เครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นด้วยสนามไฟฟ้าโคโรนา
บทวิเคราะห์งานวิจัย
งานวิจัยนี้มุ่งพัฒนาเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นโดยใช้เทคโนโลยีสนามไฟฟ้าโคโรนา ซึ่งเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าวิธีการกำจัดกลิ่นแบบดั้งเดิม การใช้สนามไฟฟ้าโคโรนาจะสร้างโอโซนซึ่งเป็นสารออกซิไดซ์ที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดกลิ่นเหม็นและเชื้อจุลินทรีย์ในอากาศ กระบวนการนี้แตกต่างจากวิธีการแบบเดิมๆ เช่น การใช้สารเคมี ซึ่งอาจก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
งานวิจัยได้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการออกแบบและการสร้างเครื่องกำจัดกลิ่นอย่างละเอียด เริ่มจากการออกแบบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์และไอซีสำเร็จรูปเพื่อควบคุมการทำงานของวงจรคอนเวอร์เตอร์ ซึ่งจะแปลงแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงให้เป็นแรงดันไฟฟ้าแรงสูงที่จำเป็นสำหรับการสร้างสนามไฟฟ้าโคโรนา การใช้ฟลายแบ็กคอนเวอร์เตอร์เป็นเทคนิคที่เหมาะสมสำหรับการสร้างแรงดันสูง เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงและสามารถควบคุมแรงดันไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ
การออกแบบเซลล์อิเล็กโตรดเป็นอีกส่วนสำคัญของงานวิจัยนี้ เซลล์อิเล็กโตรดเป็นส่วนที่สร้างสนามไฟฟ้าโคโรนา การออกแบบเซลล์อิเล็กโตรดให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของการกำจัดกลิ่นเหม็น งานวิจัยได้ทดลองปรับความเข้มสนามไฟฟ้าและความถี่สวิตชิ่งเพื่อหาค่าที่เหมาะสมที่สุด ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าการเพิ่มความถี่สวิตชิ่งจะเพิ่มแรงดันไฟฟ้าแรงสูงและความเข้มสนามไฟฟ้า และส่งผลให้ได้ปริมาณก๊าซโอโซนที่มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของสนามไฟฟ้าโคโรนา
นอกจากการออกแบบและการสร้างเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นแล้ว งานวิจัยยังได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นในสภาพแวดล้อมจริง โดยการนำไปทดสอบในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุและสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ การทดสอบประสิทธิภาพเน้นที่การลดปริมาณก๊าซแอมโมเนียและเชื้อจุลินทรีย์ในอากาศ ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นสามารถลดปริมาณก๊าซแอมโมเนียและเชื้อจุลินทรีย์ในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นนี้ในการใช้งานจริงและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
การส่งมอบเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นจำนวน 48 เครื่องไปยังศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุและสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของงานวิจัยนี้ในการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและคนพิการ การที่งานวิจัยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ยืนยันถึงคุณค่าและความสำคัญของงานวิจัยนี้ และมีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อยอดให้เป็นนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง เช่น การทดสอบในพื้นที่จำกัด และยังไม่ครอบคลุมทุกชนิดของกลิ่นเหม็น การวิจัยในอนาคตอาจจะเน้นการพัฒนาให้เครื่องสามารถกำจัดกลิ่นได้หลากหลายมากขึ้น และสามารถใช้งานได้ในพื้นที่ที่ใหญ่กว่า รวมทั้งการศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพของโอโซนในระยะยาว เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นนี้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับอุตสาหกรรมหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดการกลิ่นเหม็น ได้แก่:
-
อุตสาหกรรมการเกษตร: สามารถนำไปใช้ในการกำจัดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มปศุสัตว์ โรงงานแปรรูปอาหาร และโรงงานผลิตปุ๋ย ซึ่งมักก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์และเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
