การวิเคราะห์และการตรวจหาพลาสมิดของ Enterobacteriaceae ดื้อยา carbapenem และ colistin ที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้ศึกษาเกี่ยวกับการวิเคราะห์และตรวจหาพลาสมิดของแบคทีเรีย Enterobacteriaceae ที่ดื้อยา carbapenem และ colistin (CRE และ CoRE) ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย งานวิจัยมุ่งเน้นการใช้เทคนิค Whole Genome Sequencing (WGS) และ Optical DNA Mapping (ODM) เพื่อทำความเข้าใจลักษณะและความหลากหลายของพลาสมิดดื้อยาเหล่านี้ รวมถึงการพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของวิธีการตรวจหาพลาสมิดด้วย ODM เพื่อนำไปใช้ในทางปฏิบัติทางการแพทย์
งานวิจัยเริ่มจากการศึกษาเชื้อ CRE จากผู้ป่วยไทย 881 ราย พบว่า Klebsiella pneumoniae เป็นเชื้อที่พบได้บ่อยที่สุด และ carbapenemase ที่พบบ่อยคือ NDM นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยจำนวนมากมีเชื้อ CRE ในอุจจาระเป็นระยะเวลานาน แม้จะไม่มีอาการทางคลินิกของการติดเชื้อ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองและการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อ อัตราการตายของผู้ป่วยติดเชื้อ CRE สูงถึง 47.7% สะท้อนถึงความรุนแรงของปัญหาและความจำเป็นในการรักษาอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม
ส่วนที่สำคัญของงานวิจัย คือ การพัฒนาและทดสอบวิธีการตรวจหาพลาสมิดดื้อยาด้วยเทคโนโลยี ODM เทคโนโลยีนี้มีศักยภาพในการตรวจหาพลาสมิดได้รวดเร็วกว่าวิธีการมาตรฐาน งานวิจัยได้พิสูจน์หลักการ (proof of concept) ของการใช้ ODM ในการตรวจหาพลาสมิด NDM และ mcr จากเชื้อ CRE และ CoRE ทั้งจากเชื้อบริสุทธิ์ ตัวอย่างอุจจาระที่เติมเชื้อ และตัวอย่างอุจจาระผู้ป่วย ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า ODM สามารถตรวจพบพลาสมิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังจำเป็นต้องพัฒนาให้มีความแม่นยำและรวดเร็วมากขึ้นสำหรับการใช้งานในห้องปฏิบัติการทางคลินิก
ข้อดีของงานวิจัยนี้ คือ การผสมผสานการใช้ WGS และ ODM ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้เข้าใจถึงลักษณะทางพันธุกรรมของเชื้อและพลาสมิดได้อย่างละเอียด และการพัฒนาเทคนิคการตรวจหาพลาสมิดด้วย ODM มีศักยภาพในการช่วยลดระยะเวลาในการวินิจฉัย ซึ่งจะนำไปสู่การรักษาที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดอัตราการตายและการแพร่กระจายของเชื้อ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยยังมีข้อจำกัด เช่น ขนาดกลุ่มตัวอย่าง การศึกษาในสถานที่เดียว (โรงพยาบาลศิริราช) และการต้องพัฒนาความแม่นยำและความรวดเร็วของวิธี ODM เพิ่มเติม
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมยาและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ เหตุผลคือ:
-
อุตสาหกรรมยา: ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้ในการพัฒนายาต้านจุลชีพใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านเชื้อ CRE และ CoRE ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ดื้อยาหลายชนิด ข้อมูลเกี่ยวกับลักษณะทางพันธุกรรมของเชื้อและพลาสมิดดื้อยาจะช่วยในการออกแบบและพัฒนายาต้านจุลชีพที่มีประสิทธิภาพสูงและมีโอกาสดื้อยาน้อยลง นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยโรคที่รวดเร็วและแม่นยำขึ้น เพื่อช่วยในการตรวจหาและรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที
-
