รูปแบบการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของสังคม : กรณีศึกษาตำบลนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง "รูปแบบการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของสังคม : กรณีศึกษาตำบลนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา" นี้เป็นการศึกษาเชิงปฏิบัติการที่มุ่งเน้นการพัฒนารูปแบบการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมในระดับชุมชน โดยใช้ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่ศึกษา งานวิจัยนี้มีความน่าสนใจและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความเข้าใจและการแก้ไขปัญหาสังคมไทยที่กำลังเผชิญกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่เพิ่มมากขึ้น การนำเสนอ "นาทับ Model" ถือเป็นผลงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชุมชนอื่นๆ
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการใช้กระบวนการวิจัยแบบผสมผสานทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ การเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนมากทั้งแบบสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสอบถาม ช่วยให้ได้ข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งมุมมองของชุมชนและข้อมูลเชิงสถิติ การนำเสนอปัญหา อุปสรรค และปัจจัยเกื้อหนุนอย่างเป็นระบบ ช่วยให้เห็นภาพความท้าทายในการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างชัดเจน การพัฒนารูปแบบ "นาทับ Model" ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ คือ วิธีคิดบนพื้นฐานการมีส่วนร่วม, ภาคีเครือข่ายชุมชน, กิจกรรมและการดำเนินชีวิตของคนในชุมชน, ปัญหาและการแก้ไขความขัดแย้งในชุมชน และจิตสำนึกความเป็นพลเมือง แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในบริบทของการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง และการนำรูปแบบนี้ไปทดลองใช้ในชุมชนต้นแบบพร้อมกับการติดตามและประเมินผล เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่ทำให้สามารถตรวจสอบความมีประสิทธิภาพของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น และการได้ผลการวิจัยที่บ่งชี้ว่าประชาชนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบ "นาทับ Model" ในระดับมาก ยืนยันถึงความสำเร็จและความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น การศึกษาจำกัดอยู่เฉพาะในตำบลนาทับ อาจทำให้ไม่สามารถสรุปผลได้อย่างทั่วไปกับชุมชนอื่นๆ ที่มีความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อม ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบกับชุมชนอื่นๆ เพื่อยืนยันความเป็นไปได้ในการขยายผล นอกจากนี้ รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนของ "นาทับ Model" อาจจำเป็นต้องเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การศึกษาระยะยาวหลังจากการนำ "นาทับ Model" ไปใช้ จะช่วยให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น การวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ "นาทับ Model" ประสบความสำเร็จ อาจจะต้องขยายความให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น บทบาทของผู้นำชุมชน, การมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชน การจัดการทรัพยากรต่างๆ เป็นต้น
โดยสรุป งานวิจัยนี้มีคุณค่าทั้งในด้านการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ และการนำเสนอ "นาทับ Model" เป็นองค์ความรู้ที่สำคัญในการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่ยั่งยืน แม้จะมีข้อจำกัดบางประการ แต่ก็เป็นงานวิจัยที่มีศักยภาพในการนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดได้ในวงกว้าง การแก้ไขข้อจำกัดและการศึกษาวิจัยเพิ่มเติม จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความครอบคลุมของผลงานวิจัยนี้ และช่วยให้การสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวชุมชน อุตสาหกรรมการจัดการวัฒนธรรม และอุตสาหกรรมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
เหตุผล:
-
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวชุมชน: "นาทับ Model" สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน การอนุรักษ์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น และการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน กิจกรรมต่างๆ ที่เสนอในงานวิจัย เช่น งานแข่งเรือเซเคย งานเทศกาลอาหารสองน้ำ งานของดีนาทับ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนได้
-
อุตสาหกรรมการจัดการวัฒนธรรม: งานวิจัยนี้เสนอแนวทางการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม การสร้างความสามัคคี และการส่งเสริมจิตสำนึกความเป็นพลเมือง ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการจัดการวัฒนธรรม ที่ต้องจัดการกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น
-
อุตสาหกรรมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน: "นาทับ Model" เป็นรูปแบบการพัฒนาชุมชนที่เน้นการมีส่วนร่วม การสร้างความเข้มแข็ง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชนอื่นๆ โดยเฉพาะชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิชาการ นักวิจัย นักพัฒนาชุมชน นักบริหารท้องถิ่น และนักท่องเที่ยววิชาชีพ
เหตุผล:
-
นักวิชาการและนักวิจัย: สามารถนำงานวิจัยนี้ไปศึกษาต่อยอด วิเคราะห์ และประยุกต์ใช้ในการวิจัยเชิงลึก และการพัฒนารูปแบบการพัฒนาชุมชนอื่นๆ
-
นักพัฒนาชุมชน: สามารถนำ "นาทับ Model" ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชน โดยปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับบริบทของชุมชนนั้นๆ
-
นักบริหารท้องถิ่น: สามารถนำผลการวิจัยนี้ไปใช้ในการวางแผนและกำหนดนโยบายการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการส่งเสริมความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
-
นักท่องเที่ยววิชาชีพ: สามารถนำความรู้เกี่ยวกับ "นาทับ Model" ไปใช้ในการออกแบบและจัดทำโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนและการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น
| รหัสโครงการ : | 175216 |
| หัวหน้าโครงการ : | ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิชญา สุวรรณโน |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านสังคมศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1.วิเคราะห์สังเคราะห์สภาพปัญหา อุปสรรค และปัจจัยเกื้อหนุนการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วม อ.จะนะ จ.สงขลา 2. พัฒนารูปแบบการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วม (จะนะ Model) 3.นำรูปแบบการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วม (จะนะ Model) ไปทดลองใช้กับชุมชนต้นแบบ 4. ติดตามและประเมินรูปแบบการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วม (จะนะ Model) |
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิชญา สุวรรณโน. (2565). รูปแบบการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของสังคม : กรณีศึกษาตำบลนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่. สงขลา.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิชญา สุวรรณโน. 2565. "รูปแบบการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของสังคม : กรณีศึกษาตำบลนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา". มหาวิทยาลัยหาดใหญ่. สงขลา.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิชญา สุวรรณโน. "รูปแบบการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของสังคม : กรณีศึกษาตำบลนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา". มหาวิทยาลัยหาดใหญ่, 2565. สงขลา.
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิชญา สุวรรณโน. รูปแบบการเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมโดยชุมชนมีส่วนร่วมเพื่อสร้างจิตสำนึกความเป็นพลเมืองของสังคม : กรณีศึกษาตำบลนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่; 2565. สงขลา.