เครือข่ายส่วนประกอบฟังก์ชันและการประยุกต์ใช้ (ปีที่ 3)
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาส่วนประกอบฟังก์ชันจากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรและอาหารทะเล โดยเฉพาะหนังปลากะพงขาวและเปลือกกุ้ง เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างนวัตกรรมใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหาร งานวิจัยแบ่งออกเป็นหลายส่วนที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ เริ่มจากการศึกษาการผลิตไฮโดรไลซ์คอลลาเจน (HC) จากหนังปลากะพงขาวโดยใช้เอนไซม์ โดยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของเอนไซม์ชนิดต่างๆ และขั้นตอนการไฮโดรไลซิส ผลการวิจัยพบว่าการใช้เอนไซม์ปาเปนตามด้วยอัลคาเลส ให้ผลผลิต HC ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงและสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ไฟโบรบลาสและเซลล์กระดูก ซึ่งบ่งชี้ถึงศักยภาพในการนำไปใช้เป็นส่วนประกอบฟังก์ชันในอาหารสุขภาพและนิวตราซูติคอล โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมสร้างกระดูก
ต่อมางานวิจัยได้ศึกษาการสร้างคอนจูเกตระหว่าง HC และอิพิแกลโลคาเทชิน แกลเลต (EGCG) จากชาเขียว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางชีวภาพของ HC พบว่าคอนจูเกต HC-EGCG มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ และสามารถยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับความอ้วนได้ดีกว่า HC เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม การศึกษาได้ขยายไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมและความคงตัวของ HC-EGCG โดยใช้ลิโปโซมเป็นพาหะ และใช้เทคนิคอัลตราโซนิกเพื่อลดขนาดอนุภาคของลิโปโซม ทำให้ได้ลิโปโซมที่มีประสิทธิภาพในการเอนแคปซูลสูงและความคงตัวที่ดี
นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้ศึกษาการผลิตไคโตโอลิโกแซคคาไรด์ (COS) จากเปลือกกุ้งโดยใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์หรือคู่รีดอกซ์ระหว่างกรดแอสคอร์บิกและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ พบว่า COS ที่ผลิตโดยวิธีคู่รีดอกซ์มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้านจุลชีพสูงกว่า และการนำ COS ไปสร้างคอนจูเกตกับพอลิฟีนอลชนิดต่างๆ เช่น คาเทชิน พบว่า COS-คาเทชินมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านโรคเบาหวาน และต้านจุลชีพที่สูงมาก สุดท้ายงานวิจัยได้ศึกษาการสกัดสารประกอบฟีนอลิกจากใบมะม่วงหิมพานต์โดยใช้เอทานอลร่วมกับคลื่นอัลตราโซนิก และพบว่าสารสกัดมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย รวมถึงการศึกษากลไกการออกฤทธิ์ของสารสกัดต่อแบคทีเรีย
งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงความครอบคลุมและความเชื่อมโยงของการนำวัสดุเหลือทิ้งมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง นำไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มและมีประโยชน์ต่อสุขภาพและอุตสาหกรรมอาหาร นอกจากนี้ การศึกษาอย่างละเอียดเกี่ยวกับกลไกการออกฤทธิ์ของสารต่างๆ ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผลงานวิจัยมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง การศึกษาความคงตัวและการดูดซึมของสารสำคัญๆ ก็เป็นข้อดีที่ทำให้ผลงานวิจัยมีความสมบูรณ์มากขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง และอุตสาหกรรมยา/นิวตราซูติคอล
-
อุตสาหกรรมอาหาร: HC และ COS จากงานวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบฟังก์ชันในอาหาร เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ เพิ่มคุณสมบัติทางด้านการใช้งาน เช่น การทำให้เนื้อสัมผัสอาหารดีขึ้น และยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมอาหารสุขภาพ อาหารเสริม และอาหารสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น ผู้สูงอายุ
-
อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง: HC มีฤทธิ์ในการบำรุงผิว จึงสามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในครีมบำรุงผิว โลชั่น หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่นๆ
-
อุตสาหกรรมยา/นิวตราซูติคอล: HC มีศักยภาพในการช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก จึงสามารถนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ COS และสารสกัดจากใบมะม่วงหิมพานต์ยังมีฤทธิ์ต้านจุลชีพ ซึ่งอาจนำไปพัฒนาเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ยาหรือเครื่องสำอางได้
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร นักวิทยาศาสตร์ด้านชีวเคมี นักวิทยาศาสตร์ด้านเภสัชกรรม นักวิจัยด้านวัสดุศาสตร์ และนักวิจัยด้านจุลชีววิทยา
-
นักวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร: สามารถนำความรู้และเทคนิคจากงานวิจัยไปพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารใหม่ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
-
นักวิทยาศาสตร์ด้านชีวเคมี: สามารถศึกษาและวิเคราะห์กลไกการออกฤทธิ์ของสารต่างๆ ที่สกัดได้จากงานวิจัย เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูง
-
นักวิทยาศาสตร์ด้านเภสัชกรรม: สามารถนำความรู้จากงานวิจัยไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกระดูกและระบบภูมิคุ้มกัน
-
นักวิจัยด้านวัสดุศาสตร์: สามารถศึกษาและพัฒนาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมและความคงตัวของสารสำคัญต่างๆ เช่น การใช้ลิโปโซมเป็นพาหะ
-
นักวิจัยด้านจุลชีววิทยา: สามารถศึกษาฤทธิ์ต้านจุลชีพของสารต่างๆ ที่สกัดได้จากงานวิจัย เพื่อนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์
| รหัสโครงการ : | 186413 |
| หัวหน้าโครงการ : | ศ.ดร. สุทธวัฒน์ เบญจกุล |
| ปีงบประมาณ : | 2566 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านเกษตรศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อก่อตั้งเครือข่ายวิจัยนานาชาติ (IRN) ในการเสริมความเข้มแข็งของด้านส่วนประกอบอาหารฟังก์ชัน2. เพื่อค้นหาความรู้ใหม่และนวัตกรรมด้านส่วนประกอบอาหารฟังก์ชันซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมผู้ประกอบการ ระบบการศึกษาและสังคม3.เพื่อสร้างศูนย์ความเป็นเลิศที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติที่เกี่ยวกับส่วนประกอบฟังก์ชันจากวัสดุเศษเหลือการแปรรูปอาหารทะเลและสารประกอบฟีนอลิกจากพืช4. เพื่อผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านองค์ประกอบฟังก์ชัน เพื่อรองรับหรือมีส่วนช่วยในการเติบโตและเพิ่มความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมอาหาร รวมทั้งส่งเสริมความเป็นเลิศด้านการวิจัยของวงการศึกษาไทย |
ศ.ดร. สุทธวัฒน์ เบญจกุล. (2566). เครือข่ายส่วนประกอบฟังก์ชันและการประยุกต์ใช้ (ปีที่ 3). มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. แคนาดา, สงขลา.
ศ.ดร. สุทธวัฒน์ เบญจกุล. 2566. "เครือข่ายส่วนประกอบฟังก์ชันและการประยุกต์ใช้ (ปีที่ 3)". มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. แคนาดา, สงขลา.
ศ.ดร. สุทธวัฒน์ เบญจกุล. "เครือข่ายส่วนประกอบฟังก์ชันและการประยุกต์ใช้ (ปีที่ 3)". มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2566. แคนาดา, สงขลา.
ศ.ดร. สุทธวัฒน์ เบญจกุล. เครือข่ายส่วนประกอบฟังก์ชันและการประยุกต์ใช้ (ปีที่ 3). มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2566. แคนาดา, สงขลา.