การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการป้องกันการเน่าเสียแบบเหลวเป็นน้ำของขนมจีนสู่วิสาหกิจชุมชนเพื่อความมั่นคงทางอาหารที่ปลอดภัย ต.เตาปูน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการป้องกันการเน่าเสียแบบเหลวเป็นน้ำของขนมจีนสู่วิสาหกิจชุมชนเพื่อความมั่นคงทางอาหารที่ปลอดภัย ต.เตาปูน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี" นี้เป็นงานวิจัยเชิงประยุกต์ที่มุ่งแก้ปัญหาการเน่าเสียของขนมจีนแบบเหลวเป็นน้ำในระดับชุมชน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และความยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตขนมจีน งานวิจัยนี้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากการระบุปัญหา การวิเคราะห์สาเหตุ การออกแบบและทดสอบวิธีแก้ปัญหา และการประเมินผล
จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการระบุสาเหตุการเน่าเสียที่ชัดเจน คือค่า pH ของน้ำที่ใช้ล้างเส้นขนมจีนที่สูงเกินไป (เป็นด่าง ประมาณ 8) ทำให้ pH ของเส้นขนมจีนสูงกว่า 4.5 ส่งผลให้อายุการเก็บรักษาสั้นลง การใช้เทคนิคการควบคุม pH ด้วยกรดอะซิติกเกรดอาหารจึงเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ งานวิจัยยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม โดยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง การประเมินผลที่ชัดเจน โดยการวัดค่า pH ของขนมจีนก่อนและหลังการอบรม การวัดอายุการเก็บรักษา และการนับจำนวนเชื้อแบคทีเรีย เป็นการแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของวิธีการที่นำเสนออย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้มีขอบเขตจำกัดอยู่ที่การแก้ปัญหาการเน่าเสียแบบเหลวเป็นน้ำของขนมจีน อาจไม่ได้ครอบคลุมปัญหาการเน่าเสียชนิดอื่นๆ เช่น การเน่าเสียจากเชื้อรา หรือการเน่าเสียจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ หรือทางเคมี นอกจากนี้ การศึกษาอาจขยายผลไปยังชนิดของขนมจีนที่แตกต่างกัน หรือสภาพแวดล้อมการผลิตที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น การศึกษาผลกระทบทางเศรษฐกิจ เช่น การลดต้นทุนการผลิต หรือการเพิ่มรายได้ของวิสาหกิจชุมชน ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจที่จะเพิ่มเติมเข้าไปในงานวิจัย การศึกษาความยั่งยืนของการใช้กรดอะซิติกในระยะยาว เช่น ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ก็เป็นอีกประเด็นที่ควรพิจารณา
สรุปได้ว่า งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาการเน่าเสียของขนมจีนในระดับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการที่นำเสนอมีความชัดเจน และการประเมินผลมีความเป็นระบบ แต่ยังมีความจำเป็นที่จะต้องขยายขอบเขตการศึกษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมและมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และควรพิจารณาประเด็นด้านความยั่งยืน และผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และอุตสาหกรรมอาหารพื้นบ้าน เหตุผลคือ งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการเน่าเสียของขนมจีนซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร วิธีการที่ใช้ในการแก้ปัญหา คือการควบคุมค่า pH เป็นวิธีการที่ใช้ได้กับผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด ความรู้และเทคนิคที่ได้จากงานวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ ที่มีปัญหาการเน่าเสียคล้ายคลึงกันได้ นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่วิสาหกิจชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลาง
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้ประกอบการ วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตขนมจีน รวมถึงผู้ที่สนใจด้านการแปรรูปอาหาร เหตุผลคือ งานวิจัยนี้แก้ปัญหาการเน่าเสียของขนมจีน ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของผู้ผลิตขนมจีน ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้ เทคนิคการควบคุม pH สามารถนำไปใช้ได้โดยผู้ผลิตขนมจีนทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตในครัวเรือน หรือผู้ผลิตในโรงงานขนาดใหญ่ นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเหมาะสำหรับนักวิจัย หรือบุคลากรในหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร และการส่งเสริมอาชีพ เพราะสามารถนำงานวิจัยนี้ไปใช้เป็นฐานข้อมูล ในการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
| รหัสโครงการ : | 181697 |
| หัวหน้าโครงการ : | ดร. สิรินันท์ ชมภูแสง |
| ปีงบประมาณ : | 2566 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. ถ่ายทอดเทคโนโลยีการป้องกันการเน่าเสียของเส้นขนมจีนสู่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อความมั่นคงทางอาหารที่ปลอดภัย ต.เตาปูน2.สมาชิกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อความมั่นคงทางอาหารที่ปลอดภัย ต.เตาปูน สามารถเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยีของนักวิจัยเจ้าขององค์ความรู้ เข้าใจวิธีการและทฤษฎีการป้องกันการเน่าเสีย เกิดการต่อยอดและนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ และมีทักษะการผลิตขนมจีนที่สามารถลดการเน่าเสียของเส้นขนมจีนได้ |
ดร. สิรินันท์ ชมภูแสง. (2566). การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการป้องกันการเน่าเสียแบบเหลวเป็นน้ำของขนมจีนสู่วิสาหกิจชุมชนเพื่อความมั่นคงทางอาหารที่ปลอดภัย ต.เตาปูน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, ราชบุรี.
ดร. สิรินันท์ ชมภูแสง. 2566. "การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการป้องกันการเน่าเสียแบบเหลวเป็นน้ำของขนมจีนสู่วิสาหกิจชุมชนเพื่อความมั่นคงทางอาหารที่ปลอดภัย ต.เตาปูน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพมหานคร, ราชบุรี.
ดร. สิรินันท์ ชมภูแสง. "การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการป้องกันการเน่าเสียแบบเหลวเป็นน้ำของขนมจีนสู่วิสาหกิจชุมชนเพื่อความมั่นคงทางอาหารที่ปลอดภัย ต.เตาปูน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี". มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2566. กรุงเทพมหานคร, ราชบุรี.
ดร. สิรินันท์ ชมภูแสง. การจัดการความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีการป้องกันการเน่าเสียแบบเหลวเป็นน้ำของขนมจีนสู่วิสาหกิจชุมชนเพื่อความมั่นคงทางอาหารที่ปลอดภัย ต.เตาปูน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; 2566. กรุงเทพมหานคร, ราชบุรี.