-
อุตสาหกรรมการกำจัดขยะ: สามารถนำไปใช้ในการกำจัดกลิ่นเหม็นจากหลุมฝังกลบขยะ โรงงานกำจัดขยะ และศูนย์รีไซเคิล ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดกลิ่นเหม็นรุนแรง
-
อุตสาหกรรมอาหาร: สามารถนำไปใช้ในการกำจัดกลิ่นเหม็นจากโรงงานแปรรูปอาหาร โรงงานผลิตอาหารสัตว์ และร้านอาหาร เพื่อให้สภาพแวดล้อมสะอาดและปราศจากกลิ่นเหม็น
-
อุตสาหกรรมสิ่งทอ: สามารถนำไปใช้ในการกำจัดกลิ่นเหม็นจากโรงงานทอผ้า โรงงานย้อมผ้า และโรงงานผลิตสิ่งทอ ซึ่งอาจมีการปล่อยกลิ่นเหม็นจากสารเคมีที่ใช้ในการผลิต
-
อุตสาหกรรมสุขภาพ: เช่น โรงพยาบาล สถานดูแลผู้สูงอายุ และสถานดูแลคนพิการ สามารถนำไปใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศและลดกลิ่นเหม็น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและสุขภาพที่ดีให้กับผู้พักอาศัย
งานวิจัยนี้เหมาะกับอาชีพใด
งานวิจัยนี้เหมาะกับบุคคลากรในหลายอาชีพ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการสิ่งแวดล้อม วิศวกรรม และการดูแลสุขภาพ อาชีพที่เกี่ยวข้องได้แก่:
-
วิศวกรไฟฟ้า: สามารถนำความรู้และทักษะในการออกแบบและพัฒนาเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นนี้
-
วิศวกรเครื่องกล: สามารถนำความรู้ในการออกแบบและพัฒนาเครื่องจักรมาใช้ในการออกแบบและพัฒนาโครงสร้างของเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็น
-
นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม: สามารถนำความรู้ในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการประเมินประสิทธิภาพของเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็น
-
ช่างเทคนิค: สามารถนำความรู้และทักษะในการซ่อมแซมและบำรุงรักษาเครื่องจักรมาใช้ในการดูแลรักษาเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็น
-
เจ้าหน้าที่สาธารณสุข: สามารถนำเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพอากาศในสถานที่สาธารณะและสถานที่ทำงาน เพื่อป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพที่ดี
| รหัสโครงการ : | 47067 |
| หัวหน้าโครงการ : | รศ. ศิศีโรตม์ เกตุแก้ว |
| ปีงบประมาณ : | 2563 |
| หน่วยงาน : | มหาวิทยาลัยรามคำแหง |
| สาขาวิจัย : | กลุ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ : | โครงการเดี่ยว |
| สถานะ : | ปิดโครงการ |
| คำสำคัญ : | |
| วัตถุประสงค์ : | 1. เพื่อผลิตและประกอบวงจรผลิตไฟฟ้าแรงดันสูง โดยใช้ไอซีสำเร็จรูปเป็นตัวกำเนิดสัญญาณควบคุมการทำงานวงจรคอนเวอร์เตอร์ ร่วมกับไมโครคอนโทรเลอร์ เพื่อควบคุมการจ่ายพลังงานไปยังเซลล์อิเล็กโตรด (เซลล์ผลิตก๊าซโอโซนและประจุไฟฟ้า)2. เพื่อผลิตและประกอบระบบตั้งเวลาการทำงาน และระบบต่างๆ ของเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็น3. เพื่อผลิตและประกอบเซลล์อิเล็กโตรด ให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ที่นำไปใช้งาน4. เพื่อผลิตและประกอบโครงภายนอกและภายในเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็น ให้สามารถรองรับกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบควบคุม และระบบอื่นๆ5. เพื่อผลิตและประกอบเครื่องกำจัดกลิ่นเหม็น ให้สามารถนำไปทดสอบในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ และสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการ |
รศ. ศิศีโรตม์ เกตุแก้ว. (2563). เครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นด้วยสนามไฟฟ้าโคโรนา. มหาวิทยาลัยรามคำแหง. กรุงเทพมหานคร.
รศ. ศิศีโรตม์ เกตุแก้ว. 2563. "เครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นด้วยสนามไฟฟ้าโคโรนา". มหาวิทยาลัยรามคำแหง. กรุงเทพมหานคร.
รศ. ศิศีโรตม์ เกตุแก้ว. "เครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นด้วยสนามไฟฟ้าโคโรนา". มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2563. กรุงเทพมหานคร.
รศ. ศิศีโรตม์ เกตุแก้ว. เครื่องกำจัดกลิ่นเหม็นด้วยสนามไฟฟ้าโคโรนา. มหาวิทยาลัยรามคำแหง; 2563. กรุงเทพมหานคร.