การพัฒนาโรงเรือนขนาดเล็กอัฉริยะสำหรับมอนสเตอร่า และฟิโลเดนดรอน
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาโรงเรือนขนาดเล็กอัจฉริยะสำหรับการขยายพันธุ์มอนสเตอร่าและฟิโลเดนดรอนด่าง ซึ่งเป็นพืชไม้ประดับที่มีราคาสูงและเป็นที่นิยม ปัญหาสำคัญที่งานวิจัยนี้เข้ามาแก้ไขคือ การขยายพันธุ์พืชเหล่านี้ด้วยวิธีการแบบเดิมๆ ใช้เวลานาน มีอัตราการตายสูงเนื่องจากโรคใบเน่า และกระบวนการฟื้นฟูต้นไม้ช้า ส่งผลกระทบต่อกำไรและความคุ้มทุนของเกษตรกรและผู้ประกอบการ งานวิจัยนี้จึงนำเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) มาประยุกต์ใช้กับโรงเรือนขนาดเล็ก ทำให้สามารถควบคุมและตรวจสอบสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือนได้อย่างแม่นยำ เช่น ความชื้น อุณหภูมิ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเจริญเติบโตของมอนสเตอร่าและฟิโลเดนดรอน การใช้ระบบปิดในโรงเรือนช่วยลดความเสี่ยงจากโรคและแมลงศัตรูพืช ทำให้ต้นกล้ามีอัตราการรอดสูงขึ้นและแข็งแรงกว่าการเพาะเลี้ยงแบบเปิดโล่ง
การทดลองใช้พืช 4 ชนิด ได้แก่ มอนสเตอร่าด่าง 3 ชนิด และฟิโลเดนดรอนด่าง 1 ชนิด โดยใช้การออกแบบการทดลองแบบ Split Plot in Completely Randomized Design เปรียบเทียบระหว่างการเพาะเลี้ยงในโรงเรือนระบบปิดกับการเพาะเลี้ยงแบบเปิด ผลการวิจัยพบว่าการเพาะเลี้ยงในโรงเรือนระบบปิดสามารถลดระยะเวลาในการขยายพันธุ์ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยใช้เวลาเพียง 21 วันเท่านั้น เทียบกับการเพาะเลี้ยงแบบเปิดที่ใช้เวลา 40-60 วัน นั่นหมายความว่ารอบการผลิตเร็วขึ้นประมาณ 3 เท่า ซึ่งส่งผลให้มีกำไรและระยะเวลาคืนทุนที่สั้นลง ระยะเวลาคืนทุนขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์พืช ราคาตลาด และขนาดของโรงเรือน โดยมีระยะคืนทุนที่ประมาณ 1-8 เดือน
นอกจากนี้ งานวิจัยยังคำนึงถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ โดยวิเคราะห์ถึงปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อความคุ้มค่า เช่น ชนิดของพันธุ์พืช ราคาตลาด และขนาดของโรงเรือน การที่โรงเรือนสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถเพิ่มผลผลิตและลดความเสี่ยงจากการสูญเสีย งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าโรงเรือนขนาดเล็กอัจฉริยะนี้ เหมาะสำหรับการเพาะเลี้ยงพืชที่มีมูลค่าสูง เช่น มอนสเตอร่าและฟิโลเดนดรอนด่าง และสามารถนำไปปรับใช้กับพืชชนิดอื่นๆ ได้ งานวิจัยนี้ได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาโรงเรือนที่ทันสมัย ประหยัดเวลา ลดต้นทุน และเพิ่มผลกำไร ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจในการปลูกพืชไม้ประดับ
การใช้เทคโนโลยี IoT ทำให้สามารถติดตามและควบคุมสภาพแวดล้อมภายในโรงเรือนได้อย่างสะดวก โดยใช้สมาร์ทโฟน ช่วยลดภาระงานของเกษตรกรและเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลพืช อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังสามารถพัฒนาต่อยอดได้อีกมาก เช่น การพัฒนาเซ็นเซอร์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น การพัฒนาระบบการให้น้ำและปุ๋ยอัตโนมัติ หรือการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ใช้งานง่ายและครอบคลุมมากขึ้น การวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับชนิดของพืชอื่นๆ ที่เหมาะสมกับระบบโรงเรือนอัจฉริยะนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ เพื่อให้เกิดการขยายผลและสร้างประโยชน์สูงสุด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการเกษตร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไม้ประดับ เนื่องจากมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูกพืชไม้ประดับที่มีมูลค่าสูง เช่น มอนสเตอร่าและฟิโลเดนดรอนด่าง การลดระยะเวลาในการเพาะปลูกและเพิ่มอัตราการรอดของต้นกล้า ส่งผลให้ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลกำไร และสามารถแข่งขันในตลาดได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเหมาะกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้าน IoT เนื่องจากงานวิจัยนี้ได้นำเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้ ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เช่น ระบบควบคุมโรงเรือนอัจฉริยะ แอปพลิเคชันสำหรับการตรวจสอบสภาพแวดล้อม และระบบการจัดการข้อมูลการเพาะปลูก ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทั้งอุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจในการปลูกพืชไม้ประดับ โดยเฉพาะผู้ที่ปลูกมอนสเตอร่าและฟิโลเดนดรอน เนื่องจากงานวิจัยนี้ช่วยลดระยะเวลาการเพาะปลูก เพิ่มผลผลิต และลดต้นทุน ทำให้สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังเหมาะกับนักวิจัย วิศวกร และผู้ที่สนใจในด้านเทคโนโลยี IoT เนื่องจากงานวิจัยนี้ได้นำเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้ ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ได้ อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและพัฒนาโรงเรือน ระบบควบคุม และแอปพลิเคชัน ก็สามารถนำงานวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน
| รหัสโครงการ : | 183176 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายธนิณัชพสิษฐ์ แสงภักดี |
| ปีงบประมาณ : | 2566 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | เพื่อการพัฒนาโรงเรือนขนาดเล็กอัฉริยะสำหรับมอนสเตอร่า และฟิโลเดนดรอน ต้นแบบที่เหมาะสมสำหรับการขยายพันธุ์พืชระบบปิดที่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไปสามารถประกอบได้เอง เพื่อการส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมใหม่ ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายได้ระหว่างกลุ่มผู้ผลิตและผู้บริโภค สร้างรายได้ให้กับประชาชน วิสาหกิจชุมชน สหกรณ์ และบริษัทผู้สนใจ |
นายธนิณัชพสิษฐ์ แสงภักดี. (2566). การพัฒนาโรงเรือนขนาดเล็กอัฉริยะสำหรับมอนสเตอร่า และฟิโลเดนดรอน. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. นครนายก.
นายธนิณัชพสิษฐ์ แสงภักดี. 2566. "การพัฒนาโรงเรือนขนาดเล็กอัฉริยะสำหรับมอนสเตอร่า และฟิโลเดนดรอน". มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. นครนายก.
นายธนิณัชพสิษฐ์ แสงภักดี. "การพัฒนาโรงเรือนขนาดเล็กอัฉริยะสำหรับมอนสเตอร่า และฟิโลเดนดรอน". มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2566. นครนายก.
นายธนิณัชพสิษฐ์ แสงภักดี. การพัฒนาโรงเรือนขนาดเล็กอัฉริยะสำหรับมอนสเตอร่า และฟิโลเดนดรอน. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2566. นครนายก.