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ: เทคโนโลยี ODM ที่ถูกพัฒนาและทดสอบในงานวิจัยนี้มีศักยภาพสูงในการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ การพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยี ODM ให้มีความรวดเร็ว แม่นยำ และใช้งานง่ายขึ้น จะเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้องปฏิบัติการทางคลินิกและห้องปฏิบัติการจุลชีววิทยา ที่ต้องการวิธีการตรวจหาเชื้อดื้อยาที่รวดเร็วและแม่นยำเพื่อการวินิจฉัยและการควบคุมการแพร่ระบาด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับนักวิทยาศาสตร์ด้านจุลชีววิทยา, แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ, นักระบาดวิทยา, นักเทคนิคการแพทย์, และนักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เหตุผลคือ:
-
นักวิทยาศาสตร์ด้านจุลชีววิทยา: เกี่ยวข้องโดยตรงกับการศึกษาเชื้อแบคทีเรีย การวิเคราะห์ทางพันธุกรรม และการพัฒนาเทคนิคการตรวจหาเชื้อ ผลการวิจัยนี้จะช่วยเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการทำงาน
-
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ: สามารถนำข้อมูลจากงานวิจัยไปใช้ในการวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ CRE และ CoRE ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง การรู้ถึงลักษณะทางพันธุกรรมของเชื้อและพลาสมิดดื้อยาจะช่วยในการเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม
-
นักระบาดวิทยา: สามารถนำข้อมูลเกี่ยวกับการแพร่กระจายของเชื้อ CRE และ CoRE ไปใช้ในการวางแผนและดำเนินการควบคุมการระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ ODM ในการตรวจคัดกรองและสอบสวนการระบาด
-
นักเทคนิคการแพทย์: เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการทางคลินิก การเรียนรู้และนำเทคโนโลยี ODM ไปใช้ในการตรวจหาเชื้อดื้อยาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
-
นักวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ: สามารถนำเทคโนโลยี ODM ที่ได้รับการพัฒนาไปต่อยอดพัฒนาและปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
| รหัสโครงการ : | 175234 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายวิษณุ ธรรมลิขิตกุล |
| ปีงบประมาณ : | 2565 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยมหิดล |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 3. วัตถุประสงค์3.1. เพื่อทราบลักษณะและความหลากหลายของพลาสมิดจากแบคทีเรีย Enterobactcriaceae ที่ดื้อยาCarbapenem (Carbapenem-Resistant Enterobacteriaceae: CRE) และ Colistin (Colistin-ResistantEnterobacteriaceac: CoRE) ที่เก็บจากผู้ป่วยไทยด้วย Whole Genome Sequencing3.2. เพื่อพัฒนาวิธีการตรวจหาพลาสมิคดื้อยาต้านจุลชีพของเชื้อ CRE และ CORE ด้วย Optical DNAMapping (ODM)3.3. เพื่อนำเทคโนโลยี ODM ไปทคลองใช้ตรวจหาพลาสมิดดื้อยาต้านจุลชีพของเชื้อ CRE หรือ COREในเวชปฏิบัติ |
นายวิษณุ ธรรมลิขิตกุล. (2565). การวิเคราะห์และการตรวจหาพลาสมิดของ Enterobacteriaceae ดื้อยา carbapenem และ colistin ที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. มหาวิทยาลัยมหิดล. Chalmers University, Karolinska University, กรุงเทพมหานคร.
นายวิษณุ ธรรมลิขิตกุล. 2565. "การวิเคราะห์และการตรวจหาพลาสมิดของ Enterobacteriaceae ดื้อยา carbapenem และ colistin ที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้". มหาวิทยาลัยมหิดล. Chalmers University, Karolinska University, กรุงเทพมหานคร.
นายวิษณุ ธรรมลิขิตกุล. "การวิเคราะห์และการตรวจหาพลาสมิดของ Enterobacteriaceae ดื้อยา carbapenem และ colistin ที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้". มหาวิทยาลัยมหิดล, 2565. Chalmers University, Karolinska University, กรุงเทพมหานคร.
นายวิษณุ ธรรมลิขิตกุล. การวิเคราะห์และการตรวจหาพลาสมิดของ Enterobacteriaceae ดื้อยา carbapenem และ colistin ที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. มหาวิทยาลัยมหิดล; 2565. Chalmers University, Karolinska University, กรุงเทพมหานคร.