กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์

ภูมิปัญญาชาวบ้าน โคก สา ป่า โพน สู่ต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล ขับเคลื่อนชุมชนพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม......

... 10 เมษายน 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยเรื่อง "ภูมิปัญญาชาวบ้าน โคก สา ป่า โพน สู่ต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล ขับเคลื่อนชุมชนพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม" นี้ เป็นงานวิจัยเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน โดยใช้โมเดล "โคก หนอง นา" เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อน งานวิจัยได้ดำเนินการในจังหวัดมหาสารคาม โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ การสนองพระราชดำริ, การส่งเสริมการเรียนรู้และการปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านโมเดลโคก หนอง นา และการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19

จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการบูรณาการองค์ความรู้หลายด้านเข้าด้วยกัน เริ่มจากการนำภูมิปัญญาชาวบ้านเกี่ยวกับระบบนิเวศโคก สา ป่า โพน มาประยุกต์ใช้กับโมเดลโคก หนอง นา ซึ่งเป็นระบบการจัดการทรัพยากรน้ำและดินอย่างยั่งยืน งานวิจัยได้เลือกพื้นที่เป้าหมาย 13 อำเภอในจังหวัดมหาสารคาม โดยมีการคัดเลือกหน่วยงานท้องถิ่น กลุ่มเป้าหมาย (เกษตรกร ผู้ว่างงาน เยาวชน และผู้สูงอายุ) และดำเนินการอบรมเชิงปฏิบัติการ การถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่าน 11 ฐานการเรียนรู้ที่ครอบคลุมด้านต่างๆ เช่น การปลูกพืช การจัดการน้ำ การแปรรูปสินค้าเกษตร และการตลาด

กระบวนการดำเนินงานแสดงให้เห็นถึงความรอบด้าน เริ่มจากการเลือกพื้นที่ การถอดบทเรียนจากภูมิปัญญาท้องถิ่น การปลุกปั้นและปรับเปลี่ยนพื้นที่ การสร้างพื้นที่เรียนรู้ การสร้างงานและอาชีพ และการพัฒนาการตลาด การมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชน 4 ห่วง (รัฐ วัด บ้าน โรงเรียน) และมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม แสดงถึงความร่วมมือและการบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการวิจัยแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในหลายด้าน เช่น การสร้างพื้นที่เรียนรู้ต้นแบบ การสร้างงานและรายได้ให้แก่ชุมชน การเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร น้ำ และพลังงาน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย การประเมินความพึงพอใจและผลตอบแทนทางสังคม (SROI) แสดงให้เห็นว่าโครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมีผลตอบแทนทางสังคมสูงถึง 42.85 บาทต่อเงินลงทุน 1 บาท ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของโครงการ

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังอาจมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ระยะเวลาการดำเนินงานอาจยังไม่เพียงพอที่จะประเมินผลระยะยาวได้อย่างครบถ้วน การขยายผลสู่พื้นที่อื่นๆ อาจต้องอาศัยกลไกการสนับสนุนที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ และการศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการในแต่ละพื้นที่อาจจำเป็นเพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมเกษตรกรรมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์ เกษตรผสมผสาน และอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร เหตุผลคือ:

  1. การส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน: งานวิจัยเน้นการพัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืน โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกที่หันมาให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น
  2. การสร้างมูลค่าเพิ่ม: โมเดลโคก หนอง นา ช่วยให้เกษตรกรสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรได้ โดยการแปรรูปสินค้าเกษตร และการสร้างแบรนด์สินค้าของตนเอง
  3. การสร้างความมั่นคงทางอาหาร: งานวิจัยช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิต และเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมเกษตร
  4. การสร้างอาชีพและรายได้: งานวิจัยช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรหลากหลายชนิด และการสร้างตลาดสินค้าเกษตร
  5. การพัฒนาชุมชน: งานวิจัยช่วยพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง และสามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรในระยะยาว

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับหลายอาชีพ อาทิเช่น:

  1. เกษตรกร: งานวิจัยให้ความรู้และเทคนิคในการทำการเกษตรแบบยั่งยืน การจัดการทรัพยากรน้ำและดิน การผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ และการแปรรูปสินค้าเกษตร
  2. ผู้ประกอบการด้านเกษตร: งานวิจัยช่วยให้ผู้ประกอบการด้านเกษตรสามารถพัฒนาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ และตรงกับความต้องการของตลาด
  3. นักวิชาการด้านเกษตร: งานวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นกรณีศึกษา หรือเป็นข้อมูลในการวิจัยและพัฒนาต่อไป
  4. เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ: งานวิจัยเป็นแนวทางในการพัฒนานโยบายและโครงการเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน
  5. ผู้นำชุมชน: งานวิจัยสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง และสามารถพึ่งพาตนเองได้
  6. ครู อาจารย์: สามารถนำองค์ความรู้และกระบวนการเรียนรู้จากงานวิจัยนี้ไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้
สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2568
ภูมิปัญญาชาวบ้าน โคก สา ป่า โพน สู่ต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล ขับเคลื่อนชุมชนพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม......
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2568
รหัสโครงการ : 183581
หัวหน้าโครงการ : นางรภัสสา จันทาศรี
ปีงบประมาณ : 2566
หน่วยงาน : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์
ประเภทโครงการ : โครงการเดี่ยว
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : ๑. เพื่อสนองพระราชดำริ การพัฒนาการเกษตรกรรมตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง๒. เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประยุกต์สู่การปฏิบัติ ในรูปแบบโคก หนอง นา โมเดล โดยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชนในพื้นที่๓. เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนผ่านการสร้างงานเกิดรายได้ ให้แก่เกษตรกร และกลุ่มแรงงานที่อพยพกลับท้องถิ่นและชุมชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19

นางรภัสสา จันทาศรี. (2566). ภูมิปัญญาชาวบ้าน โคก สา ป่า โพน สู่ต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล ขับเคลื่อนชุมชนพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม....... มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. มหาสารคาม.

นางรภัสสา จันทาศรี. 2566. "ภูมิปัญญาชาวบ้าน โคก สา ป่า โพน สู่ต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล ขับเคลื่อนชุมชนพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม......". มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. มหาสารคาม.

นางรภัสสา จันทาศรี. "ภูมิปัญญาชาวบ้าน โคก สา ป่า โพน สู่ต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล ขับเคลื่อนชุมชนพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม......". มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 2566. มหาสารคาม.

นางรภัสสา จันทาศรี. ภูมิปัญญาชาวบ้าน โคก สา ป่า โพน สู่ต้นแบบ โคก หนอง นา โมเดล ขับเคลื่อนชุมชนพึ่งตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม....... มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม; 2566. มหาสารคาม.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา