กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี

มาตรการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)

... 26 กุมภาพันธ์ 2568
มาตรการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
ภาพนี้สร้างโดย Image GPT เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568

บทวิเคราะห์งานวิจัย

งานวิจัยเรื่อง "มาตรการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)" มุ่งเน้นการพัฒนาและนำเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกและฟอกหนังให้สอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน งานวิจัยนี้มีความครอบคลุมและเป็นระบบ โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก เริ่มจากการศึกษาและวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งครอบคลุมเทคโนโลยีด้านการผลิต การใช้วัตถุดิบ การเปลี่ยนขยะเป็นวัตถุดิบ การบริหารจัดการข้อมูล ตลอดจนนวัตกรรมเพื่อยืดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน และการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การระบุเทคโนโลยีที่หลากหลายนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับใช้กับความต้องการเฉพาะของแต่ละโรงงาน

ขั้นตอนที่สองเป็นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่คัดเลือกแล้วไปทดลองใช้จริงในโรงงานต้นแบบจำนวน 14 โรงงาน (กลุ่มพลาสติก 10 โรงงาน และกลุ่มฟอกหนัง 4 โรงงาน) การเลือกใช้โรงงานต้นแบบเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบความเป็นไปได้และประสิทธิภาพของเทคโนโลยี และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการรายอื่นๆ โดยงานวิจัยได้เน้นประเด็นสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ เครือข่ายอุตสาหกรรมแบบพึ่งพา การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ผลิตและผู้บริโภค การนำกลับมาผลิตใหม่ และการสร้างโอกาสให้ SMEs เปลี่ยนสู่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค การมุ่งเน้นประเด็นเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับความท้าทายและโอกาสในการนำเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในภาคอุตสาหกรรม

ขั้นตอนที่สามคือการสร้างโมเดลทางธุรกิจของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (CBM) อย่างน้อย 10 โมเดล โดยแบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก 7 โมเดล และกลุ่มอุตสาหกรรมฟอกหนัง 3 โมเดล โมเดลเหล่านี้ครอบคลุมรูปแบบต่างๆ เช่น Circular Design, Circular Supplies, Product as a Service, Sharing Platform และ Resource Recovery การสร้างโมเดลทางธุรกิจที่หลากหลายนี้ ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกโมเดลที่เหมาะสมกับบริบทและความสามารถของตนเอง และยังช่วยในการสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดจากการนำเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้

ขั้นตอนสุดท้ายคือการขยายผลงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติ โดยการจัดฝึกอบรมและสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้กับโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 150 โรงงาน และการสร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ (CE Master และ CE Coach) จำนวน 30 คน การขยายผลนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความยั่งยืนของผลงานวิจัย และทำให้แน่ใจว่าความรู้และเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวางในภาคอุตสาหกรรม โดยรวมแล้ว งานวิจัยนี้มีความครบถ้วน เป็นระบบ และมีแนวโน้มที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศไทย

งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด

งานวิจัยนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่มีปัญหาเรื่องการจัดการของเสียจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมพลาสติกและอุตสาหกรรมฟอกหนัง เนื่องจากงานวิจัยนี้มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อลดปริมาณของเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบ และนำของเสียกลับมาใช้ใหม่ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนและสร้างของเสียจำนวนมาก ก็สามารถนำผลการวิจัยนี้ไปประยุกต์ใช้ได้ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมสิ่งทอ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ โดยการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนจะช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด

งานวิจัยนี้เหมาะกับผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขาอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ทำงานด้านการวิจัยและพัฒนา วิศวกร ผู้จัดการโรงงาน และผู้ประกอบการ SMEs นักวิจัยและวิศวกรสามารถนำความรู้และเทคโนโลยีที่ได้จากงานวิจัยนี้ไปพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการผลิต ส่วนผู้จัดการโรงงานสามารถนำไปใช้ในการวางแผนและบริหารจัดการทรัพยากร และลดต้นทุนการผลิต ผู้ประกอบการ SMEs จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากโมเดลทางธุรกิจและแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนที่งานวิจัยนี้ได้นำเสนอ นอกจากนี้ งานวิจัยนี้ยังเหมาะสำหรับนักวิเคราะห์ด้านสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการของเสีย และผู้ที่ทำงานด้านการตลาดและการขาย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย

