถียรของระบบในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง และความปลอดภัยของข้อมูลในระดับที่สูงขึ้น การพัฒนาในอนาคตควรเน้นการขยายขีดความสามารถของระบบให้ครอบคลุมข้อจำกัดเหล่านี้ เช่น การทดสอบในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนมากขึ้น การเพิ่มความสามารถในการเข้ารหัสข้อมูล และการพัฒนาอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น รวมทั้งการศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีอื่นๆ ที่อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบได้ เช่น เทคโนโลยี AI หรือ Machine Learning เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจทางยุทธวิธี
งานวิจัยนี้ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบสื่อสารทางยุทธวิธีของกองทัพบก โดยนำเสนอแนวทางในการสร้างระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ประหยัด และมีความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางทหาร และการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมการทหารและการป้องกันประเทศ เนื่องจากระบบสื่อสารทางยุทธวิธีที่พัฒนาขึ้นนั้นตอบโจทย์ความต้องการด้านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ความปลอดภัยสูง และมีความคล่องตัวในการใช้งาน นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องการระบบสื่อสารไร้สายที่มีประสิทธิภาพ เช่น อุตสาหกรรมรักษาความปลอดภัย การขนส่ง และการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่มีสัญญาณโทรคมนาคมจำกัด ความสามารถในการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ที่มีอยู่เดิมของกองทัพบก และความสามารถในการปรับแต่งระบบให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของผู้ใช้ เป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ดึงดูดความสนใจจากอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องการระบบสื่อสารที่เชื่อถือได้และคุ้มค่า
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคลากรในหลายอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิศวกรโทรคมนาคม วิศวกรคอมพิวเตอร์ และเจ้าหน้าที่ทางทหาร วิศวกรโทรคมนาคมและวิศวกรคอมพิวเตอร์สามารถนำความรู้จากงานวิจัยนี้ไปพัฒนาและปรับปรุงระบบสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการออกแบบ การพัฒนา และการทดสอบระบบ ส่วนเจ้าหน้าที่ทางทหารสามารถนำระบบนี้ไปใช้ในภารกิจต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและการประสานงาน นอกจากนี้ ยังเหมาะสมกับนักวิจัยในสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อศึกษาและพัฒนาต่อยอดงานวิจัยนี้ เช่น การศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยี LoRaWAN และการพัฒนาระบบ RoIP ที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น
| รหัสโครงการ : | 186435 |
| หัวหน้าโครงการ : | พันตรี อนุรักษ์ วงษ์พระจันทร์ |
| ปีงบประมาณ : | 2566 |
| หน่วยงาน : | กองทัพบก |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อพัฒนาโครงข่ายสื่อสารที่ส่งข้อมูลกำลังต่ำแบบไร้สาย เพื่อใช้ในการสถาปนาโครงข่ายการสื่อสารทางทหาร โดยการวางตำแหน่งเสาเกตุเวย์ (Gateway) เชื่อมต่อกับชุดวิทยุทหารที่ประจำหน่วย จำนวน 1 ชุด2. เพื่อพัฒนาโครงข่ายสื่อสารที่ส่งข้อมูลกำลังต่ำแบบไร้สายเพื่อใช้ในการสถาปนาโครงข่ายการสื่อสารทางทหารแบบประจำยานพาหนะหรือรถยานเกราะ โดยทำการเชื่อมต่อกับวิทยุที่มีอยู่ประจำยานพาหนะได้ จำนวน 5 ชุด3. เพื่อพัฒนาต้นแบบชุดเชื่อมต่อวิทยุแบบอาศัยโครงข่าย (Radio over Internet Protocol: RoIP) สำหรับรับ-ส่งสัญญาณแบบประจำที่เพื่อเฝ้าติดตาม อำนวยการและประเมินสถานการณ์ จำนวน 1 ชุด และแบบประจำยานพาหนะ (On The Move) จำนวน 5 ชุด4. พัฒนาระบบการเก็บข้อมูลประมวลผลแบบ RoIP Server โดยสามารถใช้งานร่วมกับยุทโธปกรณ์โทรคมนาคมที่มีใช้งานใน ทบ. |
พันตรี อนุรักษ์ วงษ์พระจันทร์. (2566). การศึกษาและพัฒนาต้นแบบชุดเชื่อมต่อระบบสื่อสารติดตามทางยุทธวิธีด้วยวิทยุสื่อสารระบบเรดิโอโอเวอร์ไอพี. กองทัพบก. กรุงเทพมหานคร.
พันตรี อนุรักษ์ วงษ์พระจันทร์. 2566. "การศึกษาและพัฒนาต้นแบบชุดเชื่อมต่อระบบสื่อสารติดตามทางยุทธวิธีด้วยวิทยุสื่อสารระบบเรดิโอโอเวอร์ไอพี". กองทัพบก. กรุงเทพมหานคร.
พันตรี อนุรักษ์ วงษ์พระจันทร์. "การศึกษาและพัฒนาต้นแบบชุดเชื่อมต่อระบบสื่อสารติดตามทางยุทธวิธีด้วยวิทยุสื่อสารระบบเรดิโอโอเวอร์ไอพี". กองทัพบก, 2566. กรุงเทพมหานคร.
พันตรี อนุรักษ์ วงษ์พระจันทร์. การศึกษาและพัฒนาต้นแบบชุดเชื่อมต่อระบบสื่อสารติดตามทางยุทธวิธีด้วยวิทยุสื่อสารระบบเรดิโอโอเวอร์ไอพี. กองทัพบก; 2566. กรุงเทพมหานคร.