การพัฒนาสารช่วยทางเภสัชกรรมที่ทำหน้าที่หลากหลายประสิทธิภาพสูงสำหรับการผลิตยาเม็ดแบบตอกอัดโดยตรงที่มีองค์ประกอบมาจากข้าวทั้งหมดโดยกระบวนการโคพรอเซส
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาสารช่วยทางเภสัชกรรมจากข้าวเจ้าสำหรับการผลิตยาเม็ดแบบตอกอัดโดยตรง (Direct Compression) โดยใช้กระบวนการโคพรอเซส (Coprocessing) ซึ่งเป็นเทคนิคการแปรรูปวัสดุหลายชนิดร่วมกันเพื่อให้ได้คุณสมบัติที่ต้องการ จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติอย่างข้าวเจ้ามาใช้ ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและอาจลดต้นทุนการผลิต การใช้กระบวนการโคพรอเซสช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความหลากหลายของหน้าที่ของสารช่วย ทำให้ได้สารช่วยที่มีคุณสมบัติทั้งการไหลที่ดี การแตกตัวที่เหมาะสม และการตอกอัดได้ง่าย ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับการผลิตยาเม็ดแบบตอกอัดโดยตรง
งานวิจัยได้ศึกษาและเปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารช่วยที่พัฒนาขึ้นกับสารหล่อลื่นชนิดอื่นๆ เช่น โซเดียมสเตียริลฟูมาเรต และสเตียริกแอซิด ผลการวิจัยพบว่าแป้งที่ได้จากกระบวนการโคพรอเซส (เรียกว่าแป้ง CSL และ CSSF-3) มีคุณสมบัติทางเภสัชกรรมที่ดีกว่าสารผสมทางกายภาพ โดยเฉพาะแป้ง CSSF-3 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการไหลที่ดี การแตกตัวที่รวดเร็ว และไม่ไวต่อระยะเวลาในการผสมสารหล่อลื่น นอกจากนี้ งานวิจัยยังศึกษาการใช้แป้ง CSL และ CSSF-3 ในการผลิตยาเม็ดที่มีปริมาณตัวยา (API) แตกต่างกัน พบว่าแป้ง CS-3 สามารถใช้กับตารับที่มีปริมาณตัวยาสาคัญสูงถึง 40% ในขณะที่ CSSF-3 เหมาะสำหรับตารับที่มีปริมาณตัวยาสาคัญต่ำกว่า เนื่องจากให้ความสม่ำเสมอของตัวยาที่ดีกว่า ทั้งสองชนิดของแป้งยังช่วยให้การปลดปล่อยตัวยาเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพสูงกว่าสารช่วยเชิงพาณิชย์และสารผสมทางกายภาพ
ความสำเร็จของงานวิจัยนี้อยู่ที่การพัฒนาสารช่วยทางเภสัชกรรมจากวัตถุดิบในประเทศที่มีความยั่งยืน พร้อมทั้งคุณสมบัติที่เหนือกว่าสารช่วยแบบเดิม การลดการพึ่งพาสารช่วยนำเข้า และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยาในประเทศ อย่างไรก็ตาม การศึกษาควรขยายผลไปสู่การทดสอบในสัตว์ทดลองหรือมนุษย์เพื่อยืนยันความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ก่อนที่จะนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ การวิเคราะห์ต้นทุนการผลิตและการปรับขนาดการผลิตเพื่อให้เหมาะสมกับอุตสาหกรรมก็มีความสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าสารช่วยที่พัฒนาขึ้นสามารถแข่งขันได้ในตลาด งานวิจัยยังสามารถต่อยอดได้โดยการศึกษาประเภทของข้าวที่เหมาะสม การเพิ่มคุณสมบัติอื่นๆ เช่น การควบคุมการปลดปล่อยยา หรือการเพิ่มสารออกฤทธิ์อื่นๆ ลงไปในสารช่วย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ผลิตยาเม็ด เนื่องจากงานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาสารช่วยทางเภสัชกรรมสำหรับการผลิตยาเม็ดแบบตอกอัดโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีการผลิตยาเม็ดที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมยา การใช้สารช่วยจากข้าวเจ้าที่พัฒนาขึ้นในงานวิจัยนี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดการพึ่งพาสารช่วยจากต่างประเทศ นอกจากนี้ การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของสารช่วยดังกล่าว ยังสอดคล้องกับแนวโน้มของอุตสาหกรรมยาที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคลากรทางด้านเภสัชกรรมและวิทยาศาสตร์ เช่น เภสัชกร นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และวิศวกร โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยา การควบคุมคุณภาพ และการวิจัยและพัฒนา งานวิจัยนี้ช่วยให้บุคลากรเหล่านี้มีองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาสารช่วยทางเภสัชกรรม และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาใหม่ๆ หรือปรับปรุงกระบวนการผลิตยาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมยาได้
| รหัสโครงการ : | 38036 |
| หัวหน้าโครงการ : | นางสาวกานต์กมล ไตรโสภณ |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อพัฒนาสารช่วยทางเภสัชกรรมที่ทำหน้าที่หลากหลายประสิทธิภาพสูงสำหรับกระบวนการผลิตยาเม็ดแบบตอกอัดโดยตรง ที่มีองค์ประกอบหลักพัฒนาจากข้าวเจ้า โดยวิธีการโคพรอเซส 2. เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตยาเม็ดในประเทศ |
นางสาวกานต์กมล ไตรโสภณ. (2563). การพัฒนาสารช่วยทางเภสัชกรรมที่ทำหน้าที่หลากหลายประสิทธิภาพสูงสำหรับการผลิตยาเม็ดแบบตอกอัดโดยตรงที่มีองค์ประกอบมาจากข้าวทั้งหมดโดยกระบวนการโคพรอเซส. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. .
นางสาวกานต์กมล ไตรโสภณ. 2563. "การพัฒนาสารช่วยทางเภสัชกรรมที่ทำหน้าที่หลากหลายประสิทธิภาพสูงสำหรับการผลิตยาเม็ดแบบตอกอัดโดยตรงที่มีองค์ประกอบมาจากข้าวทั้งหมดโดยกระบวนการโคพรอเซส". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. .
นางสาวกานต์กมล ไตรโสภณ. "การพัฒนาสารช่วยทางเภสัชกรรมที่ทำหน้าที่หลากหลายประสิทธิภาพสูงสำหรับการผลิตยาเม็ดแบบตอกอัดโดยตรงที่มีองค์ประกอบมาจากข้าวทั้งหมดโดยกระบวนการโคพรอเซส". มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2563. .
นางสาวกานต์กมล ไตรโสภณ. การพัฒนาสารช่วยทางเภสัชกรรมที่ทำหน้าที่หลากหลายประสิทธิภาพสูงสำหรับการผลิตยาเม็ดแบบตอกอัดโดยตรงที่มีองค์ประกอบมาจากข้าวทั้งหมดโดยกระบวนการโคพรอเซส. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2563. .