สร้างบทวิเคราะห์โดย Gemini เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568
รหัสโครงการ : 91505
หัวหน้าโครงการ : นางสาวภัสราพร พลับเจริญสุข
ปีงบประมาณ : 2563
หน่วยงาน : กรมโรงงานอุตสาหกรรม
สาขาวิจัย : กลุ่มข้อมูลด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี
ประเภทโครงการ : แผนงาน หรือชุดโครงการ
สถานะ : ปิดโครงการ
คำสำคัญ :
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน พร้อมทั้งสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่ที่เป็นต้นแบบโมเดลทางธุรกิจของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกและกลุ่มฟอกหนังในระดับ SMEs โดย๑.สร้างโครงการวิจัยโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจหมุนเวียน ดังนี้๑) เทคโนโลยีการผลิตที่ออกแบบผลิตภัณฑ์แบบ Eco design๒) เทคโนโลยีการใช้วัตถุดิบในการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด๓) เทคโนโลยีการเปลี่ยนขยะให้เป็นวัตถุดิบในการผลิต๔) เทคโนโลยีการบริหารจัดการข้อมูลและการสื่อสาร๕) เทคโนโลยีคุณสมบัติวัสดุและพลังงาน๖) เทคโนโลยีโครงสร้างทางชีวภาพ๗) นวัตกรรมเพื่อยืดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์๘) นวัตกรรมเพื่อลดปริมาณทรัพยากรในกระบวนการผลิต๙) นวัตกรรมเพื่อลดการใช้พลังงานและส่วนประกอบที่รีไซเคิลยาก๑๐) นวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม๑๑) นวัตกรรมการ Upgrade และ Replace๑๒) นวัตกรรมการ Reuse และ Recycle๒.ทำโครงการวิจัยร่วมกับโรงงานอุตสาหกรรมกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกและกลุ่มอุตสาหกรรมฟอกหนังระดับ SMEs ที่ได้รับการคัดเลือกจำนวน ๑๔ โรงงาน โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้เกิดเป็นโรงงานทดลอง/สาธิต เพื่อใช้ถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ในประเด็นต่อไปนี้๑) เครือข่ายอุตสาหกรรมแบบพึ่งพา (Industrial Symbiosis)๒) การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Circular/sustainable design)๓) การเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ผลิตและผู้บริโภคให้ยอมรับในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Reverse Logistic)๔) การนำกลับมาผลิตใหม่ (Remanufacture)๕) การสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs เปลี่ยนสู่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค๖) การลดต้นทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มจากการนำของเสียมาใช้ให้เกิดประโยชน์๓.จัดทำโมเดลทางธุรกิจของระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (CBM: Circular Economy Business Models)จากผลการศึกษาจากการทดลอง/สาธิตมาวิเคราะห์เชิงลึก ไม่น้อยกว่า ๑๐ โมเดล ประกอบด้วย กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก ๗ โมเดล และกลุ่มอุตสาหกรรมฟอกหนัง ๓ โมเดล ในแนวทางดังนี้๑) Circular Design มุ่งเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการใช้งานยาวนาน๒) Circular Supplies เป็นการนำวัสดุจากการรีไซเคิล วัสดุชีวภาพ (Biobased Materials) และวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมดมาใช้เป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเพื่อลดการใช้ทรัพยากรในการผลิตและลดการเกิดของเสีย ตลอดจนการใช้พลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต๓) Product as a Service รูปแบบธุรกิจให้บริการเช่าหรือชำระเงินเมื่อมีการใช้งาน (pay for use)แทนการซื้อขาด๔) Sharing Platform รูปแบบการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน เพื่อการใช้ผลิตภัณฑ์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด๕) Resource Recovery การออกแบบให้มีการนำกลับมาใช้ใหม่ นำวัตถุดิบเหลือใช้หรือผลิตภัณฑ์ที่ถูกกำจัด แต่ยังสามารถใช้งานได้กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ เพื่อลดการเหลือทิ้งให้มากที่สุด๔. ขยายผลงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติโดยการฝึกอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการให้แก่โรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก และอุตสาหกรรมฟอกหนัง จำนวน ๑๕๐ โรงงาน เพื่อศึกษาจัดทำแผนธุรกิจการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป พร้อมทั้งสร้าง CE Master และ CE Coach จำนวน ๓๐ คน เพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับโอกาสต่อไป

นางสาวภัสราพร พลับเจริญสุข. (2563). มาตรการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy). กรมโรงงานอุตสาหกรรม. กรุงเทพมหานคร.

นางสาวภัสราพร พลับเจริญสุข. 2563. "มาตรการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)". กรมโรงงานอุตสาหกรรม. กรุงเทพมหานคร.

นางสาวภัสราพร พลับเจริญสุข. "มาตรการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)". กรมโรงงานอุตสาหกรรม, 2563. กรุงเทพมหานคร.

นางสาวภัสราพร พลับเจริญสุข. มาตรการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการพัฒนาระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy). กรมโรงงานอุตสาหกรรม; 2563. กรุงเทพมหานคร.

Creative Commons : CC

Creative Commons
Attribution ให้เผยแพร่ ดัดแปลง โดยต้องระบุที่มา