แนวทางการพัฒนากระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยเรื่อง “แนวทางการพัฒนากระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553” นี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพที่มุ่งศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนในประเทศไทย โดยเปรียบเทียบกับระบบของสหรัฐอเมริกา (เมืองซานดิเอโก) เพื่อหาแนวทางพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น งานวิจัยนี้ครอบคลุมหลายมิติที่สำคัญ เริ่มจากการศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 รวมถึงข้อบังคับของประธานศาลฎีกาที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู งานวิจัยได้วิเคราะห์สองมาตรการหลักที่ใช้ในกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน คือ มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา (มาตรา 90) และมาตรการแทนการพิพากษาคดี (มาตรา 132 วรรค 1) โดยศึกษาถึงหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และปัญหาอุปสรรคในการนำมาใช้จริง ซึ่งครอบคลุมปัญหาในหลายด้าน เช่น ด้านการปฏิบัติงาน ด้านสถานที่ ด้านการประสานงาน ด้านข้อกฎหมาย และด้านนโยบาย
จุดแข็งของงานวิจัยนี้คือการนำกรณีศึกษาของเมืองซานดิเอโก ประเทศสหรัฐอเมริกามาเปรียบเทียบ ซึ่งทำให้เห็นถึงความแตกต่างและข้อดีข้อเสียของทั้งสองระบบ การวิเคราะห์ระบบของสหรัฐอเมริกาแสดงให้เห็นถึงบทบาทที่ชัดเจนของศาลเด็กและเยาวชนและกรมคุมประพฤติ โดยศาลเน้นการพิจารณาคดี ส่วนกรมคุมประพฤติรับผิดชอบการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู และมีการแบ่งรูปแบบการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ การแก้ไขบำบัดฟื้นฟูโดยไม่ใช้สถานที่ควบคุมและการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูในสถานที่ควบคุม การเปรียบเทียบนี้ช่วยให้เห็นถึงช่องว่างและโอกาสในการปรับปรุงระบบในประเทศไทยได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ งานวิจัยยังเสนอแนวทางการพัฒนาที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นด้านนโยบาย ด้านหลักการใช้กฎหมาย ด้านโครงสร้างและบุคลากร ด้านกระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟู และด้านการพัฒนาระบบติดตาม ซึ่งเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนำไปใช้ได้จริง อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของงานวิจัยนี้อาจอยู่ที่การใช้ข้อมูลเชิงคุณภาพเป็นหลัก การศึกษาอาจขาดการใช้ข้อมูลเชิงปริมาณที่เป็นตัวเลขเพื่อสนับสนุนข้อค้นพบ การขยายขอบเขตการศึกษาให้ครอบคลุมพื้นที่อื่นๆในประเทศไทย หรือเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ อาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความครอบคลุมของผลการวิจัยได้มากขึ้น
โดยสรุป งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเน้นการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูแทนการลงโทษทางอาญา การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย และการพัฒนาระบบติดตาม ทำให้เป็นงานวิจัยที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาการบริหารจัดการด้านกระบวนการยุติธรรมสำหรับเยาวชนของประเทศ
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมด้านการให้บริการสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กและเยาวชน เช่น อุตสาหกรรมด้านการศึกษา การดูแลเด็กและครอบครัว การให้คำปรึกษาทางจิตวิทยา และการพัฒนาสังคม เหตุผลคือ งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับองค์กรและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลและพัฒนาเด็กและเยาวชน สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาระบบการทำงาน การออกแบบโปรแกรมการฟื้นฟู และการฝึกอบรมบุคลากร เพื่อให้บริการที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปใช้ในการวางแผนและกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กและเยาวชนได้อีกด้วย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคลากรหลายอาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน เช่น นักกฎหมาย ผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ศาลเยาวชนและครอบครัว เจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และครู เหตุผลคือ งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชน ทั้งในด้านกฎหมาย กระบวนการทำงาน และปัญหาอุปสรรค ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการทำงานของบุคลากรเหล่านี้ ช่วยให้พวกเขาเข้าใจกระบวนการอย่างลึกซึ้ง สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงกระบวนการได้ นอกจากนี้ งานวิจัยยังมีประโยชน์ต่อนักวิชาการ นักวิจัย และบุคคลที่สนใจในเรื่องเด็กและเยาวชน เพื่อเป็นข้อมูลในการศึกษาค้นคว้า และการพัฒนาความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ต่อไป
| รหัสโครงการ : | 47382 |
| หัวหน้าโครงการ : | นายปุณยวัจน์ ไตรจุฑากาญจน์ |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านมนุษย์ศาสตร์ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อศึกษากระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนในชั้นการพิจารณาคดี ปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงาน ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ.25532. เพื่อศึกษากระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชน ปัญหาอุปสรรค และแนวทางในการนำกระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูของศาลเด็กและเยาวชนของประเทศสหรัฐอเมริกามาปรับใช้ในประเทศไทย3. เพื่อแสวงหาแนวทางการพัฒนากระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนสำหรับผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชน |
นายปุณยวัจน์ ไตรจุฑากาญจน์. (2563). แนวทางการพัฒนากระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. .
นายปุณยวัจน์ ไตรจุฑากาญจน์. 2563. "แนวทางการพัฒนากระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. .
นายปุณยวัจน์ ไตรจุฑากาญจน์. "แนวทางการพัฒนากระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553". มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2563. .
นายปุณยวัจน์ ไตรจุฑากาญจน์. แนวทางการพัฒนากระบวนการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2563. .